โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หนุ่มอายุแค่ 30 ตายเพราะเบาหวาน! แพทย์รีบเตือนด่วน 2 อาหารเช้า "มัจจุราชเงียบ"

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อุทาหรณ์คนเมือง! หนุ่มวัย 30 ดับช็อกฉับพลัน แพทย์ชี้ปม

หนุ่มออฟฟิศวัย 30 ดับสลดจากเบาหวาน แพทย์เตือนด่วน! สั่งตัด 2 เมนูนี้ออกจากมื้อเช้า

หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า "มื้อเช้า" คือสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดความเสถียรของระดับน้ำตาลในเลือดไปตลอดทั้งวัน การเลือกกินอาหารเช้าแบบผิด ๆ เป็นการบีบบังคับให้ตับอ่อนต้องทำงานหนักจนเกินรับไหว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 สูงขึ้นถึงประมาณ 3 เท่าเลยทีเดียว

ล่าสุด เรื่องราวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ "เสี่ยวเฉิน" พนักงานออฟฟิศหนุ่มชาวจีนวัยเพียง 30 ปี ได้กลายเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่และส่งสัญญาณเตือนมายังคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมการกินมื้อเช้าตามใจปาก เสี่ยวเฉินเป็นคนที่มีพื้นฐานร่างกายแข็งแรงดีและไม่เคยตรวจพบโรคประจำตัวจากการตรวจสุขภาพประจำปีมาก่อน แต่เนื่องจากเขาต้องรีบเร่งไปทำงาน จึงมักจะกินมื้อเช้าแบบลวก ๆ เพื่อประหยัดเวลา โดยเขาเลือกซื้อขนมปังแป้งหวาน ขนมเปี๊ยะทอด หรือแพนเค้กทอด คู่กับน้ำอัดลม 1 ขวดจากร้านสะดวกซื้อเป็นประจำ และทำแบบนี้ติดต่อกันนานถึง 5 ปี

จนกระทั่งวันหนึ่ง เสี่ยวเฉินเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง และหมดสติเข้าสู่ภาวะขั้นวิกฤต (Coma) ในที่ทำงานทันที แม้จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่เขาก็ได้เสียชีวิตลงในที่สุดเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน ร่างกายเกิดสภาวะเลือดเป็นกรดจากสารคีโตนเฉียบพลัน (Diabetic Ketoacidosis - DKA)

มื้อเช้า: สมรภูมิชี้ชะตาการทำงานของ "ตับอ่อน"

หลังจากที่เรานอนหลับและอดอาหารมาตลอดทั้งคืน ระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงเช้าจะอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุด ซึ่งส่งผลให้ตับอ่อนมีความไวและความเซ็นซิทีฟต่ออาหารมากที่สุด ต่างจากมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น เพราะคุณภาพของมื้อเช้าจะส่งผลโดยตรงต่อการแกว่งตัวของน้ำตาลในเลือดตลอดวัน

เมื่อเรากินอาหารเข้าไปในตอนเช้า ตับอ่อนจะหลั่งอินซูลินออกมาเพื่อเผาผลาญและแปรสภาพอาหาร หากเรากินมื้อเช้าที่ดีต่อสุขภาพ ระดับน้ำตาลในเลือดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ ทำให้ตับอ่อนทำงานได้อย่างเป็นระบบ ในทางตรงกันข้าม หากเราประเดิมมื้อแรกของวันด้วยอาหารที่มีน้ำตาลสูงและไขมันจัดทันทีหลังตื่นนอน ระดับน้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด ซึ่งภาวะช็อกชั่วขณะนี้จะบีบให้ตับอ่อนต้องทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อคั้นอินซูลินปริมาณมหาศาลออกมา หากทำพฤติกรรมนี้ซ้ำ ๆ ติดต่อกัน เซลล์ของตับอ่อนจะถูกทำลายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ นำไปสู่สภาวะดื้ออินซูลินและกลายเป็นโรคเบาหวานในที่สุด

จากข้อมูลทางคลินิกพบว่า คนที่กินมื้อเช้าไม่ถูกหลักโภชนาการจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 มากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า และหากคุณยังคงกิน 2 เมนูนี้เป็นประจำ ร่างกายจะก้าวเข้าสู่โซนอันตรายภายในเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น

งดด่วน! 2 เมนูอาหารเช้าอันตราย เสี่ยงตับอ่อนพัง

1. เบเกอรี่แป้งหวาน และเครื่องดื่มสำเร็จรูปน้ำตาลสูง

เมนูยอดฮิตติดชาร์ตของคนทำงานยุคนี้คือ ขนมปังรสหวาน เค็ม เค้ก ชานม หรือนมถั่วเหลืองสูตรหวานจัด เมนูเหล่านี้แม้จะสะดวกสบาย แต่กลับอุดมไปด้วยน้ำตาลทราย (Sucrose) และไซรัปข้นหนืดปริมาณมหาศาล ขณะที่มีใยอาหารแทบจะเป็นศูนย์ เมื่อกินเข้าไปตอนเช้า น้ำตาลในเลือดจะพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที กระตุ้นให้ตับอ่อนทำงานหนักจนอ่อนล้า ล่วงเลยไปสู่ภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้น้ำตาลสะสมในกระแสเลือดเรื้อรังและกลายเป็นเบาหวานชนิดรุนแรงในที่สุด

2. ของทอด เมนูเช้าแบบน้ำมันท่วม

ไม่ว่าจะเป็นปาท่องโก๋ทอด แพนเค้กทอด ขนมเปี๊ยะทอด หรือสารพัดแป้งทอดซ้ำ เมนูเหล่านี้คือตัวการร้ายที่ให้แคลอรีสูงลิ่วและเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว แต่กลับไร้สารอาหารที่มีประโยชน์ การกินของทอดในยามเช้าจะทำให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกิน ก่อให้เกิดโรคอ้วนและคอเลสเตอรอลสูง ซึ่งไขมันที่ล้นเกินนี้จะเข้าไปบดบังและลดความไวของอินซูลิน ขัดขวางกระบวนการเผาผลาญน้ำตาล ส่งผลร้ายต่อระบบหลอดเลือดยาวไปถึงขั้นแทรกซ้อนจนไตเสี้ยวหรือเกิดโรคหัวใจเฉียบพลันได้

สัญญาณเตือนภัยจากตับอ่อน: หากกินอาหารสองกลุ่มนี้ติดต่อกันเพียง 1-2 เดือน แล้วเริ่มมีอาการเหนื่อยล้าผิดปกติในตอนเช้า ปากแห้ง คอแห้ง กระหายน้ำบ่อย และปัสสาวะตอนกลางคืนถี่ขึ้น นั่นคือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตที่ตับอ่อนกำลังร้องขอความช่วยเหลือ ควรรีบไปตรวจเช็กระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (Fasting Blood Sugar) ทันที

เคล็ดลับการกินมื้อเช้าให้ปลอดภัย น้ำตาลไม่พุ่ง

เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันโรคเบาหวานตั้งแต่ต้นตอ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินมื้อเช้าด้วยหลักการง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ:

  • เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Good Carbs): เปลี่ยนจากขนมปังขาวหรือขนมปังหวาน มาเป็นธัญพืชขัดสีน้อย เช่น มันเทศ ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต หรือขนมปังโฮลวีต ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลช้าลง
  • เติมโปรตีนและผักใบเขียว: ใช้สูตร "แป้งดี + โปรตีน + ผัก" โดยเพิ่มไข่ต้ม นมสดรสจืด (หรือนมสูตรไม่เติมน้ำตาล) ควบคู่กับผักสด เช่น แตงกวา หรือมะเขือเทศ เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
  • กินให้ตรงเวลาและเคี้ยวช้าๆ: ควรรับประทานมื้อเช้าให้เสร็จสิ้นก่อนเวลา 09.00 น. เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารและตับอ่อนเซ็ตระบบนาฬิกาชีวิตได้อย่างมั่นคง ลดการผันผวนของน้ำตาลในเลือดระหว่างวัน

ชีวิตและสุขภาพของเราขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเลือกกินในทุก ๆ เช้า การเสียชีวิตของหนุ่มวัย 30 ปีรายนี้แสดงให้เห็นว่าโรคเบาหวานไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น การหันกลับมาใส่ใจอาหารมื้อแรกของวัน ลดละแป้งหวานและของทอด แล้วหันมาจัดจานอาหารให้สมดุล จะช่วยปกป้องตับอ่อนของคุณให้แข็งแรงและห่างไกลจากโรคร้ายได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...