DNA ยัน ‘น้องแอล’ เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ครอบครัวใจสลาย พ้อปัญหาซ้ำซากถนนไทย
เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของนางสาวสุภาพร จงจิตร หรือ “แอล” อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถประจำทางสาย 206 ที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ได้เดินทางมาติดต่อเรื่องเอกสารเพื่อขอรับร่างไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัด ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า
โดยวันนี้ผลจากสถาบันนิติเวชวิทยายืนยันชัดแล้ว ว่า 1 ในนั้น คือร่างของนางสาวสุภาพร พนักงานคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านศรีนครินทร์ ทำให้เช้าวันนี้ครอบครัวได้เดินทางเข้าติดต่อดำเนินการเรื่องเอกสารที่ สน.มักกะสัน ก่อนเดินทางเข้ามาติดต่อรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ
นายธิติกร อายุ 37 พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุพ่อโทรมาหาตนเอง บอกว่าติดต่อน้องสาวไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นตนเองยังไม่คิดว่าน้องสาวจะเป็นเหยื่อโศกนาฎกรรมครั้งนี้ แต่พอพ่อโทรมาวันก่อนด้วยความไม่สบายใจ ก็เลยเดินทางเข้ามาที่สถาบันนิติเวชวิทยา เพราะทราบข่าวว่ายังเหลืออีก 2 ศพ ที่ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ แต่ก็ยังไม่ชัดเจน กระทั่งพ่อร้อนใจ เนื่องจากยังติดต่อน้องสาวไม่ได้ ก็เลยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาตรวจดีเอ็นเอเมื่อวานนี้ สุดท้ายเมื่อคืนก็ทราบข่าวร้ายว่า 1 ในร่างของผู้เสียชีวิต ก็คือน้องสาวจริงๆ
ส่วนตัวยอมรับว่าไม่ค่อยได้พูดคุยกับน้องสาวมากนัก เลยไม่รู้ว่าน้องชอบนั่งรถเมล์หรือปกติเดินทางด้วยรถอะไร พอมารู้ข่าวว่าน้องสาวก็เป็นหนึ่งในผู้โดยสารวันนั้น ก็ยังช็อกอยู่เลย ทำใจไม่ได้ ยอมรับว่าน้องสาวอนาคตยังไปได้อีกไกล และกำลังจะเปลี่ยนงานใหม่ เป็นผู้จัดการ แต่ยังคงทำงานเกี่ยวกับด้านเสริมความงามเช่นเดิม
“น้องเคยพูดว่าชอบงานด้านนี้ ชอบงานด้านความสายความงาน ถือเป็นความฝัน ตั้งใจทำงานดูแลครอบครัว ส่งเงินมาให้ที่บ้านเป็นประจำทุกเดือน น้องสาวเป็นคนเก่งและเป็นคนดี ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มานาน เราในฐานะพี่ชายเป็นห่วงน้องสาวอยู่แล้ว เราเองก็เพิ่งเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ได้เพียงแค่เดือนเดียว เจอน้องสาวครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว เรามีน้องสาวเพียงคนเดียว วันนี้ครอบครัวต้องเจอเหตุการณ์อันน่าโหดร้าย หัวใจเรามันแหลกสลาย แม้เราจะไม่ค่อยได้คุยกับน้องสาว เพราะเขาจะคุยกับพ่อเป็นหลัก สายสุดท้ายก็โทรหาพ่อ แต่พ่อก็ยังไม่ทันจะได้รับ”
นายธิติกร ยังบอกอีกว่า “วันนี้พอเกิดเหตุการณ์ขึ้น มันพูดอะไรไม่ออก มันโหดร้าย มันไวเกินไปจนเกินจะรับไหว มันพูดอะไรไม่ออกจริงๆ ความปลอดภัยในชีวิตทุกวันนี้ มันพูด อธิบายไม่ถูก การเดินทางไปไหนมันอันตรายไปหมด มันเกิดขึ้นทุกวัน จนเป็นปัญหาซ้ำซาก ไม่จบไม่สิ้นเสียที”
สำหรับในช่วงบ่ายวันนี้ครอบครัวของนางสาวสุภาพร จะเตรียมรับร่างกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิด ปลายทางที่วัดน้ำแพร่ ต.น้ำแพร่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ต่อไป
ขณะที่ร่างของ “นางสาวเอ เอ มิท” ชาวเมียนมา ที่เมื่อวานนี้ติดปัญหาเรื่องของเอกสารที่สถานฑูต วันนี้คาดว่าจะสามารถรับศพกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้เช่นกัน ปลายทางไปที่วัดพรหมวงศาราม กทม. โดยอยู่ระหว่างการติดต่อประสานงาน.