โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทรัมป์” แถลงเปิดสงครามกับ “อิหร่าน” หากไม่ยอมสงบศึก จ่อโจมตีซ้ำ

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 04.30 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดแถลงที่ ทำเนียบขาว ช่วงเวลา 22.00 น.ตามเวลา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง ตรงกับเวลา 9.00 น. วันนี้ (22 มิ.ย.68) ของประเทศไทย

ทรัมป์ ใช้เวลาแถลงเพียง 4 นาทีและไม่เปิดให้มีการซักถาม ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ เข้าโจมตี ฐานนิวเคลียร์ที่สำคัญ 3 แห่งของอิหร่าน ประกอบด้วย ฟอร์โด อิสฟาฮาน และนาทันซ์ โดยเป้าหมายของสหรัฐฯ คือ การทำลายศักยภาพในการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่าน และหยุดยั้งภัยคุกคามนิวเคลียร์ ของประเทศที่สนับสุนนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก พร้อมย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการโจมตีสถานที่เสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมสำคัญของอิหร่าน ด้วยการทำลายอย่างราบคาบและสิ้นซาก

ผู้นำสหรัฐฯ ยังยื่นคำขาดว่า อิหร่านจะต้องสร้างสันติภาพในเวลานี้ มิเช่นนั้นจะถูกโจมตีหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การโจมตีต่ออิหร่านโดยตรงในครั้งนี้ จะทำให้ผู้นำอิหร่าน กลับมาเจรจาหารือกับสหรัฐฯ และตกลงที่จะยุติการสู้รบในครั้งนี้

ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลที่ทำงานเป็นทีมกับสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดียิ่ง ขอบคุณกองทัพอิสราเอลและทหารสหรัฐที่เข้าร่วมในภารกิจนี้

และย้ำว่ายังมีเป้าหมายในอิหร่านอีกหลายแห่งที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งจะถูกจัดการอย่างรวดเร็ว หากไม่เกิดสันติภาพโดยเร็ว

ทั้งนี้ การโจมตีฐานนิวเคลียร์ดังกล่าวทำให้สหรัฐเข้าสู่สงครามอิสราเอล-อิหร่านโดยตรง และความเป็นไปได้ในอนาคต คือ อิหร่าน อาจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้ราคาน้ำมันดิบอาจเกิน 130 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...