งบฯ 70 รายหน่วยงาน เปิดทุกกระทรวง ใครได้เพิ่ม-ใครถูกหั่น เทียบปี 69-70
จากการตรวจสอบเอกสารงบประมาณที่รัฐบาลเสนอต่อสภาโดยฐานเศรษฐกิจ พบว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินรวม 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ที่มีวงเงิน 3,780,600 ล้านบาท เพียง 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 เมื่อพิจารณารายหน่วยงานพบการปรับเปลี่ยนการจัดสรรอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีหน่วยงานได้รับงบเพิ่มขึ้น 12 หน่วย และถูกปรับลด 21 หน่วย ดังนี้
หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น
งบกลาง ได้รับจัดสรร 693,880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2569 ที่ตั้งไว้ 633,968.8 ล้านบาท จำนวน 59,911.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.45 นับเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุด
กระทรวงการคลัง ได้รับ 440,871.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41,601.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.4 ถือเป็นกระทรวงที่ได้รับงบเพิ่มสูงสุด จากงบจ่ายหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย
รายจ่ายกลุ่มทุนหมุนเวียน ได้รับ 294,857.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20,484.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.5
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้รับ 219,727.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17,815.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.8
กระทรวงสาธารณสุข ได้รับ 181,478.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,603.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.6
กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับ 359,576.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,580.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.3
กระทรวงแรงงาน ได้รับ 72,748.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,713.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.4
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับ 13,625.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,428.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 33.6 นับเป็นอัตราการสูงสุดในเชิงเปอร์เซ็นต์
ส่วนราชการในพระองค์ ได้รับ 9,904.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 632.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.8
สภากาชาดไทย ได้รับ 9,723.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 348.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.7
หน่วยงานของศาล ได้รับ 28,482.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.0
ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ได้รับ 135,648.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 210.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.0
หน่วยงานที่ถูกปรับลดงบประมาณ
รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ถูกปรับลดมากที่สุดในเชิงมูลค่า โดยลดจาก 123,541.1 ล้านบาท เหลือ 71,038.0 ล้านบาท ลดลง 52,503.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 42.5
กระทรวงคมนาคม ได้รับ 176,513.5 ล้านบาท ลดลง 23,442.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.7 สอดคล้องกับภาพรวมรายจ่ายลงทุนของประเทศที่ลดลง
ขณะที่งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ถูกปรับลดหนักที่สุดในเชิงเปอร์เซ็นต์ โดยลดจาก 26,330.8 ล้านบาท เหลือเพียง 4,284.3 ล้านบาท หายไป 22,046.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 83.7
รัฐวิสาหกิจ ได้รับ 135,154.3 ล้านบาท ลดลง 13,398.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.0
กระทรวงมหาดไทย ได้รับ 288,280.0 ล้านบาท ลดลง 10,661.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.6
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับ 120,603.2 ล้านบาท ลดลง 9,248.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.1
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับ 133,942.6 ล้านบาท ลดลง 6,258.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.5
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับ 36,148.4 ล้านบาท ลดลง 2,039.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.3 และสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับ 32,835.3 ล้านบาท ลดลง 1,957.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.6
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับ 25,575.5 ล้านบาท ลดลง 1,450.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.4
กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับ 8,463.3 ล้านบาท ลดลง 1,037.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.9
กระทรวงกลาโหม ได้รับ 203,284.7 ล้านบาท ลดลง 957.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.5
กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับ 4,520.3 ล้านบาท ลดลง 947.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.3
กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับ 8,256.8 ล้านบาท ลดลง 913.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.0
หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ได้รับ 25,866.0 ล้านบาท ลดลง 783.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.9
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับ 5,856.2 ล้านบาท ลดลง 750.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.4
กระทรวงยุติธรรม ได้รับ 28,854.6 ล้านบาท ลดลง 539.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.8
กระทรวงพลังงาน ได้รับ 2,293.3 ล้านบาท ลดลง 504.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 18.0
หน่วยงานของรัฐสภา ได้รับ 7,848.7 ล้านบาท ลดลง 490.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.9
กระทรวงพาณิชย์ ได้รับ 7,271.4 ล้านบาท ลดลง 255.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.4
หน่วยงานอื่นของรัฐ ได้รับ 585.9 ล้านบาท ลดลง 34.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.5
ทั้งนี้ การปรับลดงบประมาณของหลายหน่วยงานสอดคล้องกับนโยบายการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) ที่เน้นทบทวนเพื่อชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกโครงการที่หมดความจำเป็นหรือมีความสำคัญในระดับต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศ.