โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ใช้ชีวิตประจำวัน พฤติกรรมเล็กๆ เสี่ยง 'มะเร็ง' อะไรบ้าง?

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"มะเร็ง" ไม่ใช่โรคที่เกิดจากพันธุกรรมอย่างเดียว แต่กว่า 40–50% ของมะเร็งมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การไม่ออกกำลังกาย และการกินอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบเป็นประจำ การรู้เท่าทันความเสี่ยงเหล่านี้จะช่วยให้เราปรับพฤติกรรม ลดโอกาสเกิดโรค และตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ผศ. นพ.ธเนศ เดชศักดิพล
สาขาวิชามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่าภาพรวมประเทศไทย มะเร็งยังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 และมีผู้ป่วยรายใหม่ราว 200,000 ราย/ปี โดยมะเร็งที่พบบ่อย 3 อันดับแรก (Top 3) แยกตามเพศ ได้แก่

  • ผู้หญิง: เต้านม, ปากมดลูก และ ลำไส้
  • ผู้ชาย: ตับ/ทางเดินน้ำดี, ลำไส้ และ ปอด

“มะเร็งเกิดจากพันธุกรรม 5–10% จากพฤติกรรม/ไลฟ์สไตล์ 40–50% และที่เหลือ “ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เปิดสถิติ 'โรคมะเร็ง' ปี 2026 'มะเร็งปอด'คร่าชีวิตอันดับ 1

ชนิด 'โรคมะเร็ง' ที่ทำคนไทยเสียชีวิตมากที่สุด

ปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็ง มีดังนี้

  • พันธุกรรม

บางคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเนื่องจากพันธุกรรมที่ได้รับจากครอบครัว ยีนบางตัวอาจมีความผิดปกติที่สืบทอดมาจากพ่อแม่ ซึ่งทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้น เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่

  • สิ่งแวดล้อมและมลภาวะ

การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิด รังสีอันตราย หรือมลภาวะทางอากาศ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ แม้ว่าโดยรวมบุคคลนั้นจะมีสุขภาพดี

  • อาหารและการใช้ชีวิต

แม้บางคนจะมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดี เช่น การออกกำลังกายและทานอาหารที่สมดุล แต่อาจยังสัมผัสกับสารก่อมะเร็งในอาหาร เช่น สารกันบูด สารเคมีในยาฆ่าแมลง หรือสารพิษจากการปิ้งย่าง

  • ไวรัสบางชนิด

การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ B และ C ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ หรือ HPV ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้

  • ความผิดปกติในการแบ่งเซลล์ตามธรรมชาติ

เซลล์ในร่างกายมีการแบ่งตัวและซ่อมแซมตนเองอยู่ตลอดเวลา ในกระบวนการนี้บางครั้งอาจเกิดข้อผิดพลาดในการซ่อมแซม DNA ซึ่งอาจนำไปสู่การกลายพันธุ์และเกิดมะเร็ง

  • อายุ

โอกาสในการเป็นมะเร็งจะเพิ่มขึ้นตามอายุ แม้ว่าจะดูแลสุขภาพดีตลอดชีวิตก็ตาม เพราะเซลล์ร่างกายเสื่อมลงและมีโอกาสเกิดความผิดปกติได้ง่ายขึ้น

แนวทางลดความเสี่ยงที่ทำได้จริง

ไม่สูบบุหรี่ ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ และตรวจสุขภาพคัดกรองตามวัย

“ชีวิตประจำวัน” พาเราเข้าใกล้มะเร็งได้

มะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์อย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อร่างกายได้รับปัจจัยกระตุ้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น สารก่อมะเร็งจากอาหาร ควันบุหรี่ หรือภาวะอักเสบเรื้อรัง เซลล์อาจเกิดความผิดปกติและกลายเป็นมะเร็งได้

แม้บางปัจจัยจะควบคุมไม่ได้ เช่น อายุหรือพันธุกรรม แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันจำนวนมากสามารถปรับเปลี่ยนได้ การลดความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่เพื่อป้องกันได้ 100% แต่เพื่อ ลดโอกาสเกิดโรคให้น้อยที่สุด

มะเร็ง “ยอดฮิต” ที่คนไทยเจอบ่อย

มะเร็งที่พบในคนไทยมีความแตกต่างกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ทั้งจากปัจจัยด้านฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และโรคประจำตัวบางอย่าง การแยกดูตามเพศจึงช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงของตนเองได้ชัดขึ้น และเลือกการคัดกรองที่เหมาะสมกับช่วงวัยได้ง่ายขึ้น

มะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย ได้แก่

  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง และสามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุยังไม่มาก การสังเกตความผิดปกติของเต้านมและการคัดกรองตามช่วงอายุ มีส่วนช่วยให้ตรวจพบโรคได้เร็วขึ้น

มะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายไทย ได้แก่

  • มะเร็งตับและท่อน้ำดี
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • มะเร็งปอด

มะเร็งตับและท่อน้ำดีมีความสัมพันธ์กับโรคตับเรื้อรังและพฤติกรรมการกิน ขณะที่มะเร็งปอดสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่และควันบุหรี่โดยตรง

6 พฤติกรรมใกล้ตัวที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่าง แม้ดูเหมือนไม่อันตรายหรือทำกันเป็นปกติ แต่หากทำซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจกลายเป็นปัจจัยสะสมที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งได้โดยไม่รู้ตัว การรู้เท่าทันพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกทั้งหมด แต่ช่วยให้เลือกปรับ ลด หรือระมัดระวังได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

1) กินอาหารปิ้งย่าง “ไหม้เกรียม” บ่อย ๆ

อาหารที่ย่างจนไหม้จะเกิดสารก่อมะเร็ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งทางเดินอาหาร โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร การลดความถี่ เลี่ยงส่วนไหม้ และการหมักเนื้อด้วยเครื่องเทศหรือมะนาวก่อนย่าง ช่วยลดปริมาณสารก่อมะเร็งได้

วิธีลดเสี่ยงที่ทำได้จริง

  • ลดความถี่: อย่างน้อยเดือนหนึ่งประมาณไม่เกิน 2–3 ครั้ง
  • เลี่ยงส่วนไหม้เกรียม: ปิ้งไฟไม่แรงเกิน พลิกเนื้อบ่อย ๆ และ “ไม่เอาดำ”
  • หมักก่อนย่าง: หมักด้วย มะนาว/เครื่องเทศ/กระเทียม ก่อนปิ้งย่าง ช่วยลดสารก่อมะเร็งได้ถึง 40–50%

2) สูบบุหรี่ และรับควันบุหรี่มือสอง

บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายอวัยวะ ไม่เฉพาะปอด แต่รวมถึงช่องปาก หลอดอาหาร และกระเพาะปัสสาวะ แม้ไม่ได้สูบเอง การได้รับควันบุหรี่มือสองก็เพิ่มความเสี่ยงได้เช่นกัน

3) บุหรี่ไฟฟ้า: ปอดเสียแน่ ส่วนความเสี่ยงมะเร็งยังต้องติดตามระยะยาว

แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะมีกลิ่นน้อย แต่ยังส่งผลเสียต่อปอดโดยตรง ส่วนความเสี่ยงมะเร็งในระยะยาวยังอยู่ระหว่างการติดตามข้อมูล

4) ไม่ออกกำลังกาย ปล่อยให้อ้วน

น้ำหนักเกินทำให้ร่างกายเกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง ฮอร์โมนและอินซูลินผิดปกติ ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากและลำไส้ใหญ่

5) ดื่มแอลกอฮอล์เกินพอดี

การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับและทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตามการจำกัดปริมาณช่วยลดความเสี่ยงได้โดยทั่วไป

  • ผู้หญิง: ดื่มได้วันละไม่เกิน 1 แก้ว
  • ผู้ชาย: ดื่มได้วันละไม่เกิน 2 แก้ว

6) อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ/ดิบเป็นประจำ

อาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะบางเมนูพื้นถิ่น มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับและท่อน้ำดี การกินซ้ำ ๆ เป็นเวลานานยิ่งเพิ่มความเสี่ยง

อาการที่ควรเริ่ม “ตั้งข้อสงสัย” และไปพบแพทย์

  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง เสียงแหบ
  • ปวดท้องบ่อย หรือถ่ายผิดปกติ
  • มีเลือดปนอุจจาระหรือปัสสาวะ
  • มีก้อน แผล หรือไฝที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

หากอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่อง ไม่ควรละเลย

คัดกรองมะเร็งตามวัย แบบที่คนทั่วไปเอาไปใช้ได้

การคัดกรองมะเร็งไม่ได้มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ควรเลือกตามช่วงอายุและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล การเริ่มตรวจในช่วงวัยที่เหมาะสมช่วยเพิ่มโอกาสพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดความเสี่ยงจากการตรวจที่ไม่จำเป็น

อายุประมาณ 30 ปี

* ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์: เริ่มคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก

* ผู้หญิง: แนะนำให้ ตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน (ทำได้ตั้งแต่อายุ 30 ปี) และช่วงที่แนะนำคือ หลังมีประจำเดือน 7 วัน

อายุประมาณ 40 ปี

* ผู้หญิง: ควรคัดกรอง มะเร็งเต้านม ปีละ 1 ครั้ง

อายุประมาณ 45-50 ปี

* ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

* ผู้ชายพิจารณาการตรวจต่อมลูกหมากตามความเสี่ยง

อายุ 55 ปี (เฉพาะกลุ่มเสี่ยง)

* คนที่สูบบุหรี่จัด: ควรตรวจคัดกรอง มะเร็งปอด

และสำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้มีโรคตับแข็ง ตับอักเสบเรื้อรัง: ควรติดตามคัดกรองมะเร็งตับอย่างต่อเนื่อง

มะเร็งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการสะสมพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การปรับวิถีชีวิต เลือกกิน ออกกำลังกาย และคัดกรองตามวัย คือวิธีลดความเสี่ยงที่ทุกคนทำได้ตั้งแต่วันนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงมะเร็ง

Q1: ชอบกินปิ้งย่าง ต้องเลิกเลยไหม ?
A: ไม่จำเป็น แค่ลดความถี่ เลี่ยงส่วนไหม้ และกินอย่างพอดี

Q2: บุหรี่ทำให้เสี่ยงแค่มะเร็งปอดจริงไหม ?
A: ไม่จริง บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายอวัยวะ

Q3: บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าไหม ?
A: ไม่ปลอดภัย และยังต้องติดตามผลระยะยาว

Q4: ถ้าคนในบ้านเคยเป็นมะเร็ง เราเสี่ยงมากไหม ?
A: มะเร็งจากพันธุกรรมพบไม่มาก พฤติกรรมในชีวิตประจำวันยังมีผลสำคัญ

Q5: ปลาดิบกินได้ไหม ?
A: กินได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรกินเป็นประจำหรือปริมาณมาก

ดังนั้น ต่อให้ตอนนี้มี “สุขภาพที่ดีก็มีสิทธิเป็นมะเร็งได้” เพราะโอกาสเกิดมะเร็งมาจากหลายปัจจัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพเพียงอย่างเดียว “มะเร็ง” เป็นโรคที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกาย และสาเหตุของการกลายพันธุ์นี้มีหลายประการ อาทิ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม อาหารการกิน พฤติกรรมการใช้ชีวิต

การดูแลสุขภาพสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งได้ แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เนื่องจากมีปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

อ้างอิง: Rama Channel , โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...