โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กุ้งตรังวิกฤตหนัก! มาเลย์งดนำเข้าทำราคาดิ่ง สวนทางต้นทุนเพิ่ม

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(3มิ.ย.69) เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ต่างเร่งจับกุ้งออกจำหน่ายหลังสามารถติดต่อหาแพรับซื้อได้ เนื่องจากเกรงว่าราคากุ้งจะปรับลดลงมากกว่านี้ โดยขณะนี้ราคากุ้งลดลงแทบทุกวัน หลังประเทศมาเลเซียสั่งงดนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรในพื้นที่ จ.ตรัง จ.สตูล และ จ.สงขลา ซึ่งมีตลาดส่งออกหลักอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม อาหารสัตว์น้ำ เคมีภัณฑ์ และค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะหลังการปรับอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ที่เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ ยิ่งสร้างภาระให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมากขึ้น

นางนวพรรษ คลังทิพรัตน์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง กล่าวว่า วันนี้ได้จับกุ้งจากบ่อเลี้ยงจำนวน 1 บ่อ น้ำหนักประมาณ 8 ตัน หรือ 8,000 กิโลกรัม ขนาดเฉลี่ย 65 ตัวต่อกิโลกรัม โดยก่อนหน้านี้กุ้งขนาดดังกล่าวมีราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 150-155 บาท แต่ปัจจุบันเหลือเพียงกิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่อยู่ที่กิโลกรัมละ 135 บาท ทำให้ต้องแบกรับภาวะขาดทุนในรอบการเลี้ยงครั้งนี้ประมาณ 200,000-300,000 บาท

นอกจากนี้ ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งค่าอาหารสัตว์น้ำ เคมีภัณฑ์ น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และค่าไฟฟ้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละกว่า 5,000 บาท ขณะที่ภาครัฐยังมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าเพิ่มเติม จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยเหลือและพยุงราคากุ้งให้อยู่ในระดับที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ โดยเสนอให้กุ้งขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม มีราคารับซื้อไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 145 บาท กุ้งขนาด 60 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 155 บาท และกุ้งขนาด 50 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 170 บาท รวมทั้งขอให้ภาครัฐควบคุมราคาปัจจัยการผลิต และกำหนดมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับภาคเกษตรกรรม โดยไม่ให้ค่าไฟฟ้าเกินหน่วยละ 4 บาท

ด้านนางลลิตา สายเงิน แม่ค้ารับซื้อกุ้ง กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากการลงพื้นที่รับซื้อพบว่าเกษตรกรจำนวนมากลดปริมาณการเลี้ยงลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคยเลี้ยง 7-8 บ่อ เหลือเพียง 1-2 บ่อ เพื่อประคับประคองกิจการและรักษาการจ้างงานลูกน้องเอาไว้ เพราะหากหยุดเลี้ยงทั้งหมด ลูกจ้างจะขาดรายได้ และเมื่อจะกลับมาเริ่มเลี้ยงใหม่ก็ทำได้ยาก เนื่องจากวัสดุอุปกรณ์อาจชำรุดเสียหาย

แม่ค้ารับซื้อกุ้งกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้ที่ยังสามารถเลี้ยงกุ้งต่อได้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีเงินทุนหรือมีสภาพคล่องทางการเงินมากพอ ขณะที่เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้และจำเป็นต้องหยุดเลี้ยงไปแล้วเป็นจำนวนมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...