ชาวสตูลผวา! สะพานชำรุดหนัก เสี่ยงอันตราย วอนเร่งซ่อมแซมด่วน
ชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลสาคร อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล รวมตัวร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนถึงสภาพสะพานท่าเทียบเรือซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักของคนในพื้นที่และชาวเกาะที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก โดยโครงสร้างสะพานเสียหายเกือบทุกจุด ทั้งเสาตอม่อ คาน และพื้นคอนกรีตแตกร่อนจนเห็นเหล็กเสริมภายใน ซึ่งถูกสนิมกัดกร่อนและขาดเสียหายกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้เสาหลังคายังชำรุดใกล้หัก 3 ต้น ชาวบ้านต้องรวบรวมเงินซื้อเหล็กมาค้ำยันชั่วคราวเพื่อป้องกันหลังคาพังถล่ม สะพานแห่งนี้ก่อสร้างมานานกว่า 30 ปี ใช้เป็นท่าเทียบเรือสำหรับประกอบอาชีพประมงและเป็นจุดรับ-ส่งชาวเกาะขึ้นฝั่งมาโดยตลอด ชาวบ้านกังวลว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าซ่อมแซมโดยด่วน
นางเรณู ย๊ะง๊ะ ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล กล่าวว่า ชาวเกาะทั้ง 3 หมู่บ้านนับร้อยคนใช้ท่าเรือแห่งนี้เป็นประจำในการเดินทางไปติดต่อราชการ ส่งครูและนักเรียน หรือแม้แต่รับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใกล้และปลอดภัยจากคลื่นลมมากที่สุด หากต้องปิดใช้งานหรือเกิดการพังถล่ม จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของชาวเกาะอย่างรุนแรง ด้านนายดาด ขุนรายา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลสาคร กล่าวว่า สะพานแห่งนี้เป็นเส้นทางหลักเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งกับเกาะสาหร่าย เกาะหยงกลิง และตันหยงอุมา รวม 3 เกาะ มีเรือโดยสารวิ่งรับส่งวันละ 4 เที่ยว ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สะพานทรุดโทรมลงอย่างต่อเนื่อง จนปีนี้เกิดความเสียหายอย่างหนัก หากยังไม่ได้รับการซ่อมแซม อาจต้องหารือกับชาวบ้านเพื่อปิดสะพานชั่วคราว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย
นายเอนก ชำนาญนา นายอำเภอท่าแพ ได้มอบหมายให้นายธีรวัฒน์ จันทร์อำไพ ปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังปัญหาของชาวบ้าน โดยเปิดเผยว่า อำเภอไม่ได้นิ่งนอนใจ สะพานแห่งนี้เป็นโครงการของกรมประมงที่ก่อสร้างเมื่อปี 2535 เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ของชาวบ้านในพื้นที่และชาวเกาะสาหร่าย ที่ผ่านมาอำเภอได้รายงานปัญหาไปยังจังหวัดแล้ว และได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่าจะมีการบรรจุงบประมาณเพื่อปรับปรุงซ่อมแซมในปีงบประมาณ 2571 อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์มีความเสี่ยงและจำเป็นเร่งด่วน อำเภอจะรายงานจังหวัดอีกครั้งเพื่อพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news