โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'เปา-สุรกิจ' จากราดหน้า-โลกออนไลน์ สู่โอกาสใหม่ 'โรงแรมอลิซาเบธ'

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ค. 2568 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 05.03 น.

เรื่อง : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ ภาพ : ภูริณัฐ พูลธัญกิจ

โรงแรมอลิซาเบธ โรงแรมย่านสะพานควาย เปิดให้บริการมานานกว่า 3 ทศวรรษ ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วหลายเหตุการณ์ แต่โรงแรมแห่งนี้ เพิ่งถูกค้นพบและเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อไม่กี่ปีมานี้ จากความโด่งดังของ “ราดหน้าเส้นกรอบ” สูตรของโรงแรมฯ ที่เริ่มขายทางออนไลน์ช่วงสถานการณ์โควิด-19 จนถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ผู้บริหารพยายามสื่อสาร นำเสนอโรงแรมต่อเนื่อง

ไอเดียของการ Go Online ทั้งการขายราดหน้าบนออนไลน์ และการใช้โซเชียลมีเดีย มาจาก ‘เปา-สุรกิจ เมธานุกิจ’ ผู้บริหารรุ่นที่ 2 โรงแรมอลิซาเบธ ที่เข้ามารับช่วงต่อการบริหารจากพ่อ-แม่ พร้อมทั้งความตั้งใจในการพาธุรกิจโรงแรมเข้าสู่โลกออนไลน์ เพื่อเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ มากขึ้น

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนทำความรู้จักโรงแรมอลิซาเบธให้มากขึ้น พร้อมทั้งพูดคุยถึงแนวคิด ข้อคิด บทเรียนที่ได้รับของ ‘เปา-สุรกิจ’ จากการบริหารโรงแรมแห่งนี้ ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

“อินทรา” คือจุดเริ่มต้น

สุรกิจ เล่าว่า ต้นตระกูลของครอบครัว เป็นชาวจีนที่อพยพมาจากซัวเถาแบบ “เสื่อผืนหมอนใบ” ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย จนถึงรุ่นพ่อ-แม่ ซึ่งต่างมีฐานะยากจน และมีจำนวนพี่-น้องที่เยอะมาก ทำให้ไม่สามารถเรียนในระดับที่สูงได้

อาชีพแรกของคุณพ่อ คือ การเป็นช่างซ่อมรองเท้า และได้ฝึกปรือทักษะต่าง ๆ ตั้งแต่การตอก ตัด ซ่อมรองเท้า จนกลายเป็นช่างรองเท้าเต็มตัว จากนั้นได้แต่งงานกับคุณแม่ แล้วทั้งสองคนช่วยกันเก็บเงินอยู่นาน จนมีเงินก้อนเล็ก ๆ และเริ่มทำธุรกิจด้วยการเช่าล็อกขายรองเท้าที่ประตูน้ำ

จุดเปลี่ยนที่ทำให้สนใจในธุรกิจโรงแรมนั้น สุรกิจ เล่าว่า มาจากการที่คุณพ่อได้รับออร์เดอร์รองเท้าลอตใหญ่จากลูกค้าชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่พบได้มากในย่านประตูน้ำ และลูกค้าคนดังกล่าวนัดพบที่ล็อบบี้ของโรงแรมอินทรา ประตูน้ำ ที่ถือเป็นโรงแรมที่ออกแบบหรูหราในเวลานั้น และโรงแรมแห่งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจที่จะสร้างธุรกิจโรงแรมขึ้น

จากนั้นก็มุ่งมั่นในการเก็บเงินมากขึ้น จนเริ่มขยับขยายธุรกิจรองเท้า ทั้งการขยายล็อกขายของที่ประตูน้ำ และการเปิดสาขาใหม่ที่ ประดิพัทธ์

แต่การเติบโตของธุรกิจรองเท้านั้น ทั้งคุณพ่อและคุณแม่มองว่า ไม่พอสำหรับการทำโรงแรม นำไปสู่การแบ่งหน้าที่ โดยคุณแม่ทำหน้าที่ในการดูแลกิจการรองเท้าทั้ง 2 แห่งต่อไป ส่วนคุณพ่อเป็นฝ่ายออกไปแสวงหาโอกาส ลองทำอาชีพใหม่ ๆ ในพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อหาเงินสร้างโรงแรม ตั้งแต่การเป็นชาวประมง ทำงานในเหมืองแร่ดีบุก โรงงานปลาป่น จนถึงการทำงานก่อสร้าง ซึ่งพอมีความรู้เดิมจากการเป็นช่าง

เมื่อเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงเริ่มเดินหาแปลงที่ดิน และพบที่แห่งหนึ่งใกล้ร้านรองเท้าสาขาประดิพัทธ์ แล้วตัดสินใจวางเงินมัดจำทันที และขอซื้อที่ดินผืนนั้นจนสำเร็จ แต่ปัญหาต่อไปคือ เงินที่มีพอแค่ซื้อที่ดิน ยังไม่มีทุนพอจะสร้างโรงแรม จึงเกิดไอเดียใหม่ คือสร้างตึกแถวบนที่ดินดังกล่าวก่อนแล้วขายออก เพื่อนำเงินที่ได้มาสร้างโรงแรม พร้อมกับการกู้เงินเพิ่มอีก 200 ล้านบาท กลายเป็น “โรงแรมอลิซาเบธ” โรงแรมสไตล์คลาสสิกตามความตั้งใจของพ่อ พร้อมกับการใช้หนี้หลังจากนั้นอีกราว 20 ปี จนหมดหนี้ในที่สุด

สุรกิจ เล่าเพิ่มเติมว่า การออกแบบของโรงแรมอลิซาเบธ มีแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบโกธิค (Gothic) ในโบสถ์คริสต์ ซึ่งครอบครัวมักจะไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ โดยให้มัณฑณากร (Interior Designer) ช่วยออกแบบโรงแรม ผสมผสานศิลปะแบบโกธิค กับการออกแบบสไตล์คลาสสิก หรูหราแบบยุโรป กลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของโรงแรมแห่งนี้

Day 1 ของ ‘รุ่น 2’ และการก้าวสู่โลกออนไลน์

เปา-สุรกิจ เมธานุกิจ จบปริญญาตรีบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จากนั้นเริ่มทำงานเป็นเซลล์ที่โตโยต้า ประมาณ 4 ปี ก่อนที่จะกลับมาเป็น ‘รุ่น 2’ ช่วยธุรกิจของครอบครัวเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เนื่องจากคุณพ่อไม่สบาย โดยความคาดหวังของ ‘รุ่น 1’ มีเพียงแค่ความรักในธุรกิจนี้และอยากให้สืบทอดธุรกิจถึงรุ่นต่อ ๆ ไป

ปัญหาแรกที่สุรกิจเจอ เมื่อเข้ามารับช่วงต่อ คือ ธุรกิจเป็นแบบออฟไลน์ทั้งหมด ไม่มีช่องทางสื่อสารประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์หรือแพลตฟอร์มจองที่พักใด ๆ ทำให้แทบไม่มีลูกค้าต่างชาติรู้จักโรงแรมนี้ นำไปสู่การเริ่มต้นปรับธุรกิจสู่โลกออนไลน์ตั้งแต่การสร้างเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย (เฟซบุ๊กแฟนเพจ) การเปิดช่องทางจองห้องพักผ่านแพลตฟอร์มดัง เช่น อโกด้า (Agoda) บุ๊คกิ้งดอทคอม (Booking.com) เพื่อเข้าถึงลูกค้าชาวต่างชาติ เพิ่มความสะดวกในการจองห้องพัก และเพื่อให้โรงแรมสามารถแข่งขันได้

“โควิด” จาก 150 สู่ 0

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อปี 2563-2565 นับเป็นช่วงเวลาที่สร้างผลกระทบกับธุรกิจต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ภาคการท่องเที่ยว และโรงแรมอลิซาเบธ ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เจอผลกระทบอย่างมาก

สุรกิจ เล่าย้อนกลับไปเมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี 2540 จากคำบอกเล่าของคุณพ่อ โดยระบุว่า ในช่วงเวลานั้น แม้เศรษฐกิจจะทรุด ลูกค้าลดลง แต่ครอบครัวยังพอประคับประคองธุรกิจไปได้ เพราะไม่ได้กู้เงินต่างประเทศและยังมีทางปรับลดแลกแจกแถมเพื่อความอยู่รอด

ส่วนสถานการณ์ช่วงโควิด-19 นั้น สุรกิจ เล่าว่า จำนวนลูกค้าลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจากจำนวนผู้เข้าพักเฉลี่ยวันละ 150 ห้อง จากจำนวนห้องพักทั้งหมด 272 ห้อง เริ่มลดลงจนเหลือผู้เข้าพัก 0 ห้อง ภายในเวลาเพียง 20 วัน โดยเฉพาะช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์และห้ามเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

ทำให้โรงแรมต้องเริ่มรัดเข็มขัด ควบคุมค่าใช้จ่าย ตั้งแต่การปิดทำการโรงแรม เป็นเวลานานถึง 2 เดือนครึ่ง ซึ่งเป็นการปิดทำการครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี การปิดเครื่องปรับอากาศ และการตัดค่าใช้จ่ายพนักงานบางอย่าง เช่น ค่าล่วงเวลา (OT) การให้สิทธิลาโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without Pay) การลดจำนวนวันทำงาน

“ราดหน้าเส้นกรอบ” ฮีโร่พลิกวิกฤตโควิด

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้โรงแรมต้องควบคุมรายจ่ายต่าง ๆ ขณะเดียวกัน โรงแรมต้องหารายได้ใหม่ ๆ เพื่อทดแทนกับรายได้ที่พักที่หายไปตลอดช่วงที่ปิดโรงแรม และการขายอาหารผ่านแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ เป็นไอเดียแรก ๆ ที่เลือกทำ ซึ่งโรงแรมได้เริ่มทดลองทำมาก่อนสถานการณ์โควิด-19 แล้ว

สุรกิจ เล่าว่า แรกเริ่มทดลองขายเมนูแบบรับประทานง่าย เปิดกล่องแล้วทานได้ทันที เช่น ผัดกะเพรา แต่ยอดขายไม่ดีเท่าที่ควร จนมาถึงช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่โรงแรมได้กลับมาขายอาหารบนดีลิเวอรี่อีกครั้ง และตั้งใจในการถ่ายรูป นำเสนอเมนูบนแพลตฟอร์มเพื่อดึงดูดลูกค้า ในวันที่หลาย ๆ ร้านอาหารก็เข้าสู่พื้นที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ ด้วย แต่ก็ยังขายไม่ดีเช่นเดิม จนต้องเริ่มทบทวนทิศทางกันอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อ ?

กระทั่งแฟนของสุรกิจ แนะนำว่าให้นำเมนู “ราดหน้าเส้นกรอบ” เมนูที่ขายในโรงแรมมาตั้งแต่เริ่มต้น มีเอกลักษณ์ที่เส้นใหญ่ทอดในน้ำมันร้อนให้กรอบ พร้อมด้วยเครื่องทะเล ทั้งกุ้ง ปลาหมึก มาลองขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และเริ่มทดลองขายอีกครั้ง แม้เดิมจะกังวลในการขายเมนูลักษณะก๋วยเตี๋ยวหรือมีน้ำซุปต่าง ๆ เพราะลูกค้าอาจได้รับความไม่สะดวกในการทาน

หลังจากลองเริ่มต้นใหม่บนแพลตฟอร์มดีลิเวอรี่อีกครั้ง ด้วยเมนูตำนานของโรงแรม แต่ยอดขายก็ยังไม่ดีเหมือนเช่นที่เคยทดลองก่อนหน้านี้

กระแสป๊อป เพราะลองขายบนโซเชียล

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ “ราดหน้าเส้นกรอบ” ได้รับความนิยมอย่างมาก มาจากการได้รับคำแนะนำว่า ให้ลองโปรโมตบนกลุ่มเฟซบุ๊กแนะนำ-ขายของกิน ซึ่งช่วงเวลานั้นมีกลุ่มแนะนำของกินในย่านต่าง ๆ และเมื่อได้ทดลองโพสต์แล้ว ก็ได้รับออร์เดอร์เมนูดังกล่าว 20 กล่องในคราวเดียว

จากออร์เดอร์ 20 กล่องในครั้งนั้น นำไปสู่แรงฮึดครั้งใหม่ของสุรกิจและแฟน โพสต์แนะนำเมนูดังกล่าวทุก ๆ วัน และเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น พร้อมทั้งได้รับออร์เดอร์จากผู้คนที่ทำงานและอยู่อาศัยในย่านนั้นมาตลอด

กระทั่งเริ่มคลายล็อกให้ทานอาหารในร้านได้ ทำให้มีลูกค้าเข้ามาลิ้มลองความอร่อยจำนวนมาก จนทำให้จำนวนพนักงานและเชฟที่มีอยู่เดิม ไม่สามารถรองรับลูกค้าได้ทัน ทำให้ต้องมีการปรับปรุงการทำงานและจำนวนพนักงานในทีม เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนลูกค้า

และเมื่อบวกกับกระแสการตอบรับจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ที่เข้ามารีวิวเมนูอาหารของโรงแรมในเวลานั้น ทำให้เมนูราดหน้าเส้นกรอบ ได้รับความนิยมมากขึ้น และทำให้ยอดขายสูงขึ้นเป็นหลักร้อยต่อวัน กลายเป็นฮีโร่ที่พลิกโรงแรมให้ฟื้นจากวิกฤต จนบางเดือนมีรายได้จากอาหารแซงหน้ารายได้จากห้องพัก

เริ่มเรียนรู้แพลตฟอร์มใหม่

หลังจากที่เริ่มใช้งานโซเชียลมีเดีย Facebook ในการโปรโมตโรงแรมมานานประมาณ 2 ปี จนเริ่มมีฐานลูกค้าและพอเลี้ยงพนักงานได้ สุรกิจเล่าว่า ปัญหาที่เริ่มเจอในเวลานั้น คือ โพสต์ต่าง ๆ เริ่มไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร บางครั้งโพสต์ดี ๆ แต่กลับไม่มีใครสนใจ นำไปสู่การมองหาแพลตฟอร์มอื่น ๆ และหนึ่งในนั้น คือการลองเป็นยูทูบเบอร์

เมื่อมียูทูบเบอร์ติดต่อเข้ามาขอถ่ายทำ แต่พอเห็นทีมงานมีจำนวนหลายคน พร้อมอุปกรณ์กล้อง ไฟ สำหรับการถ่ายทำ และค่าใช้จ่ายที่สูงมาก จึงคิดว่า “ไม่ไหว” เพราะอยู่ในช่วงโควิด-19 รายได้ยังไม่แน่นอน

กระทั่งมาลงเอยที่ TikTok ซึ่งกำลังเริ่มนิยมในไทย และสามารถเริ่มทำได้ง่ายด้วยสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง พร้อมกับไมโครโฟนราคาย่อมเยา จึงได้เริ่มลองผิดลองถูกในการทำคอนเทนต์มาเรื่อย ๆ พร้อมกับเรียนรู้แพลตฟอร์มไปพร้อมกัน

@paois250

“ของ 4 อย่างในโรงแรมที่สามารถเอากลับบ้านได้” กลายเป็นคอนเทนต์แรกของสุรกิจ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีและเป็นไวรัลทันที และทำให้สุรกิจเริ่มมีแรงบันดาลใจมากขึ้น คิดคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ เนื้อหาน่าสนใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่การโพสต์แบบเดิม ๆ โดยไม่ได้วางแผน ทำให้เริ่มสนุกกับการทำ TikTok และกลายเป็นกิจกรรมที่ไม่เบื่อเลยแม้จะทำมาเกือบ 2 ปี

สุรกิจ ยังเล่าเพิ่มเติมว่า นอกจากช่องทางโซเชียลมีเดีย จะช่วยในการประชาสัมพันธ์ เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าได้แล้ว ยังช่วยให้โรงแรมได้รับฟีดแบ็กจากลูกค้าในการพัฒนา ปรับปรุงโรงแรมให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุดด้วย เช่น ไฟส่องสว่างรอบอาคาร ไฟส่องสว่างที่จอดรถ ปลั๊กไฟ

“ซื่อสัตย์-คุ้มค่า” คือหัวใจสำคัญ

เมื่อพูดถึงหัวใจสำคัญของการทำโรงแรม สุรกิจเล่าว่า ได้รับการปลูกฝังแนวคิดมาจากคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่ต้น นั่นคือ “ความซื่อสัตย์” และ “ความคุ้มค่า” โดยความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าเป็นหัวใจหลักที่ครอบครัวเขายึดถือมาตลอด ขณะเดียวกัน การตั้งราคาห้องพักให้สมเหตุสมผลก็เป็นอีกหนึ่งจุดแข็ง โรงแรมของพ่อแม่เริ่มจากราคาห้องเพียง 800 บาท และแม้ปัจจุบันราคาจะขึ้นมาอยู่ที่ 1,100 บาท แต่ก็ยังรวมอาหารเช้าสำหรับสองท่าน

นอกจากห้องพักแล้ว อาหารยังต้องให้ความคุ้มค่า เช่นเมนูราดหน้าที่เสิร์ฟในปริมาณใหญ่พิเศษ กินได้ถึง 3 คน ถือเป็นการให้บริการที่เน้น “ความคุ้มค่า” อย่างแท้จริง

สุรกิจ ย้ำอีกว่า แนวทางนี้อาจดูเรียบง่าย แต่เขาและครอบครัวก็ยึดถือมาโดยตลอดกว่า 30 ปี และยังคงใช้ได้ผลดีในทุกวันนี้ เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้คนก็ยังมองหาสิ่งที่ “ดีและคุ้มค่า” อยู่เสมอ

เมื่อพูดถึงการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลง สุรกิจ มองว่าต้องพยายามสร้างจุดขายและซิกเนเจอร์ให้ธุรกิจมีความโดดเด่นและแข็งแกร่ง เพื่อให้อยู่รอดได้แม้มีคู่แข่งมากหรือเศรษฐกิจไม่ดี

“ก็ต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเราครับ พยายามทำให้โรงแรมมีจุดขายที่ชัดเจน แข็งแรงจริง ๆ เพราะถ้าเรามี ‘ของดี’ ที่เป็นจุดเด่นจริง ต่อให้มีคู่แข่งเยอะแค่ไหน เราก็ยังไปรอดครับ”

ภาพฝันของ ‘โรงแรมอลิซาเบธ’

เมื่อถามถึงภาพฝันของสุรกิจ หลังจากได้เข้ามารับช่วงต่อบริหารโรงแรมของครอบครัว

ภาพในวันแรกที่สุรกิจวาดฝันไว้ คือ อยากปรับปรุง พัฒนาโรงแรมให้มีความทันสมัยขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์คลาสสิกในแบบที่โรงแรมเป็นมาตั้งแต่เริ่มเปิดกิจการ โดยใช้แนวคิดการออกแบบ “Modern Classic” รีโนเวตให้ดูสดใหม่แต่ยังมีเสน่ห์แบบเดิมหลงเหลืออยู่ เช่น คิ้ว บัว ผนังโค้งสไตล์ยุโรป ที่สะท้อนเอกลักษณ์โรงแรมตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ และใช้เฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกเดิมไว้

แต่เมื่อเทียบภาพฝันในวันแรก กับภาพในปัจจุบัน สุรกิจ ยอมรับว่า เปลี่ยนไปเยอะมาก โดยเฉพาะ ‘ราดหน้าเส้นกรอบ’ ซึ่งไม่เคยอยู่ในแผนการบริหารเลย จนกระทั่งได้รับการตอบรับจากผู้คนมากมาย กลายเป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรมที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก

ส่วนภาพในอนาคตของโรงแรมอลิซาเบธ มี 2 ส่วนคือ การรีโนเวตโรงแรม และการผลักดัน “ราดหน้าเส้นกรอบ” ให้เข้าถึงผู้คนมากขึ้น

สำหรับการรีโนเวตโรงแรม เพื่อให้โรงแรมยังคงสดใหม่และดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยทำงานที่อยากได้บรรยากาศดีๆ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะมีการแบ่งออกเป็นระยะ และทยอยทำทีละส่วน ไม่ได้ทำพร้อมกันทั้งโรงแรม เพื่อป้องกันสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่คาดคิด

โดยตอนนี้รีโนเวตเสร็จสิ้นแล้วส่วนหนึ่งที่ชั้น 15 ของโรงแรม เป็นสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ซึ่งราคาจะปรับขึ้นจากเริ่มต้นคืนละ 1,100 บาท เป็นเริ่มต้นคืนละ 1,950 บาท แต่มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มากขึ้น เช่น เครื่องชงกาแฟ สมาร์ททีวี ลูกบิดประตูแบบดิจิทัล

อย่างไรก็ดี สุรกิจ เล่าเพิ่มเติมว่า อาจจะยังคงบางห้องที่มีบรรยากาศแบบดั้งเดิมไว้ เพื่อรองรับลูกค้าที่ยังชื่นชอบรูปแบบเดิม และยังทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงห้องพักที่ราคาย่อมเยาได้

ขณะที่เมนู “ราดหน้าเส้นกรอบ” ที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ใหม่ และเป็นโอกาสใหม่ของโรงแรม สุรกิจ เล่าว่า ในอนาคตอาจขยับขยายราดหน้าออกไปเปิดสาขาเล็กๆ เช่น ในห้าง ฟู้ดคอร์ท หรือคอมมูนิตี้มอลล์ แต่เป็นไอเดียที่อยู่ในแผน 5 ปีข้างหน้า

บทเรียนจาก “โรงแรมอลิซาเบธ”

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาที่ได้เข้ามารับช่วงต่อบริหารโรงแรมอลิซาเบธ สุรกิจ เล่าว่า มี 3 เรื่องที่ได้เรียนรู้จากการบริหารโรงแรมนี้

1. ลงมือทำทันที อย่ารอจนพร้อม

สุรกิจ มองว่า ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างเป๊ะ ไม่ต้องอ้างว่าจะเริ่มตอนโน้นตอนนี้ เหมือนกับตอนที่เขาและแฟนเริ่มขายของ ก็ซื้อกล่องมาจัดของเอง ถ่ายรูปเอง แล้วโพสต์ขายทันทีเลย ให้ทำไปก่อน แล้วค่อยแก้ไขระหว่างทาง หากโดนลูกค้าตำหนิ ก็รีบปรับ รีบแก้ อย่ารอให้สมบูรณ์แบบก่อนถึงจะเริ่ม เพราะแบบนั้นไม่มีวันเริ่ม

2. ความคุ้มค่า คือหัวใจของธุรกิจ

สุรกิจ เล่าว่า เรื่องนี้ครอบครัวยึดถือมาตลอด “ให้เขาไปเลย ให้ของดี ให้เยอะ ให้คุ้ม” คนทุกคนชอบของคุ้มครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะให้เยอะเกินไป ถ้าเขาอิ่ม อร่อย ประทับใจ เขาจะกลับมาอีกแน่นอน แล้วก็จะชวนเพื่อนมาด้วย เราต้องยึดแนวทางนี้ไว้ แล้วคุณภาพจะพาให้ธุรกิจเติบโตไปเอง

3. อย่าหยุดเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องโซเชียลมีเดีย

สุรกิจ เล่าว่า สิ่งนี้สำคัญมาก ทุกคนต้องหัดเล่นโซเชียลเอง ต้องขวนขวาย ใฝ่รู้ ไม่หยุดเรียนรู้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าอีกหน่อยแพลตฟอร์มไหนจะมาแทนที่ของเดิม อย่าง TikTok วันนี้อาจจะเป็นอันดับหนึ่ง แต่อนาคตก็ไม่แน่ เราต้องหัด “กระโดดไปก่อน” เหมือนตอน Hi5 หายไป คนที่ไปรออยู่ใน Facebook ก่อนก็ได้เปรียบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เปา-สุรกิจ’ จากราดหน้า-โลกออนไลน์ สู่โอกาสใหม่ ‘โรงแรมอลิซาเบธ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...