โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นักลงทุนหวั่น เพดานหนี้สหรัฐฯ หนุนดีมานด์ CDS ใกล้จุดพีคในรอบ 2 ปี

efinanceThai

เผยแพร่ 29 พ.ค. 2568 เวลา 04.33 น.

นักลงทุนหวั่น เพดานหนี้สหรัฐฯ หนุนดีมานด์ CDS ใกล้จุดพีคในรอบ 2 ปี

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 พ.ค. 68 11:33 น.

นักลงทุนเริ่มวิตกกังวลว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเผชิญปัญหาในการชำระหนี้ และแห่ซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง CDS เพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณีที่รัฐบาลผิดนัดชำระหนี้ โดยข้อมูลจาก LSEG ชี้ให้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการประกันความเสี่ยงจากหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 2ปี

ทั้งนี้ ค่า Premium ที่จ่ายเพื่อชดเชยความเสี่ยงของสัญญา Credit Default Swaps (CDS) อายุ 1 ปี ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 0.52% จากเดิมเพียง 0.16% เมื่อต้นปี ส่วน CDS ระยะ 5 ปี อยู่ที่เกือบ 0.50% จากเดิมประมาณ 0.30% เมื่อต้นปี

การที่ส่วนชดเชยความเสี่ยงหนี้สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น สะท้อนว่า ตลาดเริ่มตั้งคำถามกับความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภาวะที่เพดานหนี้สหรัฐฯ ยังเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง ซึ่ง CDS เปรียบเสมือนประกันภัยสำหรับนักลงทุน โดยผู้ซื้อจะต้องเสียส่วนต่างดังกล่าวเพื่อป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ผู้กู้ (เช่น รัฐบาลสหรัฐฯ) ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หากต้นทุนการทำประกันหนี้เพิ่มขึ้น นั่นสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจในความมั่นคงทางการเงิน

Rong Ren Goh ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้ จาก Eastspring Investments ระบุว่า ราคาของ CDS สะท้อนความเสี่ยงของผู้กู้ และมักถูกใช้เพื่อป้องกันความไม่แน่นอนทางการเงิน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ในกรณีผิดนัดชำระหนี้เต็มรูปแบบ พร้อมชี้ว่า ความต้องการซื้อสัญญา CDS ที่พุ่งขึ้นล่าสุด ไม่ใช่การป้องกันความเสี่ยงจากการล้มละลายของสหรัฐฯ แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงเชิงการเมือง ที่สะท้อนความกังวลต่อนโยบายการคลังของรัฐบาลและภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง มากกว่าความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้จริง

ด้านนักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า นักลงทุนเริ่มสะท้อนความเสี่ยงจากปัญหา “เพดานหนี้” (Debt Ceiling) ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดย Freddy Wong หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้เอเชียแปซิฟิกของ Invesco กล่าวว่า “Credit Default Swaps กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง เนื่องจากปัญหาเพดานหนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ” พร้อมระบุว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้แตะเพดานหนี้ที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วตั้งแต่เดือนม.ค. 2025

สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) กล่าวเมื่อเดือนมี.ค.ว่า หนี้รัฐบาลขึ้นไปแตะเพดานที่ 36.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่สามารถกู้ยืมเพิ่มเติมได้ เว้นแต่จะทดแทนหนี้เดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอน ขณะที่นายสก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง ระบุเมื่อต้นเดือนพ.ค.ว่า กำลังประเมินรายได้จากการจัดเเก็บภาษีในช่วงวันที่ 15 เม.ย. เพื่อคาดการณ์วันที่เรียกว่า “X-date” ซึ่งหมายถึงวันที่รัฐบาลจะหมดความสามารถในการกู้ยืมเงิน

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Morningstar ระบุว่า CDS ของหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ มักพุ่งขึ้นในช่วงที่เกิดความกังวลเกี่ยวกับเพดานหนี้ เช่น ในปี 2011, 2013 และ 2023

ในปัจจุบัน สภาผู้แทนราษฎร ได้ผ่านร่างกฎหมายลดภาษีเงินได้ขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เพดานหนี้เพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขณะนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวรอการพิจารณาจากวุฒิสภา

ที่มา CNBC

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...