"ชลัฐ" จี้ "พิชัย" แจงประชาชนรับมือสถานการณ์ภาษีทรัมป์
"ชลัฐ" จี้ "พิชัย" แจงประชาชนรับมือสถานการณ์ภาษีทรัมป์ พร้อมเปิดเผยใช้อะไรแลกมา
วันที่ 17 ก.ค. 68 ที่รัฐสภา นายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวกรณีการตั้งกระทู้ถามนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงากรคลัง ว่า ตั้งแต่ที่าง โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเรื่องภาษีออกมา ซึ่งตนก็มีการติดตามมาตลอด เมื่อเรานำมาเปรียบเทียบกับประเทศรอบบ้านที่มีการตอบโต้ เช่น สิงคโปร์ ที่มีการบอกให้ประชาหรือธุรกิจเตรียมพร้อมรับมือและเตรียมตัว รวมถึงมีแผนที่จะเยียวยา และประเทศเวียดนามที่มีการเจรจาสำเร็จจาก 46% เหลือ 20% ตนจึงเกิดคำถามว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังทำอะไรอยู่ คราวนี้ใน 2 เดือนที่ผ่านมา นายพิชัย บอกว่ามันเป็นดีลที่ไม่สามารถเปิดรายละเอียดได้ และบรรยากาศดี แต่สิ่งที่เราได้กลับมาคือภาษี 36% เท่าเดิม ฉะนั้นในฐานะประชาชนคนหนึ่งตนก็อยากสื่อสารไปทางประชาชนว่าในอีก 2 อาทิตย์ที่ผลภาษีจะเกิดขึ้น พวกเราต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง จะกระทบต่อประเทศอย่างไร บริษัทต้องเตรียมอะไร ทำไมทางรองนายกฯและรัฐมนตรีไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้เลย หากเป็นเช่นนี้คนไทยจะอยู่อย่างไร เราเดินอยู่ในความมืดมนที่ไรู้จะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ไปหน้าหรือกลับหลัง ส่วนนี้ที่ตนอยากอ้อนวอนรัฐบาลให้ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่าเขาจะต้องรับมืออย่างไร
ในเรื่องของแผน Worst Case Scenario นั้นทางนายพิชัย ได้กำหนดไว้อย่างไร และสุดท้ายสิ่งที่ไปเจรจาที่บอกว่าเปิดเผยข้อมูลไม่ได้นั้นเอาอะไรไปแลกมา ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนควรรู้ และควรรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง และอะไรจะกระทบอธิปไตยของเขา เช่น ตอนนี้มีข่าวลือเรื่องท่าเรือพังงาที่บอกว่าสหรัฐฯ ติดต่อมาไปทำเป็นฐานทัพเรือ ซึ่งเรื่องนี้นายกฯ บอกว่ามีดีลลับจริงๆ ตนก็ไม่แน่ใจว่าส่วนนี้จะสื่อสารอย่างไร หรือจะสามารถตอบประชาชนได้หรือไม่
สุดท้ายในเรื่องของผลการเยียวยา ในเมื่อต้องสื่อสารว่าผลกระทบจะเป็นอย่างไร แย่ที่สุดหรือดีที่สุดจะเป็นอย่างไร แล้วสุดท้ายผู้ที่โดนผลกระทบจะเยียวยาอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็ก SME หรือแรงงานที่อยู่ในประเทศไทยตอนนี้ ก็ต้องให้คำตอบ
เมื่อถามว่าจะมีการออกมาแสดงท่าทีอีกครั้งหรือไม่ เกี่ยวกับภาษีทรัมป์ หลังนายพิชัย บอกเป็นการเจรจาออนไลน์ในช่วง 1-2 วันนี้ นายชลัฐ เผยว่า จริงๆ หน้าที่ของตนในฐานะผู้แทนราษฎร ถ้าเจรจาสำเร็จ หรือเจรจาแล้วเป็นแนวโน้มที่ดี มันก็เป็นผลประโยชน์ของประเทศและสามารถชี้แจงได้ว่าเอาอะไรแลกแล้วประชาชนรับได้ ตนไม่มีปัญหา และอาจไม่มีการตั้งกระทู้ถามแล้วหากมีการชี้แจง