โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ชายฮู้ดน้ำเงิน เปิดชื่อโค้ดผู้ว่าจ้างเป็นคนไทย

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Nick
ตำรวจขยายผลคดีแอร์โฮสเตสถูกจับที่ออสเตรเลีย รวบ 2 ผู้ต้องหาทำหน้าที่ส่งยาเสพติดซุกพัสดุ สารภาพรับค่าจ้าง 6 หมื่นบาทต่อครั้ง ทำมาแล้ว 3 ครั้ง

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งรับผิดชอบงานด้านยาเสพติด พร้อมด้วย พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร ได้นำตัวผู้ต้องหา 2 ราย มาทำบันทึกจับกุมเพิ่มเติม ณ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นครบาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้ต้องหาทั้งสองรายประกอบด้วย นายอุทัย อายุ 47 ปี ซึ่งทำหน้าที่ส่งพัสดุต้องสงสัย และ นายอติราช อายุ 59 ปี ผู้ขับรถที่พานายอุทัยไปส่ง โดยทั้งสองคนถูกควบคุมตัวในคดีที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ซึ่งถูกซุกซ่อนในพัสดุและนำไปส่งยังคอนโดมิเนียมของแอร์โฮสเตสสาวรายหนึ่ง ซึ่งต่อมาถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการสอบปากคำ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปรับกระเป๋าลายช้างจำนวน 18 ใบ ซึ่งภายในบรรจุเฮโรอีนมาแล้ว ที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ก่อนจะนำมาพักเก็บไว้ในห้องพักส่วนตัว

ภายหลังทราบข่าวการจับกุมแอร์โฮสเตสที่ประเทศออสเตรเลีย ผู้ต้องหาได้ตัดสินใจทำลายของกลางที่เหลืออยู่ โดยการทิ้งลงชักโครก และนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งตามจุดต่างๆ เพื่ออำพรางหลักฐาน ส่วนของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบในวันนี้เป็นวัสดุที่ถูกตีกลับมาจากพื้นที่ซอยเสือใหญ่

จากการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยังคงพบคราบเฮโรอีนตกค้างภายในกระเป๋าที่ตรวจยึดได้ โดยผลตรวจมีความเข้มข้นเกือบ 900 คะแนนจากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ซึ่งยืนยันได้ว่าเป็นคราบเฮโรอีนที่ยังคงหลงเหลืออยู่

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทราบตั้งแต่ต้นว่าภายในกระเป๋าบรรจุสิ่งผิดกฎหมาย โดยได้รับของจากบุคคลที่ไม่เปิดเผยใบหน้าในอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา จากนั้นจึงโดยสารรถทัวร์เข้ามากรุงเทพมหานคร และเก็บของไว้ที่ห้องพัก ก่อนจะนำไปส่งที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 60,000 บาทต่อครั้ง และอ้างว่าได้กระทำการในลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง

สำหรับผู้ว่าจ้าง ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลชาวไทยผ่านกลุ่มไลน์ โดยใช้ชื่อบัญชีในลักษณะชื่อโค้ด เช่น “รินริน” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบและขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา 2 กระทง คือ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน โดยกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และ ร่วมกันส่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน โดยกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถาม นายอุทัย ได้ยืนยันว่าไม่รู้จักแอร์โฮสเตสสาวแต่อย่างใด และเพิ่งกระทำไปเพียง 3 ครั้ง เนื่องจากมีฐานะทางบ้านไม่ดี โดยใช้วิธีการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ พร้อมกล่าวขอโทษต่อแอร์โฮสเตสและครอบครัวสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...