โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"สารัชถ์" ชี้กระดานเทรดใหม่ไม่จำเป็น! จี้ ตลท.แก้ปัญหาสภาพคล่อง

PostToday

อัพเดต 01 มิ.ย. 2568 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 01.00 น.

ตลาดหุ้นไทยเผชิญภาวะ "เงียบเหงา" อย่างต่อเนื่อง มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดฮวบ นักลงทุนทั้งรายย่อย รายใหญ่ และต่างชาติ ดูเหมือนพร้อมใจกัน "ยืนดูอยู่ข้างสนาม"

คำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทย ?

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2563 - 31 ธันวาคม 2567) ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,400.21 จุด ลดลง -179.63 จุด คิดเป็น -11.37% โดยดัชนีขึ้นสูงสุดที่ 1,713.20 จุดในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 และลดลงต่ำสุดที่ 1,024.46 จุดในวันที่ 23 มีนาคม 2563

มูลค่าซื้อขาย 5 ปี เฉลี่ย 64,566.94 ล้านบาท โดยซื้อขายสูงสุดแตะระดับ 175,296.31 ล้านบาทในวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 และลดลงต่ำสุดเพียง 21,857.77 ล้านบาทในวันที่ 25 ธันวาคม 2566

หากพิจารณาความเคลื่อนไหวของ ดัชนีหุ้นไทยในช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ระหว่างวันที่ 2 มกราคม-30 พฤษภาคม 2568 ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,149.18 จุด ลดลง -251.03 จุด คิดเป็น -17.93% โดยดัชนีขึ้นสูงสุดที่ 1,390.88 จุดในวันที่ 7 มกราคม 2568 และลดลงต่ำสุดที่ 1,074.59 จุดในวันที่ 8 เมษายน 2568

มูลค่าซื้อขายตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเฉลี่ย 41,726.38 ล้านบาท โดยซื้อขายสูงสุดแตะระดับ 74,536.25 ล้านบาทในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 และลดลงต่ำสุดเพียง 17,321.58 ล้านบาทในวันที่ 28 มีนาคม 2568

"ตลาดหลักทรัพฯ" พยายามหามาตรการและแรงกระตุ้นใหม่ๆเพื่อฟื้นเชื่อมั่นในทุกรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือแนวคิดจัดตั้ง "กระดานซื้อขายหุ้น New Economy" เพื่อดึงบริษัทใหม่ๆหรือสตาร์ทอัพที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี, AI, คลาวด์ในประเทศและต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในกระดานหุ้นดังกล่าว โดยหวังใจว่าตลาดหุ้นจะฟื้นกลับมาได้

แต่ดูเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน!
"สารัชถ์ รัตนาวะดี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF กล่าวกับ "โพสต์ทูเดย์" ว่า ในวันนี้ตนเองไม่อยากให้มองถึงการเปิดตลาดหุ้นอันใหม่

แต่ต้องแก้ปัญหาของตลาดหุ้นในปัจจุบัน นั่นก็คือเรื่อง "สภาพคล่อง" หรือ liquidity ตลาดหุ้นไทยลดลงมาต่ำมาก จากเคยซื้อขาย 70,000-80,000 ล้านบาท เหลือแค่ 20,000-30,000 ล้านบาท นี่คือปัญหาที่ต้องแก้ไขก่อน

ส่วนตัวมองว่าการเปิดตลาดใหม่ขึ้นมาคงไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก! สิ่งที่ต้องทำคือหา product ดีๆเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวคือ product ที่เข้ามาแล้ว ไม่ใช่คนซื้อหุ้น IPO ประมาณ 90% ของปี 2-3 ปีที่เข้ามาไม่มีใครไม่เจ๊ง นั่นทําให้คนไม่อยากลงทุน นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ปัญหา

ขณะที่เรื่อง Good Governance เรื่องอะไรที่หลายฝ่ายพูดกันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมว่าปัญหาหลักๆก็คือ"สภาพคล่องที่หายไป" ซึ่งหลายคนบ่นว่าเกิดจากพวกโรบอท เทรด , High Frequency Trading (HFT) เป็นต้น ทําให้นักลงทุนรายกลาง รายย่อย หรือกองทุนไทยไม่อยากลงทุนเพราะไม่สามารถสู้กับระบบคอมพิวเตอร์ได้ นี่คือสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข

ทั้งนี้อย่าลืมว่าหากตลาดหุ้นไม่มีสภาพคล่อง ส่งผลให้กองทุนขนาดใหญ่ไม่อยากเข้ามาซื้อ เพราะว่าซื้อขนาดใหญ่จึงไม่สามารถเข้ามาลงทุนได้จำนวนมาก อีกทั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา MSCI Rebalance หุ้นไทยลง ลดน้ำหนักการลงทุนของประเทศไทยค่อนข้างมากถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนได้ว่าไทยมีปัญหาหรือไม่

"นี่คือสิ่งที่ผมได้ฟังมาว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งผมไม่ได้มีผลกระทบอะไร แต่เท่าที่ฟังพูดๆมาคิดว่าตลาดต้องแก้หลายอย่าง ต้องหา productใหม่ๆ ต้องทำอะไรหลายๆอย่าง จริงๆหลายบริษัทมีผลประกอบการค่อนข้างดี แต่ว่ามีผลกระทบพวกนี้เข้ามา"

ถามว่า.. มีโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะฟื้นกลับมาได้หรือไม่ ?

"สารัชถ์" ยืนยันว่า"มี" เนื่องด้วยตลาดหุ้นมีขึ้นและลงตลอด ตลาดหุ้นไม่เจ๊ง แค่ต้องปรับตัว ปรับใหม่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...