โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พลิกโฉม “ สาหร่ายผักกาดทะเล ” สู่อาหารเพื่อต้านแก่ จับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่

Khaosod

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 06.01 น.

กรมประมงพลิกโฉม “ สาหร่ายผักกาดทะเล ” สู่อาหารเพื่อสุขภาพ ต้านแก่ ชะลอวัย ช่วยขับถ่ายดี ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ

วันที่ 23 ก.ค. 2568 นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคสายรักสุขภาพ กรมประมงได้สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ทั้งการเพาะเลี้ยง “ สาหร่ายผักกาดทะเล ” รวมถึงการเก็บรักษา การแปรรูปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง สามารถขยายผลไปยังกลุ่มเกษตรกรจนประสบความสำเร็จในหลายพื้นที่ ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา มีปริมาณผลผลิตสาหร่ายทะเลสูงถึง 1,031.31 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 43,335,000 บาท

“สาหร่ายผักกาดทะเล”มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ สารที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการทำลายของอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของความเค็มได้ดี เจริญเติบโตเร็ว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในระยะเวลาอันสั้นและตลอดทั้งปีประกอบกับมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีราคาจำหน่ายสูง จึงมีความเหมาะสมที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์และแปรรูปอย่างครบวงจร

น.ส.พิชญา ชัยนาค ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ กล่าวว่า กรมประมง โดยกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ ศึกษา ค้นคว้า วิจัย นำสาหร่ายผักกาดทะเลมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารหลากหลายเมนู ได้แก่ บะหมี่สาหร่ายผักกาดทะเล ที่มีโปรตีนและใยอาหารสูงขึ้น กัมมี่เยลลี่สาหร่ายผักกาดทะเล เพิ่มคุณประโยชน์ให้กับขนมขบเคี้ยว

โดยการเติมสาหร่ายผักกาดทะเลพร้อมเสริมคุณค่าทางอาหารด้วยอินนูลิน วิตามินซี และคอลลาเจน เยลลี่พร้อมดื่ม (Jelly Drink) ผสมสาหร่ายผักกาดทะเล รสมะนาว ผลิตภัณฑ์ที่เสริมใยอาหารและโปรตีนจากสาหร่ายผักกาดทะเล และวิตามินซีถึง 180% และ เจลลีสติป (Jelly Strip) ผสมสาหร่ายผักกาดทะเล รสองุ่น เพิ่มคุณค่าทางอาหารจากสาหร่ายผักกาดทะเล คอลลาเจนไตรเปปไทด์ และวิตามินซี

สำหรับสาหร่ายส่วนที่เหลือจากการคัดแยก เนื่องจากเกินอายุการเลี้ยงหรือมีความไม่สมบูรณ์จะถูกนำไปสกัดสารอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าและลดการเกิดขยะ (Zero waste) โดยใช้เอนไซม์โบรมิเลนสกัดโปรตีนไฮโดรไลเซทจากสาหร่ายผักกาดทะเล ทำให้โปรตีนมีขนาดเล็กลง ร่างกายสามารถดูดซึมและใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น เพื่อผสมลงในเมนูต่าง ๆ ได้แก่

เมอแรงค์สูตรลดน้ำตาลผสมโปรตีนไฮโดรไลเซทจากสาหร่ายผักกาดทะเล ซึ่งช่วยให้เนื้อสัมผัสแน่นคงตัวและมีกลิ่นรสเฉพาะของสาหร่ายผักกาดทะเล ซอสทสึยุผสมโปรตีนไฮโดรไลเซทจากสาหร่ายผักกาดทะเล โดยใช้แทนดาชิที่เป็นส่วนผสมหลัก ปราศจากสารปรุงแต่งอื่น ๆ และใยอาหารจากสาหร่ายผักกาดทะเล นำมาผลิตเป็น Jelly Strip เสริม

สารสกัดใยอาหารจากสาหร่ายผักกาดทะเล ที่มีใยอาหารสูงถึง 8 กรัม ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค คิดเป็น 32% ของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน (Thai Recommended Daily Intakes หรือ Thai RDI) ซึ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายมีการทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปผลิตเป็น บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ทดแทนการใช้พลาสติกสังเคราะห์และโฟมในอุตสาหกรรมอาหาร

โดยสกัดและฟอกสีสาหร่ายผักกาดทะเลผสมกับเยื่อทางใบปาล์มแล้วนำไปขึ้นรูปด้วยเครื่องกดอัด (Compression Molding) จนได้บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารที่มีความแข็งแรง ทนต่อการดูดซึมน้ำ และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับใช้เป็นบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้ง พร้อมผลักดันให้เป็นวัสดุทางเลือกใหม่สำหรับผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่ใช้เวลาในการเพาะปลูกหมุนเวียนสั้น ย่อยสลายได้ง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

อนาคตทางกองฯ มีแผนที่จะต่อยอดและขยายผลงานวิจัยดังกล่าวไปยังกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจันทบุรี เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายผักกาดทะเลและส่วนที่เหลือจากการคัดแยก สำหรับเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลิกโฉม “ สาหร่ายผักกาดทะเล ” สู่อาหารเพื่อต้านแก่ จับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...