โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TEGH ประเมินผลงาน Q2/69 แนวโน้มสดใส รับผลบวกจากปริมาณและราคาขายที่ดีขึ้น - ลุยขยายกำลังผลิตยางแท่ง

Wealthy Thai

อัพเดต 59 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TEGH) ประเมินผลงาน Q2/69แนวโน้มสดใส รับปริมาณขายเพิ่มขึ้น บวกกับราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตยางแท่งตามแผน ฟากแม่ทัพหญิง “สินีนุช โกกนุทาภรณ์” ระบุ ยอดขายยางปีนี้มีลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ดันรายได้ปี 69เติบโต 10%แตะระดับ 22,000ล้านบาท All Time High ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3เตรียมส่งบริษัทย่อย “ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ (TEBP)” เข้าตลาด mai ในปีนี้
นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์และผลิตพลังงานทดแทน ประเภทพลังงานชีวภาพแบบครบวงจรในพื้นที่ EEC เปิดเผยว่าแนวโน้มภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2569มีทิศทางสดใสต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านปริมาณขายยางแท่งที่เพิ่มขึ้น และราคาขายที่ขยับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตและขยายตลาด บวกกับการบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ปี 2569มีรายได้รวมเติบโต 10%แตะระดับ 22,000ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งยางธรรมชาติ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์
โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ คาดว่าปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น เป็น 280,000-290,000ตัน หรือเพิ่มขึ้น 10-15%เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) เช่นเดียวกัน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมยางยังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันด้านราคาจากผู้ผลิตในภูมิภาค
อีกทั้งมั่นใจว่าจะสามารถรักษาสัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ได้ในระดับ 30-40%ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ จากการที่ลูกค้าในยุโรป และประเทศอื่นๆ ที่ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังทิศทางการบังคับใช้กฎหมาย EUDR ของสหภาพยุโรปมีความชัดเจนมากขึ้น และคาดว่าจะไม่มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปเพิ่มเติม ก่อนเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 30ธันวาคม 2569ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ของบริษัทฯ ให้เพิ่มขึ้นในระยะครึ่งปีหลัง ขณะที่โครงการขยายกำลังการผลิตยางแท่งที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2569จะทำให้กำลังการผลิตยางแท่งรวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 432,000ตันภายในปีนี้ ซึ่งจะสอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วง 1-2ปีข้างหน้า
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 4,409ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 81ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ 3,922ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน คิดเป็นสัดส่วน 89%ของรายได้ทั้งหมด และมีปริมาณการขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR อยู่ที่ 20,467ตัน คิดเป็นสัดส่วน 35%ของยอดขายยางแท่งทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีรายได้ 418ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 9%ของรายได้ทั้งหมด ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์ มีรายได้ 66ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26%จากไตรมาสก่อน
ด้วยวิสัยทัศน์ Empowering the Low Carbon Value Chain บริษัทฯ ได้เปิดตัวสินค้ายางแท่งที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Block Rubber Carbon Neutral) ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าผู้ผลิตยางล้อที่ต้องการใช้วัตถุดิบที่สามารถช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับกับมาตรการ CBAM ที่จะเริ่มบังคับใช้แล้วในปีนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะสามารถรับรู้รายได้ในอนาคตอันใกล้ โดยล่าสุด ได้ประกาศความสำเร็จในการเป็นผู้บุกเบิก Carbon Neutral Natural Rubber รายแรกของโลก ในงาน “TEGH Low Carbon Partnership Forum 2026”
ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีแนวโน้มกลับมาทำผลงานได้ดีหลังจากบริษัทฯ เดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการซ่อมบำรุงเครื่องจักร การติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ลูกใหม่ และการติดตั้งหม้อนึ่งปาล์ม (Sterilizer) เพิ่มเติมคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้อีก 50%ภายในปีนี้ นอกจากนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าได้รับการรับรอง ISCC corsia สำหรับน้ำมันที่สกัดได้จากทะลายปาล์มเปล่าและน้ำมันน้ำเสีย ในปี 2569หลังจากที่ได้รับการรับรอง ISCC plus และ ISCC EU มาแล้วในปีที่ผ่านมา
บริษัทฯ มองว่าภาพรวมตลาดน้ำมันปาล์ม ยังได้รับแรงสนับสนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง รวมถึงนโยบายภาครัฐที่เพิ่มสัดส่วนการใช้ Biodiesel เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานในหลายประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่ม demand ด้าน Biodiesel หนุนดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มออกจากตลาด รวมถึงราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ราคารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน และการต่อยอดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จะช่วยให้ธุรกิจปาล์มน้ำมันพลิกวิกฤต และเติบโตได้ในปีนี้
ด้านธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องหลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 1และขณะที่โครงการบ่อกากปิโตรเคมี จะเริ่มดำเนินการเชิงพานิชย์ได้ในไตรมาส 2/2569ส่วนโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 2คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มรับรู้ภายในไตรมาส 2/2570ตามแผนเพิ่มศักยภาพในการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์รวมเป็นปีละ 1,100,000ตัน และผลิตก๊าซชีวภาพรวมเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 58,000,000ลูกบาศก์เมตร ในปี 2570ถือเป็นโอกาสอันดีของธุรกิจภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนด้านพลังงานโลกและต้นทุนพลังงานฟอสซิลที่ยังอยู่ในระดับสูง ช่วยเร่งความต้องการพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกมากขึ้น ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง
นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่า จะมีการรับรู้รายได้จากการขาย Carbon Credit ที่จะได้รับการรับรองเพิ่มขึ้นตามปริมาณกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นด้วย พร้อมเดินหน้าหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศเพื่อร่วมพัฒนาโครงการ CBG/LBM และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ Low Carbon Value Chain ในอนาคตต่อไป
สำหรับแผนการนำการบริษัทย่อย “บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (TEBP)”เสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ปัจจุบันมีความคืบหน้าตามลำดับ คาดว่าจะสามารถนำหุ้นสามัญเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...