โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดรายชื่อตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านเอกฉันท์ ส่วนแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานผ่านด้วยมติ 7 ต่อ 2 เปิดรายชื่อตุลาการเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เปิดรายชื่อตุลาการมติ 7 ต่อ 2

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลสามารถดำเนินมาตรการภายใต้กรอบวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ได้ต่อไป

คำวินิจฉัยของศาลแบ่งการพิจารณาออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ โดยในส่วนของ มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) ซึ่งกำหนดให้ใช้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ เป็นเอกฉันท์ ว่าเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

ส่วน มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (2) ที่กำหนดให้นำเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ไปใช้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก รวมถึงการพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมด้านพลังงาน ศาลมีมติ 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

เปิดรายชื่อตุลาการเสียงข้างมาก 7 คน

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 5 วรรคหนึ่ง (2) เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่

  • นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์

  • นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม

  • นายวีรพงษ์ แสงเทียน

  • นายมงคล เทพพิทักษ์

  • นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

  • นายสมบูรณ์ รอยกุลเจริญ

  • นายสราวุธ ทรงศิวิไล

ตุลาการเสียงข้างน้อย 2 คน

ส่วนตุลาการที่มีความเห็นแตกต่าง ได้แก่

  • นายจิรนิติ หะวานนท์

  • นายอุดม รัฐอมฤต

โดยทั้งสองเห็นว่า การกำหนดให้ใช้เงินกู้ 200,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน และการพัฒนานวัตกรรม มีลักษณะเป็นแผนงานระยะยาว จึงไม่เข้าเงื่อนไขของการออกพระราชกำหนดตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง ซึ่งกำหนดให้ใช้ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาว่า ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคท้าย การวินิจฉัยให้พระราชกำหนดขัดรัฐธรรมนูญ ต้องได้รับคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของตุลาการทั้งหมด หรืออย่างน้อย 6 เสียงจาก 9 คน

แม้จะมีตุลาการ 2 คนเห็นต่าง แต่คะแนนเสียงดังกล่าวไม่ถึงเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงมีผลให้ พระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาท ยังคงมีผลใช้บังคับตามรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้รัฐบาลดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส และเดินหน้าแผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานตามกรอบที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...