โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รถยนต์ที่ขายในไทยมีราคาแพง เพราะภาครัฐเก็บภาษีสูง จริงหรือ?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 02.47 น.

ปัจจัยสำคัญต่อการเลือกซื้อรถยนต์คันใหม่ของผู้บริโภค ประกอบด้วย ราคารถยนต์ ความพึงพอใจในแบรนด์ จำนวนศูนย์บริการ และค่าใช้จ่ายบำรุงรักษา

จากประสบการณ์ที่มีโอกาสพูดคุยกับนักการตลาดของค่ายรถยนต์ต่างๆ พบว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับคนไทยคงหนีไม่พ้นเรื่องราคารถยนต์ บ่อยครั้งเราจะได้ยินเสียงบ่นจากผู้บริโภคไทยว่า “ราคารถที่ขายในไทยแพงมาก เพราะภาครัฐเก็บภาษีสูง” และหากเป็นผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถยนต์นำเข้าที่ผลิตจากญี่ปุ่น อเมริกา หรือเยอรมนี เสียงบ่นจะดังกระหึ่มเป็นสองเท่าว่า “ราคารถแพงมาก รถยนต์รุ่นนี้ ถ้าขายในต่างประเทศราคาล้านกว่าๆ แต่พอนำเข้ามาขายในไทยราคาเพิ่มเป็น 2-3 ล้านบาท เพราะภาครัฐเก็บภาษีนำเข้าสูง”

รถยนต์ที่ขายในไทยมีราคาแพงเพราะภาครัฐเก็บภาษีสูง?

ภาษีที่ผู้บริโภคไทยต้องจ่ายเมื่อซื้อรถยนต์ (Acquisition Cost) ประกอบด้วย ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยรถยนต์จัดอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าที่มีผลเสียต่อสุขภาพและสังคมจึงต้องถูกเก็บภาษีสรรพสามิต ซึ่งมีอัตราที่แตกต่างกันไปตามประเภทรถยนต์ ส่วนภาษีมหาดไทยสำหรับนำไปบริหารประเทศนั้น จะจัดเก็บในอัตราคงที่ 10% ของภาษีสรรพสามิต เช่น ถ้าอัตราสรรพสามิต 20% ก็ต้องถูกเก็บภาษีมหาดไทยอีก 2% ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มจะจัดเก็บในอัตราร้อยละ 7 ของต้นทุนการผลิตรถยนต์ ซึ่งรวมภาษีสรรพสามิตและภาษีมหาดไทยเข้าไปด้วยแล้ว จะเห็นได้ว่าถ้าอัตราภาษีสรรพสามิตสูง มูลค่าของภาษีมหาดไทยและภาษีมูลค่าเพิ่มก็จะเพิ่มสูงตามไปด้วย ดังนั้น ภาษีหลักที่ผู้บริโภคบ่นว่าภาครัฐเก็บในอัตราสูง จึงหมายถึงภาษีสรรพสามิตนั่นเอง

รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง หรือรถยนต์เชิงพาณิชย์ (เช่น รถปิกอัพ) เมื่อใช้ขับขี่จะมีการปล่อยสารมลพิษจากท่อไอเสียออกสู่ภายนอก เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), ไฮโดรคาร์บอน (HC), ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) และฝุ่นละออง (PM2.5) สารมลพิษเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ รถยนต์ยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน/โลกเดือด และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงอีกด้วย รถยนต์จึงเป็นสินค้าที่มีผลเสียต่อสุขภาพและสังคม ต้องถูกเก็บภาษีสรรพสามิต

โครงสร้างภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ในปัจจุบัน ทั้งรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า จะจัดเก็บตามอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 และมาตรฐานความปลอดภัยเชิงป้องกัน โดยรถยนต์ที่มีการปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำ และมีมาตรฐานความปลอดภัยเชิงป้องกันหรือระบบเบรกห้ามล้อ จะถูกเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราที่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ปล่อยก๊าซ CO2 สูง หรือไม่มีระบบห้ามล้อ ตัวอย่างเช่น รถยนต์นั่งที่ปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร และมีระบบเบรกห้ามล้อ จะจัดเก็บในอัตรา 20-25% ในขณะที่รถยนต์นั่งที่ปล่อยก๊าซ CO2 มากกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร และไม่มีระบบเบรกห้ามล้อ จะจัดเก็บในอัตรา 30-35%

ตัวเลขอัตราภาษีสรรพสามิต 20-35% อาจถูกมองว่า เป็นอัตราที่สูงเกินไป แต่เมื่อเทียบกับผลกระทบของการใช้รถยนต์ต่อสุขภาพของประชาชนไทย โดยเฉพาะประชาชนที่เดินไปมาบนท้องถนน แต่ต้องรับผลกระทบจากรถยนต์ที่พวกเขาไม่ได้ใช้งาน อาจจะตอบได้ยากว่าอัตราภาษีเท่าไรจึงจัดว่าสูง

อย่างไรก็ตาม สำหรับรถยนต์บางประเภท ภาครัฐได้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในอัตราพิเศษ เช่น รถปิกอัพซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการประกอบอาชีพของชาวนาหรือเกษตรกร ใช้ในการขนส่งสินค้าเกษตรและการประกอบกิจการ (รถปิกอัพประเภท No Cab ที่ปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร จะจัดเก็บในอัตรา 2.5%) หรือรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยสารมลพิษและก๊าซ CO2 เลย (รถยนต์ไฟฟ้าจะจัดเก็บในอัตรา 2%) เป็นต้น

รถยนต์สำเร็จรูปนำเข้าที่ผลิตจากต่างประเทศ ต้องจ่ายอากรนำเข้าเพิ่มขึ้น

ประเทศไทยจัดเก็บอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปจากต่างประเทศอยู่ที่ 80% ซึ่งเป็นอัตราที่สามารถกำหนดได้โดยไม่ขัดกับกฎระเบียบของ WTO อย่างไรก็ตาม ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement) ประเทศไทยก็ได้ยกเว้นหรือลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปให้กับประเทศคู่ค้าในอัตราที่แตกต่างกัน เช่น การยกเว้นอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทุกขนาดภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือการลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปที่มีขนาดเครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี จากญี่ปุ่น เหลือเพียง 60% ภายใต้เขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น

ผู้บริโภคที่นิยมซื้อรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ อาจมองว่าเมื่อคำนวณอากรนำเข้า 60-80% บนราคา CIF (ราคารถยนต์+ค่าประกันภัย+ค่าขนส่ง) รวมเข้ากับภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย และภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องจ่าย ทำให้รถยนต์นำเข้ามีราคาสูงมาก บางรุ่นราคาเป็น 2 เท่าของราคาขายในต่างประเทศ แต่จากมุมมองของภาครัฐนั้น การเก็บอากรนำเข้าในอัตรานี้ ทำให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศมีความได้เปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับรถยนต์นำเข้า ผู้บริโภคจึงมีแนวโน้มที่จะซื้อรถยนต์ที่ผลิตในประเทศมากขึ้น

โดยตลอดระยะเวลา 60 ปีของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การกำหนดอากรนำเข้าในระดับสูงถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จอย่างหนึ่ง ทำให้เกิดการลงทุนผลิตรถยนต์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ และเป็นการควบคุมปริมาณรถยนต์นำเข้าไม่ให้มีจำนวนมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อดุลการค้าและเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลให้ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และมีผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำเกือบทุกค่ายมาตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย

บทความนี้อาจจะไม่ได้ตอบชัดเจนว่า รถยนต์ที่ขายในไทยมีราคาแพงไปหรือไม่? หรือภาษีที่ภาครัฐจัดเก็บมีอัตราสูงหรือไม่? แต่ต้องการบอกว่าทำไมภาครัฐต้องจัดเก็บภาษี บนหลักการเหตุผลอะไร อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าในการใช้งานรถยนต์คันหนึ่ง ผู้บริโภคจะต้องพิจารณาต้นทุนการใช้รถยนต์ทั้งหมด (Total Cost of Ownership) ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือ ต้นทุนที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเมื่อซื้อรถยนต์ (Acquisition Cost) ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาษีสรรพสามิตเป็นหลัก ส่วนที่ 2เป็นค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ ซึ่งได้แก่ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา ค่าซ่อมแซม และค่าต่อทะเบียนรถยนต์ โดยภาครัฐก็มีการจัดเก็บภาษีจากการใช้รถยนต์ด้วยเช่นกัน แต่เป็นอัตราที่ต่ำ ได้แก่ ภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง และภาษีรถยนต์ประจำปี)

โดยสรุปแล้ว โครงสร้างภาษีที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนการใช้รถยนต์ทั้งหมดของไทย สนับสนุนให้ผู้บริโภคไทย “ซื้อรถยาก แต่ใช้รถนาน” ซึ่งแตกต่างจากนโยบายของบางประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น ซึ่งออกแบบโครงสร้างภาษีโดยให้มีต้นทุนซื้อรถยนต์ต่ำ แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์สูง ทำให้ประชาชนเกิดพฤติกรรมเปลี่ยนรถบ่อย หรือ “ซื้อรถง่าย แต่ใช้รถไม่นาน”

คงต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า ผู้บริโภคไทยพร้อมจะเปลี่ยนแปลงหรือยัง?

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รถยนต์ที่ขายในไทยมีราคาแพง เพราะภาครัฐเก็บภาษีสูง จริงหรือ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...