โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กองทัพภาคที่ 2 “แจ้งเตือน” ภัยสงครามไซเบอร์ แนะ 6 มาตรการสำคัญต้องทำเร่งด่วน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 06.16 น.
กองทัพภาคที่ 2 “แจ้งเตือน” รับมือภัยสงครามไซเบอร์จากกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีต้นทางจากประเทศกัมพูชา หน่วยงานไทยต้องเร่งตรวจสอบระบบ รักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล แนะ 6 มาตรการสำคัญที่ควรดำเนินการโดยเร่งด่วน

กองทัพภาคที่ 2 แจ้งว่า ตามที่ปรากฏข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์ จากกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีต้นทางจากประเทศกัมพูชา โดยมีเป้าหมายมุ่งโจมตีระบบสารสนเทศของหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทย ทั้งภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของข้อมูล ความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงเสถียรภาพในระดับประเทศ
หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเชิงรุกเพื่อตรวจสอบ ปรับปรุง และเตรียมความพร้อมในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ

มาตรการสำคัญที่ควรดำเนินการโดยเร่งด่วน ดังนี้

1. ประเมินและตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ภายในองค์กร สำรวจช่องโหว่ในระบบเครือข่าย ฐานข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่, ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยของ Firewall, Antivirus และระบบการพิสูจน์ตัวตน (Authentication), ตรวจสอบระบบสำรองข้อมูล (Backup System) ให้สามารถกู้คืนได้ในกรณีเกิดการโจมตี

2. อัปเดตระบบและซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ
- ติดตั้ง Patch และอัปเดตระบบปฏิบัติการ และแอปพลิเคชันทุกตัวที่ใช้งานให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
- ปิดการทำงานของโปรแกรมหรือฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็นซึ่งอาจเป็นช่องทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าถึง

3. กำหนดแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงไซเบอร์
- ห้ามคลิกลิงก์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก ห้ามใช้แฟลชไดรฟ์จากภายนอก
- ระวังอีเมล และลิงก์ต้องสงสัย ห้ามเปิดไฟล์แนบ หรือลิงก์จากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก และตรวจสอบอีเมลให้แน่ชัดก่อนดำเนินการใดๆ
- เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญอย่างสม่ำเสมอ ตั้งรหัสผ่านที่มีความยาวและความซับซ้อน
- ตรวจสอบ Log และกิจกรรมระบบที่ผิดปกติอย่างสม่ำเสมอ

4. ติดตามข่าวสาร การรายงานภัยคุกคาม และประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เช่น
- สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
- ศูนย์เฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (ThaiCERT)

5. วางแผนรับมือและฟื้นฟูระบบ
- จัดทำ Cybersecurity Incident Response Plan สำหรับตอบสนองทันทีเมื่อเกิดเหตุ
- กำหนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหลักในการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เช่น สกมช. หรือตำรวจไซเบอร์

6. ประสานความร่วมมือและแจ้งเหตุทันทีหากพบการโจมตี โดยหากพบพฤติกรรมหรือการโจมตีที่ต้องสงสัย ควรแจ้งต่อ ThaiCERT (thaicert@ncsa.or.th) โทร.0-2114-3531 หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนภัยคุกคามไซเบอร์ของ สกมช. เพื่อให้สามารถดำเนินการตรวจสอบและตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทสรุป

การโจมตีทางไซเบอร์ในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องไกลตัว และอาจมีเบื้องหลังเชื่อมโยงกับความขัดแย้งด้านการเมือง ความมั่นคง หรือผลประโยชน์ระดับชาติ ดังนั้น หน่วยงานราชการและภาคเอกชนของไทยควรเร่งยกระดับความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจร้ายแรงและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศโดยรวม
“ไซเบอร์ไม่ใช่เพียงเรื่องของฝ่าย IT แต่คือภารกิจของทั้งองค์กร และประเทศชาติ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- กองทัพบก ยืนยันไม่มีการใช้ "อาวุธเคมี" เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

- “ภูมิธรรม” บินเจรจา “ฮุน มาเนต” ที่มาเลย์ ย้ำหยุดยิง–คงอธิปไตยไทย

- โฆษก ทบ. เผยกัมพูชายังไม่หยุดยิง ไทยต้องตอบโต้การรุกราน

- กองทัพภาคที่ 2 ยันปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นเรียกระดมพลกำลังสำรอง

- 5 พฤติกรรมสายลับ! ลอบส่งข้อมูลไทยให้กัมพูชา เตือนโทษสูงสุดประหารชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...