ศบ.ทก. ย้ำไทยไม่เคยปิดด่าน แค่คุมคนเข้า-ออก เรียกร้องกัมพูชาคำนึงประชาชนแนวชายแดน
The Bangkok Insight
อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 08.03 น. • The Bangkok Insightศบ.ทก. ย้ำไทยไม่เคยปิดด่าน แค่ควบคุมคนเข้า-ออก เพื่อความปลอดภัยตามแนวชายแดน พร้อมเรียกร้องกัมพูชาคำนึงถึงประชาชนตามแนวชายแดน
พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย(บก.ทท.) และนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ประจำวันที่ 20 มิถุนายน 2568
คลิปเสียง ผิดมารยาทระหว่างประเทศ
นางมาระตี กล่าวว่า ที่ประชุมมีการหารือใน 3 ประเด็น ประเด็นแรก ไทยไม่เคยปิดด่าน ซึ่งมาตรการที่ดำเนินอยู่ เป็นการควบคุมคนเข้า-ออก และปรับเวลาเปิด-ปิดด่าน ไม่ได้ปิดกั้นการขนส่งสินค้าข้ามแดน ทั้งนี้ เพื่อรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน จากสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ รัฐบาลมีความห่วงใยและจะพิจารณาปรับเปลี่ยนมาตรการตามสถานการณ์ที่มีความจำเป็นจริงๆ
ส่วนที่กัมพูชา ประกาศระงับการนำเข้าผักผลไม้จากไทย ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ซึ่งมีกระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในเรื่องนี้
ฝ่ายไทย ขอเรียกร้องให้กัมพูชาคำนึงถึงความเป็นอยู่ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายตามแนวชายแดน ที่จะออกมาตรการใดๆ ควรคำนึงถึงมนุษยธรรม ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาระหว่างรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหาระหว่างประชาชน และไม่ควรทำให้ประชาชนเดือดร้อน ทั้งนักเรียน นักศึกษา ผู้มารักษาพยาบาล และแรงงานกัมพูชา หวังว่าฝ่ายกัมพูชาจะคำนึงถึงประเด็นนี้เช่นกัน
ส่วนประเด็นที่สอง ที่มีการหารือตามที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการแถลงหลังจากได้มีการเปิดเผยบทสนทนาส่วนตัวระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ต่อสาธารณชนฝ่ายกัมพูชา ขอย้ำในสิ่งที่มีการแถลงออกไป ว่าการกระทำดังกล่าว ขาดจรรยาบรรณและมารยาทพื้นฐานของการปฏิสัมพันธ์ที่สำคัญ ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
เหตุการณ์นี้ไม่ควรทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทยในทางกลับกัน สถานการณ์เช่นนี้รัฐบาลไทยขอให้ประชาชนคนไทย มีความสามัคคีและขอให้มั่นใจในเอกภาพในการทำงานของรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นที่สาม ได้หารือกันในวันนี้รัฐบาลไทยยังคงเชื่อมั่นว่ากลไกทางการทูตกลไกทวิภาคีและการเจรจาระหว่างสองฝ่ายเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุดในการแก้ไขปัญหา ทั้งความตึงเครียดและปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตแดนระหว่างกัน
โดยฝ่ายไทยยังคงพร้อมที่จะหารือด้วยความจริงใจและสุจริตใจบนพื้นฐานของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ฝ่ายไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมเจบีซีสมัยพิเศษที่ไทยเป็นเจ้าภาพครั้งต่อไป ในเดือนก.ย.นี้ และการประชุมอบีซีที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างกำหนดวันใหม่ จะช่วยลดความตึงเครียดระหว่างพื้นฐานสำหรับการทำงาน ร่วมกันต่อไป
ไม่ได้ปิดด่าน แค่จำกัดคน และช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าว่า ทางด้านความมั่นคง มีสามประเด็นหลักๆที่ได้มีการหารือในที่ประชุม ประเด็นแรกก็คือเรื่องของการผ่านเข้าออกด่านชายแดน ขอยืนยันมาตรการแนวทางการปฎิบัติของฝ่ายไทยที่เป็นขั้นเป็นตอน เหมาะสมตามลำดับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ บนพื้นฐานของความห่วงใยความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยตามแนวชายแดน และพี่น้องที่เป็นกลุ่มเปราะบาง
โดยการปฎิบัติ ได้แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 จำกัดการผ่านแดนโดยอนุญาตเฉพาะบุคคลที่มีเหตุจำเป็นเช่นการค้าขายการขนส่งสินค้าแรงงานและงานอื่นๆที่จำเป็น ขั้นตอนที่ 2 ปรับลดช่วงเวลาในการเปิดปิดจุดผ่านแดนนะครับพร้อมทั้งกำหนดวันเวลาเข้าออกอย่างชัดเจน ขั้นตอนที่ 3 ปิดจุดผ่านแดนบางจุด ขั้นตอนที่ 4 ปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤตเพื่อควบคุมสถานการณ์ในระดับสูงสุด
โดยปัจจุบันการปฎิบัติของฝ่ายไทยนะได้ดำเนินการในสองขั้นตอนแรกเท่านั้น ก็คือการจำกัดคนและจำกัดเวลา โดยยึดหลักมนุษยธรรมและความพยายามในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ผู้ป่วยที่จำเป็นที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลไปยังสามารถผ่านเข้าออก
ในเรื่องของผลกระทบของแรงงานและเกษตรกรในพื้นที่ ทางฝ่ายไทยก็ขอเน้นย้ำว่าเรามีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะแรงงาน กระทรวงแรงงานนั้นก็พร้อมให้การสนับสนุนจัดหางานทดแทนผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยติดต่อที่รายงานจังหวัดได้
ส่วนแรงงานไทยในกัมพูชา ทางรัฐบาลก็มีมาตรการเตรียมการอย่างเรียบร้อยแล้วที่พร้อมให้การช่วยเหลือเมื่อต้องการ ทั้งนี้ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายในการผลักดันแรงงานกัมพูชากลับประเทศ
ส่วนในเรื่องของการเกษตร กระทรวงพาณิชย์ ได้มีมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบผ่านการประสานงานกับภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งการจัดงานเทศกาลผลไม้ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย-ประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ก็ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยและชาวบ้านในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนประสานในการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมเข้าถึงได้ โดยอาจร่วมมือกับหน่วยงานในจังหวัด เช่นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี ห้างค้าส่งห้างค้าปลีก หรือห้างท้องถิ่น ในการนำสินค้าพืชผักผลไม้ในท้องที่ออกจำหน่ายให้กับประชาชนโดยตรงด้วย เป็นมาตรการเยียวยาที่ทางรัฐบาลนั้นได้ห่วงใยและคำนึงถึงประชาชนในพื้นที่
กองทัพขอให้ความเชื่อมั่นกับประชาชน ในการปกป้องดูแลอธิปไตยของไทย กำลังพลทุกนายของกองทัพโดยเฉพาะในพื้นที่กองกำลังป้องกันชายแดน มีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้ นายกฯ มีกำหนดเดินทางไปในพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อพบปะกำลังพลทหารในพื้นที่ของกองกำลังสุรนารี และมอบสิ่งบำรุงขวัญ ณ สถานปฏิบัติการมรกต ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี อีกด้วย
รัฐบาลและกองทัพดำรงความเป็นเอกภาพและขอให้ประชาชนดำรงความสามัคคีในช่วงเวลาที่เราทุกคนต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทุกคนเป็นทีมไทยแลนด์ สนับสนุนช่วยเหลือกันและกัน โดยที่ที่ผ่านมาก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนกองหลังป้องกันชายแดนของเราอย่างต่อเนื่องด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ทหารขอให้งดแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ หลังนักท่องเที่ยวกัมพูชาร้องเพลงที่ 'ปราสาทตาควาย'
- บ่อนปอยเปตปรับกลยุทธ์ ให้นักพนันชาวไทยนั่งเครื่องไปลงเสียมราฐ ก่อนส่งรถตู้มารับ
- แม่ทัพภาค 2 ย้ำทหารยังทำหน้าที่รักษาอธิปไตย ส่วนรัฐบาลทำหน้าที่เจรจาแก้ปัญหา
ติดตามเราได้ที่