"ดร.โจ"ไม่หวั่นโพล คนกรุงฯ เทใจเลือกผู้ว่าฯ อิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง
(31พ.ค.69) นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจนิด้าโพลที่เปิดเผยว่าประชาชนชาว กทม. จะเลือกผู้สมัครอิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง ว่า อาจจะตีความผลโพลได้หลายแบบ แบบหนึ่งก็คือเรื่องของการมองระบบ อีกแบบหนึ่งคือความเข้าใจในบทบาทระหว่าง สก. และผู้ว่า กทม. ตนคิดว่าตนและผู้สมัคร สก.ของพรรคประชาชน กำลังรณรงค์สื่อสาร 2 ด้าน 2 มุม คือวาระเมืองและวาระเขต สก.ของเราจะมีวาระเขตในแต่ละเขต ว่าอยากจะพัฒนาอะไรในพื้นที่นั้น และผู้ว่า กทม. ก็เป็นผู้รับผิดชอบต่อวาระเมือง ซึ่งการจะพัฒนาทั้งวาระเขตและวาระเมืองให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ได้ จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่า กทม. และ สก. มาจากพรรคเดียวกัน
“ถ้าเราดูผลโพลหลายหลาย ๆ อย่างประกอบกัน ยังมีคนสัก 38% ที่ต้องการเลือกผู้ว่า กทม. และ สก. จากพรรคเดียวกัน ก็น่าจะเป็นกลุ่มคนที่เข้าใจเรื่องของการวาระเขตและวาระเมือง และเข้าใจกลไกการทำงานว่าการจะผ่านนโยบายต่าง ๆ ของฝ่ายบริหารคือผู้ว่า กทม.ได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมี สก.เข้ามา ช่วยสนับสนุนด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ หรือเรื่องการออกข้อบัญญัติ ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นนโยบายต่างๆไม่ได้ถูกผลักดันอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สก. นอกจากจะมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารหรือผลักดันงบประมาณของผู้ว่า กทม.แล้ว ยังมีหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบายด้วย ถ้าผู้ว่า กทม. และ สก.มีวิสัยทัศน์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะทำให้งานเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” นายชัยวัฒน์ กล่าว
เมื่อถามว่าผลโพลออกมาในลักษณะนี้ทำให้เราเสียเปรียบหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมองแบบนั้น เพราะผลการเลือกตั้ง สส.กทม. ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ 33 เขต กวาดทั้งกรุงเทพมหานคร น่าจะเป็นเพราะประชาชนชาว กทม. เล็งเห็นถึงการทำงานของพรรคประชาชน เมื่อได้รับอำนาจจากประชาชนแล้วเข้าทำงานในสภา มีการทำงานที่คุ้มค่า ทำงานอย่างจริงจัง แข็งขัน ทุกคนมีวาระที่ตัวเองผลักดัน มีผลงานที่ตัวเองตรวจสอบ ตนคิดว่าน่าจะเป็นผลงานความเชื่อมั่นในตัว สส.ทุกคน ซึ่งในครั้งนี้ สก. หลายคนของเราก็ลงพื้นที่เป็นระยะเวลาพอสมควร บางคนลงพื้นที่มาเป็นปีแล้ว น่าได้รับความเชื่อมั่นในลักษณะเดียวกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง