โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“AIEAT” แนะ 8 ข้อเสนอทางออกทำ “TH-AI Passport” ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เดลินิวส์

อัพเดต 03 มิ.ย. เวลา 15.49 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. เวลา 08.49 น. • เดลินิวส์
สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) เสนอแนวทาง พื่อให้โครงการ TH-AI Passport เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านความคุ้มค่าของงบประมาณและการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศไทย ต้องวาง กลยุทธ์แพลตฟอร์มเพื่อลดต้นทุน Token เปิดทางให้นักพัฒนาเข้าถึง เร่ง สนับสนุนโมเดล LLM ที่พัฒนาโดยคนไทย และต้องรายงานการใช้ Token อย่างโปร่งใส ฯลฯ

หลังจาก โครงการ TH-AI Passport ชองกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ได้ ถูกวิจารณ์อย่างกว้างขว้างในสังคมถึงความคุ้มค่า กับงบประมาณที่ลงไป ซึ่งก็มีความคิดเห็นที่หลากหลาย ออกมาต่อเนื่อง

ล่าสุดทาง สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ได้นำเสนอแนวทางเพื่อให้โครงการ TH-AI Passport เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านความคุ้มค่าของงบประมาณและการพัฒนาระบบนิเวศ AI ของประเทศไทย 8 ข้อดังนี้

1. วางกลยุทธ์แพลตฟอร์มเพื่อลดต้นทุน Token

การแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานเพื่อจัดสรรสิทธิ์การใช้โมเดล LLM ให้เหมาะสมกับลักษณะงานจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน Token ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยควรจัดลำดับการเลือกใช้โมเดลตั้งแต่กลุ่มที่ให้บริการฟรีหรือมีต้นทุน Token ต่ำ ไปจนถึงโมเดลที่มีต้นทุนสูง ให้สอดคล้องกับงานตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ตรงกับความจำเป็นจริงและลดการสิ้นเปลืองที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม

2. เปิดทางให้นักพัฒนาเข้าถึง Token ขั้นสูง

Token ขั้นสูงควรถูกจัดสรรสำหรับงานที่ซับซ้อนและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง พร้อมเปิดโอกาสให้นักพัฒนาเข้าถึงผ่านระบบ API เพื่อนำไปต่อยอดสร้างนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว แนวทางนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและภาระต้นทุนตั้งต้นให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพและนักพัฒนารายใหม่ และสนับสนุนผู้มีศักยภาพสูงให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยขยายระบบนิเวศ AI ของไทยได้เร็วยิ่งขึ้น

3. สนับสนุนโมเดล LLM ที่พัฒนาโดยคนไทย

ควรเพิ่มโมเดล ThaiLLM และเครือข่ายโมเดล LLM ของประเทศไทยเข้าไปเป็นทางเลือกในแพลตฟอร์ม พร้อมจัดให้มีกลไกส่งต่อข้อมูลและผลการใช้งานกลับสู่นักวิจัยและผู้ประกอบการไทย ภายใต้กรอบความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำไปพัฒนาขีดความสามารถของโมเดลไทยให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว

4. ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

ควรจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับการเพิ่มจำนวน AI Server ภายในประเทศ เพื่อให้นักวิจัยและผู้ประกอบการด้าน AI สามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือในราคาประหยัด การลงทุนในลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาบริการ AI ที่มีประสิทธิภาพ และส่งมอบบริการในราคาที่แข่งขันกับผู้ให้บริการจากต่างประเทศได้

5. วางบทบาทเป็นจุดเชื่อมและจุดเปิดตัวนวัตกรรม

แพลตฟอร์ม TH-AI Passport ควรทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ใช้งาน AI ในประเทศกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้าน AI ของไทย ให้สามารถเข้าถึงกันได้โดยง่าย รวมถึงวางตำแหน่งเป็น AI Launchpad หรือจุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการ AI ใหม่ ๆ ของประเทศ เพื่อให้ผู้พัฒนามีช่องทางนำเสนอผลงานสู่ตลาด และส่งเสริมการนำนวัตกรรมไทยไปใช้งานจริงในวงกว้าง

6. รายงานการใช้ Token อย่างโปร่งใส

ควรจัดให้มีระบบรายงานปริมาณการใช้ Token ที่เกิดขึ้นจริงของโมเดลแต่ละค่าย เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้แต่ละกลุ่ม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนจัดสรรปริมาณ Token การคัดเลือกโมเดลที่เหมาะสมในอนาคต และการประเมินความคุ้มค่าของงบประมาณบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์

7. จัดสรรงบประมาณซื้อ Credit จาก AI Startup ไทย เพื่อกระจายโอกาสสู่ประชาชนและ SME

ควรใช้งบประมาณบางส่วนจัดซื้อ Credit หรือสิทธิ์การใช้งานจาก AI Startup ของไทย เพื่อมอบให้ประชาชนและผู้ประกอบการ SME ได้ทดลองใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แนวทางนี้สร้างประโยชน์สองทาง คือ ช่วยให้ประชาชนและ SME นำ AI ไปเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ให้ธุรกิจภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็สนับสนุนรายได้และสร้างฐานผู้ใช้งานจริงให้ AI Startup ไทย ส่งผลให้ระบบนิเวศ AI ของประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งฝั่งผู้พัฒนาและผู้ใช้งาน

8. มีระบบกำกับดูแลและตรวจสอบ AI Governance ที่เหมาะสมกับโครงการ

เนื่องจาก TH-AI Passport เป็นแพลตฟอร์มกลางที่จัดสรรสิทธิ์การใช้โมเดล AI และมีข้อมูลผู้ใช้จำนวนมากไหลผ่านระบบ จึงควรมีกลไกกำกับดูแลและตรวจสอบด้านธรรมาภิบาล AI (AI Governance) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) โดยครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ความน่าเชื่อถือของโมเดลที่ให้บริการ ความโปร่งใสของการจัดสรรสิทธิ์และการใช้จ่ายงบประมาณ และการป้องกันการใช้ AI ในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้งานทุกภาคส่วน และทำให้การใช้ AI ในโครงการคุ้มค่าและมีธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...