โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทางออกใหม่แก้ปัญหา PM2.5 หยุดเผา ตอซังข้าว-อ้อย!

THE POINT

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 08.41 น. • THE POINT
ทางออกใหม่แก้ปัญหา PM2.5 หยุดเผา ตอซังข้าว-อ้อย!

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในภาคเหนือ ซึ่งต้นเหตุสำคัญมาจากการเผาตอซังข้าวและอ้อยของเกษตรกร เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกใหม่ แม้ว่าการเผาจะเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีบทลงโทษทางกฎหมายชัดเจน แต่ในความเป็นจริง เกษตรกรจำนวนมากยังไม่มีทางเลือกอื่น เนื่องจากข้อจำกัดด้านทรัพยากร เครื่องจักร และความรู้ทางเทคนิค

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวเชิงบวกจากภาคประชาสังคมและองค์กรพันธมิตร ที่มุ่งมั่นหาทางออกที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกร โดย มูลนิธิ Bangkok Community Help Foundation ร่วมกับ ThaiRAIN, Winrock International, กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา (USDA), และกรมวิชาการเกษตรของไทย ได้เปิดตัวโครงการปฏิวัติวงการเกษตรภายใต้ชื่อ “No Burning” ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพแบบธรรมชาติ ที่สามารถย่อยสลายตอซังในเวลาเพียง 7 วัน ลดความจำเป็นในการเผาโดยสิ้นเชิง

เป้าหมายของโครงการในระยะแรกคือการจัดหา สารชีวภาพ (microbial solution) ให้กับเกษตรกรจำนวน 5,000 ราย ซึ่งหากดำเนินการได้ครบถ้วน จะสามารถช่วยปกป้องพื้นที่เกษตรกว่า 80 ล้านตารางเมตร จากการถูกเผา ลดการปล่อยฝุ่น PM2.5 และก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ

คุณ Friso Poldervaart ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ Bangkok Community Help Foundation ได้กล่าวว่า

“เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเกษตรกร 5,000 รายแรกเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงแนวทางใหม่และเป็นธรรมชาติในการจัดการตอซังข้าว ด้วยปัญหา PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น วิธีที่เกษตรกรจัดการกับเศษตอซังหลังเก็บเกี่ยวจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เราไม่เชื่อว่าการทำให้เรื่องนี้ผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียวจะช่วยได้ แต่เราจำเป็นต้องเสนอทางเลือกที่ดีกว่าและยั่งยืนให้แก่เกษตรกร เพื่อให้พวกเขามีแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น เราจึงร่วมมือกับพันธมิตรของเราเพื่อปฏิวัติวิธีการจัดการแปลงเกษตรกรรม และด้วยสิ่งนี้ เราหวังว่าจะช่วยลดปัญหามลพิษ PM2.5 ในประเทศไทยได้อย่างแท้จริง”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา กลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการได้พบกับ มูลนิธิชัยพัฒนา โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เข้าร่วมการหารือ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีใหม่นี้ไปใช้ในวงกว้าง ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรกรรมไทยให้ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ปัจจุบัน โครงการ “No Burning” ได้เริ่มดำเนินการแล้วใน 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย โดยได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Bangkok Community Help Foundation ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ที่ไม่เพียงช่วยสิ่งแวดล้อม แต่ยังลดภาระของเกษตรกรและสร้างระบบเกษตรที่ยั่งยืนในระยะยาว


#Thepoint #Newsthepoint

#PM25 #NoBurning #หยุดเผา #หยุดสร้างฝุ่นพิษ

#BangkokCommunityHelpFoundation

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...