โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตู้เย็นพลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนลดขยะอาหาร โภชนาการดีขึ้น เพิ่มรายได้มากถึง 50%

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สุนิสา กาญจนกุล

SokoFreshในเคนยา ก่อตั้งธุรกิจห้องเย็นพลังงานแสงอาทิตย์เคลื่อนที่โดยเก็บค่าบริการตามการใช้งานจริง เกษตรกรจึงไม่ต้องลงทุนสร้างห้องเย็นราคาแพง ที่มาภาพ: https://www.euronews.com/2026/06/17/solar-powered-fridges-are-boosting-farmers-incomes-by-50-while-cutting-food-waste

ในประเทศที่อากาศร้อนจัดเกือบตลอดทั้งปี เกษตรกรรายย่อยต่างมีปัญหาเรื่องการเก็บรักษาสินค้าหลังการเก็บเกี่ยว เนื่องจากขาดแคลนห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) ที่มีประสิทธิภาพ ผลผลิตทางการเกษตรและอาหารทะเลหลายชนิดจึงเน่าเสียก่อนจะเดินทางไปถึงผู้บริโภค

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยีหนึ่งได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้อย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือ ระบบทำความเย็นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-Powered Refrigeration) และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นในหลายประเทศ โดยเฉพาะในแอฟริกา เอเชียใต้ และพื้นที่ชนบทที่ยังเข้าไม่ถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

เริ่มจากวัคซีน

แนวคิดเรื่องตู้เย็นพลังแสงอาทิตย์ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีการพัฒนาอย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 องค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟเริ่มทดลองนำตู้เย็นพลังแสงอาทิตย์มาใช้เก็บรักษาวัคซีนในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้า โดยมีการสนับสนุนให้ติดตั้งตู้เย็นพลังงานแสงอาทิตย์ตามคลินิกชนบทจำนวนมากเพื่อทดแทนตู้เย็นแบบใช้น้ำมันซึ่งมีปัญหาด้านอุปทานเชื้อเพลิงและการควบคุมอุณหภูมิที่ไม่แน่นอน

แต่ตู้เย็นพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นแรกๆ ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในการกักเก็บพลังงานไว้ใช้ตอนกลางคืน ซึ่งแบตเตอรี่เหล่านี้มีอายุการใช้งานเพียง 3-5 ปีและมีราคาแพงในการเปลี่ยนทดแทน ทำให้ต้องหยุดใช้งานตู้เย็นจำนวนมากในพื้นที่ชนบท

แต่ความก้าวหน้าของแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุมอุณหภูมิในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนของระบบลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้น โดยจุดเปลี่ยนสำคัญคือการพัฒนาเทคโนโลยี Solar Direct Drive หรือ SDD

SDD คือ ระบบที่นำพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงโซลาร์เซลล์มาใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเครื่องแปลงไฟ (Inverter) และไม่พึ่งพาแบตเตอรี่ สามารถเชื่อมต่อแผงโซลาร์เข้ากับคอมเพรสเซอร์โดยตรงและเก็บพลังงานความเย็นไว้ในรูปของน้ำแข็งแทนแบตเตอรี่

องค์การอนามัยโลกรับรองมาตรฐานเทคโนโลยีนี้อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2010 และกลายเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมตู้เย็นและตู้แช่พลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ที่เติบโตตามมาในภายหลัง

ก้าวสู่เชิงพาณิชย์

องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า อาหารราว 14% ของโลกสูญหายระหว่างกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยวจนถึงก่อนถึงร้านค้าปลีก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 936,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี กระทบรายได้ของเกษตรกรรายย่อยกว่า 470 ล้านคนทั่วโลก ทำให้รายได้ลดลงเฉลี่ยถึง 15%

ขณะที่การขาดห่วงโซ่ความเย็นที่มีประสิทธิภาพทำให้ผลผลิตอาหารทั่วโลกสูญเสียไปถึง 526 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 12% ของผลผลิตทั้งหมด ซึ่งมากพอจะเลี้ยงประชากรได้กว่า 1 พันล้านคน

ในทวีปแอฟริกา สถานการณ์รุนแรงยิ่งกว่า องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ประเมินว่าอาหารที่ผลิตได้มากถึง 40% สูญเสียไปก่อนถึงตลาด สาเหตุสำคัญคือการขาดแคลนระบบเก็บรักษา การขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ และแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้

เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรง ผัก ผลไม้ ปลา และผลิตภัณฑ์นมเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น ทำให้เกษตรกรจำนวนมากจำเป็นต้องขายสินค้าในทันทีหลังเก็บเกี่ยว แม้จะเป็นช่วงที่ราคาตกต่ำก็ตาม

ขณะที่รายงานด้านห่วงโซ่ความเย็นอาหารที่ยั่งยืน (Sustainable Food Cold Chains) ซึ่งจัดทำร่วมกันโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชี้ว่าประเทศกำลังพัฒนาครอบครองพื้นที่เพาะปลูกที่เก็บเกี่ยวแล้วเกือบ 80% ของโลก แต่กลับมีศักยภาพในการแช่เย็นผลผลิตเพียงราว 20% เท่านั้น เทียบกับ 60% ในประเทศพัฒนาแล้ว

การถือกำเนิดของตู้เย็นพลังงานแสงอาทิตย์ในฐานะสิ่งจำเป็นด้านสาธารณสุข จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งเล็งเห็นว่า ตู้เย็นและตู้แช่พลังงานแสงอาทิตย์ไม่ใช่สินทรัพย์ที่เกษตรกรทุกรายจะสามารถจ่ายเงินซื้อเองได้ การให้บริการในลักษณะเช่าใช้จะช่วยให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยีได้โดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่

ที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนจากตู้เย็นเก็บวัคซีนสู่ตู้แช่เพื่อการพาณิชย์นั้นไม่ได้ต่างกันมากนัก เพราะปัญหาพื้นฐานเหมือนกันทุกประการ คือการขาดไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ในพื้นที่ชนบทและกึ่งเมือง

ผลดีต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลจากรายงานขององค์การสหประชาชาติและหน่วยงานวิจัยด้านพลังงานทดแทนชั้นนำชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีตู้เย็นพลังงานแสงอาทิตย์กำลังเติบโตและสร้างผลกระทบในวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ

ในแง่ของการลดขยะอาหารนั้น ที่ผ่านมา อาหารประมาณ 14% ที่ผลิตได้ต้องสูญเสียไปในกระบวนการตั้งแต่หลังการเก็บเกี่ยวไปจนถึงก่อนถึงค้าปลีก รายงานจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า การปรับปรุงระบบห่วงโซ่ความเย็นในประเทศกำลังพัฒนาสามารถช่วยรักษาผลผลิตอาหารได้ถึง 144 ล้านตันต่อปี

นวัตกรรมนี้ยังมีผลดีต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อภูมิอากาศ เนื่องจากช่วยลดการพึ่งพาสารทำความเย็นกลุ่ม HFCs ที่ทำลายชั้นบรรยากาศ และทดแทนการใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ข้อที่ 7 (พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้) ข้อที่ 8 (การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ) และข้อที่ 13 (การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

ในด้านการตลาด รายงานวิจัยตลาดพลังงานสะอาดระบุว่า ตลาดระบบทำความเย็นพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกมีมูลค่าการเติบโตในอัตราก้าวหน้าเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) มากกว่า 12% ในช่วงปี 2021-2030 โดยภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา (Sub-Saharan Africa) และเอเชียแปซิฟิกเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด

นอกจากนั้น การประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการติดตั้งห้องเย็นพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนประมงพื้นบ้านแถบชายฝั่งตะวันออกของแอฟริกา ยังแสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการประมงขนาดเล็กมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35-40% เนื่องจากสามารถเก็บรักษาสัตว์น้ำสดไว้ขายในช่วงเวลาที่ความต้องการของตลาดสูงขึ้น แทนการแปรรูปเป็นปลาตากแห้งที่ราคาต่ำกว่า

ระบบทำความเย็นพลังงานแสงอาทิตย์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เก็บรักษาความเย็น แต่เปรียบเสมือนกุญแจไขเปิดศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมในหลายมิติ

รูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้น ท้องถิ่นเริ่มมีอาชีพ“ผู้ให้บริการความเย็น” (Cooling Service Providers) มีการจ้างงานช่างเทคนิคในท้องถิ่นเพื่อดูแลรักษาแผงโซลาร์เซลล์และระบบคอมเพรสเซอร์ นอกจากนี้ สตรีในชุมชนชนบทสามารถรวมกลุ่มกันตั้งกลุ่มแปรรูปอาหารสด ผลิตเครื่องดื่มเย็น หรือโยเกิร์ตส่งขาย สร้างรายได้เสริมและยกระดับบทบาททางเศรษฐกิจของสตรีในสังคม

ความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการก็ดีขึ้นด้วยเช่นกัน ในอดีต ชุมชนห่างไกลมักขาดแคลนสารอาหารประเภทโปรตีนและวิตามิน เนื่องจากเนื้อสัตว์ นม และผักสดเน่าเสียเร็วมาก การมีตู้เย็นหรือห้องเย็นพลังงานแสงอาทิตย์ในใจกลางชุมชน ช่วยให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงอาหารสดที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนได้ตลอดทั้งปี ลดอัตราการเกิดโรคขาดสารอาหารในเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไนจีเรียโดดเด่น

ไนจีเรียเป็นประเทศหนึ่งที่มีโมเดลธุรกิจตู้เย็นพลังแสงอาทิตย์หลากหลายที่สุด และเป็นตัวอย่างที่ดีในการเปรียบเทียบแนวทางที่แตกต่างกัน

บริษัทชื่อ ColdHubs ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 และสร้างห้องเย็นแบบแยกส่วนที่ทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด ตั้งอยู่ในตลาดสดและจุดรวบรวมผลผลิตทั่วประเทศ เกษตรกรและพ่อค้าแม่ค้าจ่ายค่าเช่าพื้นที่เป็นรายวันตามจำนวนกล่องที่นำมาเก็บ ในอัตราประมาณ 0.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อลังต่อวัน

ระบบนี้ช่วยยืดอายุผักผลไม้สดจากเดิมที่เก็บได้เพียง 2 วันให้อยู่ได้นานถึง 21 วัน ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวลงได้ถึง 80% และจากการสำรวจผู้ใช้งาน 612 รายพบว่ารายได้ครัวเรือนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 60 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 120 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน ปัจจุบัน ColdHubs ขยายเครือข่ายไปแล้วกว่า 54 แห่งใน 22 รัฐทั่วไนจีเรีย ให้บริการผู้ใช้งานมากกว่า 11,000 ราย

ขณะที่ ColdHubs เน้นแก้ปัญหาระดับตลาดและพื้นที่รวบรวมผลผลิต อีกบริษัทหนึ่งคือ Koolboks กลับเลือกเจาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรง โดยก่อตั้งขึ้นในปี 2018

ลูกค้าหลักของ Koolboks ในปัจจุบันคือผู้ประกอบการรายย่อยในภาคเศรษฐกิจนอกระบบ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ทำธุรกิจขายของชำและอาหารแช่แข็ง รวมถึงร้านขายยาในพื้นที่ที่ไฟฟ้าจากสายส่งเข้าไม่ถึงหรือไม่เสถียร บริษัทใช้รูปแบบการชำระเงินแบบผ่อนรายงวด ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีเงินทุนก้อนใหญ่สามารถเข้าถึงตู้แช่ได้

ปัจจุบันมีผู้ขายอาหารแช่แข็งบนแพลตฟอร์มของ Koolboks กว่า 5,000 รายใน 17 ประเทศ และบริษัทได้ย้ายฐานการประกอบตู้แช่มาผลิตในไนจีเรียเอง ทำให้สามารถขนส่งตู้แช่ต่อหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ได้เพิ่มขึ้นจาก 100 เครื่องเป็น 600 เครื่อง และสร้างงานในโรงงานประกอบกว่า 30 ตำแหน่ง พร้อมแผนขยายที่จะสร้างงานเพิ่มอีกราว 300 ตำแหน่งในอนาคต

ประเทศอื่นๆไม่น้อยหน้า

ในอินเดีย ปัญหาการสูญเสียผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวก็รุนแรงไม่แพ้กัน ข้อมูลจากสมาพันธ์อุตสาหกรรมอินเดีย (CII) ระบุว่าประเทศสูญเสียผักผลไม้มากกว่า 18% ต่อปีเพราะขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านความเย็นที่มีคุณภาพ ขณะที่งานวิจัยของสถาบันการจัดการแห่งอินเดียพบว่าระบบความเย็นในประเทศครอบคลุมสินค้าที่เน่าเสียง่ายเพียง 10% เท่านั้น

บริษัท Ecozen จึงพัฒนาห้องเย็นเคลื่อนที่ขนาดเล็กชื่อ Ecofrost ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับเทคโนโลยีกักเก็บความร้อนผ่านแผ่นโลหะแทนแบตเตอรี่เคมี ทำให้รักษาอุณหภูมิ 4-10 องศาเซลเซียสได้นานถึง 30 ชั่วโมงแม้ไม่มีแดด

ระบบนี้เปิดให้เกษตรกรเลือกได้ทั้งแบบเช่ารายเดือน แบบจ่ายตามปริมาณที่ฝากเก็บ หรือซื้อขาดสำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ ปัจจุบัน Ecozen ติดตั้งห้องเย็น Ecofrost ไปแล้วกว่า 900 หน่วยในมากกว่า 10 ประเทศ ให้บริการเกษตรกรกว่า 35,000 ราย ช่วยรักษาผลผลิตไม่ให้เน่าเสียได้แล้วกว่า 20,000 ตัน และผลิตพลังงานสะอาดสะสมแล้วกว่า 100 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ส่วนเคนยามีบริการห้องเย็นพลังแสงอาทิตย์แบบจ่ายตามการใช้งานของบริษัท SoKo Fresh ซึ่งคิดค่าบริการตามน้ำหนักผลผลิตที่ฝากเก็บ บริษัทระบุว่าบริการนี้ช่วยลดอัตราการเน่าเสียของลูกค้าจากเดิมที่อาจสูงถึง 50% ให้เหลือต่ำกว่า 2% และช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาสูงขึ้นถึง 50% ต่อกิโลกรัม

นอกจากประเทศเหล่านี้ เทคโนโลยีการทำความเย็นด้วยพลังแสงอาทิตย์กำลังขยายตัวในหลายประเทศ ทั้งเอธิโอเปีย รวันดา และแอฟริกาใต้ รวมถึงเกาะกลางทะเลต่างๆ เช่น หมู่เกาะแถบแคริบเบียนและแปซิฟิก เช่น เปอร์โตริโกและฮาวาย

เกาะกลางทะเลมักจะมีค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยสูงกว่าพื้นแผ่นดินใหญ่หลายเท่า ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อเกษตรกรรายย่อยที่ต้องการเก็บรักษาผลผลิตไว้ขายในพื้นที่ องค์กรไม่แสวงผลกำไรอย่าง Ridge to Reefs จึงร่วมพัฒนาต้นแบบรถพ่วงห้องเย็นเคลื่อนที่ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งระบบ ด้วยงบประมาณก่อสร้างเพียง 10,000 เหรียญสหรัฐฯ

ถึงแม้แนวคิดนี้จะมีขนาดเล็กกว่าโครงการในแอฟริกาหรืออินเดียมาก แต่สะท้อนหลักการเดียวกันคือการลดต้นทุนพลังงานเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเก็บเงินส่วนต่างไว้ลงทุนต่อในกิจการของตนเอง และช่วยให้ชุมชนเกาะเพิ่มสัดส่วนอาหารที่ผลิตได้เองในท้องถิ่นแทนการนำเข้า ซึ่งเป็นการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับท้องถิ่นไปพร้อมกัน

ภาพรวมและความท้าทาย

รายงาน Global Off-Grid Solar Market Report ปี 2024 ซึ่งจัดทำโดยสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์นอกสายส่ง GOGLA ร่วมกับธนาคารโลก ระบุว่าบริษัทในเครือข่ายช่วยให้ผู้คนมากกว่า 20 ล้านคน เข้าถึงพลังงานเพิ่มขึ้นในปี 2024 เพียงปีเดียว และเมื่อนับสะสมตั้งแต่ปี 2010 มีผู้ได้รับประโยชน์แล้วมากกว่า 138 ล้านคน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมมูลค่า 26,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้

ที่น่าสนใจคือในปี 2024 เป็นครั้งแรกที่รายงานฉบับนี้เริ่มเก็บข้อมูลยอดขายห้องเย็นเดินเข้าได้แบบพลังแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ และพบว่ามีการขายไปแล้วถึง 576 หน่วยทั่วโลกในปีเดียว ซึ่งสะท้อนว่าตู้เย็นและห้องเย็นพลังแสงอาทิตย์กำลังกลายเป็นสินค้าหลักของอุตสาหกรรมพลังงานนอกสายส่ง (Off-grid system) ไม่ใช่แค่สินค้ารองอย่างหลอดไฟหรือวิทยุอีกต่อไป

ถึงแม้ระบบทำความเย็นพลังงานแสงอาทิตย์จะมีข้อดีอย่างมหาศาล แต่การขยายผลให้ครอบคลุมทั่วโลกยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายสำคัญ 3 ประการ นั่นคือ

การลงทุนเริ่มต้นที่ยังสูงมากสำหรับเกษตรกรที่มีรายได้น้อย การขาดแคลนทักษะทางเทคนิคในท้องถิ่นเนื่องจากการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบจำเป็นต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง จึงจำเป็นต้องมีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานท้องถิ่นคู่ขนานกันไป ท้ายที่สุดคือการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต เมื่อแผงโซลาร์เซลล์หรืออุปกรณ์ควบคุมหมดอายุการใช้งานในอีก 20-25 ปีข้างหน้า ชุมชนต้องมีระบบการจัดการและรีไซเคิลที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา

หากสามารถรับมือความท้าทายดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแสงแดดที่เคยแผดเผาผลผลิตให้กลายเป็นแหล่งทำความเย็นก็จะเป็นตัวอย่างชั้นดีของการผสานเทคโนโลยี ความยั่งยืน และการพัฒนาการค้าท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.euronews.com/2026/06/17/solar-powered-fridges-are-boosting-farmers-incomes-by-50-while-cutting-food-waste

https://sun-connect.org/how-solar-powered-refrigeration-is-transforming-local-economies/

https://www.gatesfoundation.org/ideas/articles/solar-power-vaccine-refrigerator

https://apnews.com/article/ab6919e37d1ecb37b1b22620086530e1

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...