โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

5 หุ้นคุณค่าระดับโลก พื้นฐานแกร่ง แถม Upside สูง

Wealthy Thai

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 01.47 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 10.08 น.

แม้ช่วงที่ตลาดผันผวนและความเชื่อมั่นนักลงทุนอ่อนแอ จะเป็นผลเสียต่อราคาหุ้นมากมาย แต่ก็เป็นโอกาสดีในการซื้อหุ้นคุณค่าทั่วโลก (value stocks) เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงในอนาคต โดยนักวิเคราะห์จาก http://Investing.com ได้ชี้เป้า 5 หุ้นนอกพื้นฐานดีที่มี มีแนวโน้ม upside สูงสุดในปี 2025 โดยประเมินมูลค่ายุติธรรมและศักยภาพการเติบโตของกำไรในอนาคต ได้แก่

1.Advanced Micro Devices (AMD)

AMD ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ โดย http://Investing.com คาดว่า ในปี 2025 กำไรต่อหุ้น (EPS) จะเติบโตกว่า 293% และรายได้จาก AI จะอยู่ที่ 7–9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม GPU และเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทก็กำลังขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ Intel ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่าราคาในปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม หรือยังมี fair value upside มากกว่า 50%

2.Merck & Co. (MRK)

แม้ราคาหุ้นของ MRK ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องยารักษามะเร็ง (Keytruda) และวัคซีน จะร่วงไปมากกว่า 20% ในปีนี้ แต่พื้นฐานของบริษัทก็ยังแข็งแกร่ง โดยมีโอกาสเติบโตจากผลิตภัณฑ์ยาตัวใหม่ๆ นอกเหนือจาก Keytruda และยังมีการให้ปันผลอย่างต่อเนื่อง และยิ่งในตอนนี้ที่ราคาหุ้นเทรดอยู่ที่เพียง 8.5 เท่าของกำไรล่วงหน้า ก็ถือเป็นโอกาสในการซื้อหุ้นกลุ่มหุ้นป้องกันความเสี่ยงที่ดี แถมนักวิเคราะห์มองว่าหุ้นยัง fair value upside สูงราว 45%

3.First Solar (FSLR)

แม้ภาคพลังงานสะอาดจะเผชิญอุปสรรคบ้าง แต่ FSLR ยังคงมีกำไรอย่างต่อเนื่อง มีงบดุลแข็งแกร่ง และมีโอกาสรับประโยชน์จากเทรนด์เปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดทั่วโลก โดย Goldman Sachs ยกให้ FSLR เป็นหนึ่งในหุ้นพลังงานหมุนเวียนที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เหนือกว่าและความได้เปรียบทางต้นทุน ทั้งนี้นักวิเคราะห์ประเมินว่าหุ้นยังมี fair value upside มากกว่า 50%

4.Coterra Energy Inc. (CTRA)

CTRA เป็นหุ้นคุณค่าในกลุ่มพลังงาน ที่มีอัตราส่วน P/E ล่วงหน้าต่ำกว่า 10 เท่า โดยในปี 2025 นักวิเคราะห์คาดว่า EPS ของบริษัทจะโตมากกว่า 81% นอกจากนี้บริษัทยังแสดงถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้วยการมีรายได้หลากหลายทั้งจากธุรกิจน้ำมันและธุรกิจก๊าซธรรมชาติ มีกระแสเงินสดที่เพียงพอ และมีการให้ปันผลอย่างสม่ำเสมอ แม้จะอยู่ในช่วงที่ราคาพลังงานมีความไม่แน่นอน โดยนักวิเคราะห์มองว่าหุ้นมี fair value upside อยู่ที่มากกว่า 20%

5.Schlumberger NV (SLB)

Schlumberger บริษัทผู้ให้บริการด้านพลังงานรายใหญ่ของโลก มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากรอบวัฏจักรพลังงานที่กลับมาเป็นขาขึ้นแม้ผลตอบแทน YTD จะยังติดลบ 7.8% โดยในตอนนี้ หุ้นยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานด้วย P/E ล่วงหน้าเพียง 10.8 เท่า ซึ่งหากความต้องการน้ำมันเริ่มทรงตัวและ SLB กลับมาผลิตน้ำมันมากขึ้น ก็อาจเห็นกำไรขยายตัวและเงินทุนไหลเข้าหุ้นนี้มากขึ้น ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองหุ้นมี fair value upside อยู่ที่ราว 17%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...