“จิรายุ” ควง “คริส” บุกยื่น ป.ป.ช. กล่าวโทษ “ชัชชาติ” ปมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. โดยมิชอบ
“จิรายุ” ควง “คริส” บุกยื่น ป.ป.ช. กล่าวโทษ “ชัชชาติ” ปมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. โดยมิชอบ อ้างมีพยานหลักฐานกว่าร้อยหน้า ชี้อาจเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง แฉซ้ำมี "ระบอบอากง" ชักใยเบื้องหลัง ปล่อยส่วยฟุตบาท-แรงงานต่างด้าวเกลื่อนเมือง ท้าคนกรุงตัดสินใจด่วน 17 วันก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ลั่นหลักฐานแน่น "ถ้าหัวไม่ส่าย ลูกน้องไม่กล้าทำ"
วันที่ 11 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ เดินทางมาที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเข้ายื่นร้องทุกข์กล่าวโทษ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการคัดสรรข้าราชการที่เกี่ยวข้อง กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานคร ในความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเห็นว่า บุคคลดังกล่าวมีเจตนาให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง
นายจิรายุ กล่าวว่า ตนมาในฐานะประชาชนคนไทยที่เกิดใน กทม. และอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ว่า กทม. มาหลายสมัย เคยตรวตสอบผู้ว่า กทม.มาแล้วหลายคนและการทุจริตของ กทม.มาหลายเรื่อง หลายคนถามทำไมพึ่งมาทำเรื่องนี้ตอนนี้ ซึ่งถ้าไม่มีเหตุก็ไม่สามารถที่จะไปร้องใครได้ และเหตุนี้เกิดขึ้นก่อนที่นายชัชชาติ จะลาออกจากตำแหน่งไม่กี่วัน และพยานหลักฐานค่อนข้างครบ รวมไปถึงมีการกระทำความผิดซ้ำซาก ซึ่งมองว่า การเป็นผู้บริหารเมืองที่ดีจะต้องมีคุณธรรม ไม่ใช่ว่าพอมีฝ่ายตรวจสอบแล้วไปกล่าวหาว่าพวกนี้เล่นการเมืองหรือไม่ โดยกรุงเทพมหานครจะต้องมีคนอย่างพวกตนไว้ตรวจสอบ ไม่ใช่ผ่านไปแบบไหลรื่น หากหลักฐานไม่ครบ เหตุไม่เกิด พยานไม่มี คงไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการยื่นสำนวนในวันนี้เพื่อให้ ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนในการเอาผิด ผู้ว่าฯกทม. ขณะดำรงตำแหน่งนั้น เป็นเหตุจำเป็นสำคัญ เพราะมีการแบ่งงานกันทำ โดยรายละเอียดมีการประกอบในสำนวนทั้งหมด และอีกหนึ่งประเด็นที่มายื่นเรื่องในวันนี้ คือเรื่องของการตรวจสอบทุจริต โดยมองว่า มีการบริหารงานมา 4ปี และทำงานไปเยอะส่วนใหญ่เป็นเส้นเลือดฝอยมรวมถึงประเด็นกรณีระบบอากง จะบอกว่า “ผู้นำสูงสุดขององค์กร จะไม่รู้ไม่เห็น เขาทำกันเองข้าราชการทำมาแล้วผมมีหน้าที่เซ็น ไม่ได้ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินไม่ว่าระดับใดก็แล้วแต่ ถ้าท่านอ้างแบบนี้ ท่านต้องอ้างกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เอง” และยังมีเรื่องอีกเยอะที่จะทยอยยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.และหน่วยงานอื่นๆ ด้วย
นายจิรายุ ยืนยันว่า เอกสารพยานหลักฐานที่นำมาในวันนี้ มากกว่าร้อยแผ่น เป็นความผิดสำเร็จแล้ว และเหตุเกิดก่อนที่นายชัชขาติ จะลาออก แล้วไปเยี่ยมลูก ดังนั้นถ้าตนทำตั้งแต่ปีที่แล้วก็เท่ากับบ้าและมีปัญหา หรือถ้าตนไม่ทำไม่ตรวจสอบตอนนี้ก็แสดงว่าตนอาจจะฮั๊วกับท่านผู้ว่าฯ ดังนั้นจึงอยากให้ลองฟังอีกมุมหนึ่งก่อนเพราะเราตรวจสอบด้วยข้อมูลหลักฐาน พระเอกลิเกบางที หลังโรงลิเกเขาทำอะไรกัน พระเอกจะบอกว่าผมไม่รู้เรื่อง ข้างหลังเขาทำกันเอง ผมแค่ออกมาบอกว่า ผมจะทำเพื่อพี่น้องประชาชนแบบนั้นแบบนี้ก็ไม่ได้ กระบวนการบ้านเราเป็นระบอบประชาธิปไตย การตรวจสอบการมีฝ่ายค้านแบบนี้ถือว่าสวยงาม ดังนั้นประชาชนชาว กทม.ถ้าเห็นว่าข้อมูลไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมก็ตัดสินใจกัน และนี่เป็นเพียงเรื่องแรกๆ เท่านั้น ยังมีเรื่องอื่นๆ ตามมาอีก
ทั้งนี้ ข้อสังเกตุที่น่าสนใจ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเห็นทำกันทั่วประเทศทั่วโลก หาคนที่สั่งการได้นั้น ก็คงไม่แปลกถ้าทำเนียน แต่ปรากฎว่าไม่เนียนพอไม่เนียนแล้วมีคณะกรรมการที่บอกว่าผิดกฎหมายแล้ว แต่ท่านก็ยังทำผิดซ้ำ เริ่มมวันที่ 17 เม.ย. ที่ใช้เวลาคัดสรรครั้งที่สองใหม่ แล้วประกาศวันที่ 30เม.ย. จนล่าสุดมีการร้องต่อคณะกรรมการพิกทักษ์คุณธรรม (กพค.)อีกครั้งแล้ว แต่ผู้ร้องไม่อยากเปิดเผย และการร้องครั้งที่สองหากมีการชี้มูลมาอีกครั้ง ก็เท่ากับว่าท่านเป็นฆาตกรต่อเนื่องหรือไม่ ผิดแล้วยังทำซ้ำ ซึ่งการกล่าวหาลักษณะเช่นนี้ ไม่ได้มาจากตนเองหรือนายคริส แต่มาจากสนิทเนื้อในของ กทม. และกรณีที่มีข้าราชการมนระดับ ผอ.เขตเรียก ลูกน้องเข้าไปกระทำล่วงละเมิดในห้อง ซึ่งก็เป็น1ใน17คนที่ได้รับการคัดเลือกแต่งตั้ง และมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน ด็จะมายื่นเรื่องในรอบที่สอง
ด้านนายคริส ระบุว่า วันนี้ตนขอทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่ต้องเป็นตัวแทนประชาชน เพื่อตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อสมัยที่แล้ว ซึ่งตามพฤติการณ์ที่นายจิรายุ กล่าวไปแล้วนั้น คิดว่าเรื่องแบบนี้เราไม่สามารถปล่อยไปได้ คำถามที่สำคัญที่มักจะเจอถามบ่อยๆ คือทำไมตนต้องมาทำแบบนี้ ทำไมพรรคเศรษฐกิจต้องมาทำเรื่องนี้ ตนขอตอบอีกครั้งว่าหากนายชัชชาติ ไม่ลงเลือกตั้งอีกรอบ ก็อาจจะพอปล่อยไปได้ แต่เรื่องแบบนี้ในเมื่อวันนี้ผู้ว่าฯ เสนอตัวที่จะมาเป็นผู้ว่าฯ อีกรอบ คำถามสำคัญคือ 4 ปีที่ผ่านมาทำถูกต้องทุกประการแล้วหรือยัง ทำอะไรที่ผิดกฎหมายหรือไม่ วันนี้ตนเข้าใจดีว่าประชาชนหลายคนยังชื่นชอบ ผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่แล้ว แต่คำถามสำคัญคือผู้ว่าฯ ที่ประชาชนชอบมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ มีระบอบใดระบอบหนึ่งที่เป็นระบอบการทุจริตที่กัดกินกรุงเทพมหานครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ หากผู้ว่าที่ประชาชนชื่นชอบเลี้ยงลูกน้องแบบนั้นไว้จะยังไว้ใจเขาได้หรือไม่ วันนี้ข้อมูลที่ตนมีได้ส่งให้นายจิรายุ ซึ่งเชื่อมั่นว่าระดับมือทำงาน ระดับมือตรวจสอบระดับนี้ ที่ตรวจสอบโครงการเรือดับเพลิง รถดับเพลิง ตรวจสอบโครงการกล้องดัมมี่ต่างๆ ในกรุงเทพ จนประชาชนยอมรับแล้ว ตนเชื่อเหลือเกินหลักฐานที่ตนมีและหลักฐานที่นายจิรายุ มี วันนี้ผู้ว่าฯ ต้องตอบคำถามกับ ป.ป.ช. และกระบวนการยุติธรรม ว่าสิ่งที่ทำการแต่งตั้ง การโยกย้ายข้าราชการในรอบนี้ เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ทำถูกต้องแล้วหรือไม่ ช่วยพวกพ้องตัวเองหรือไม่ วางขุมกำลังที่เป็น ผอ.เขตที่เป็นคนของระบอบอากงไว้ในรอบนี้หรือไม่ และสิ่งที่สำคัญหลังจากนี้หากมีการทุจริตเกิดขึ้นในเขตเหล่านี้ ประชาชนก็น่าจะทราบได้ว่าใครแต่งตั้งคนแบบนั้นเข้าไปกระทำผิด คนแต่งตั้งก็ควรรับผิดชอบด้วย
เมื่อถามว่าไทม์ไลน์อีก 17 วันจะถึงวันเลือกตั้ง สิ่งที่จะยื่นไปในมายื่นจะส่งผลต่อการเลือกตั้งอย่างไร นายคริส กล่าวว่า ตนคิดว่าในส่วนของกระบวนการการตัดสินเรื่องผลลัพธ์อาจออกมาหลังเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็ตามตนขอรับรองกับประชาชนว่า สิ่งที่พวกเราทำจะไม่ทำเฉพาะเลือกตั้ง ไม่ต้องห่วงหน้าที่ในการตรวจสอบ หน้าที่ในการปกป้องภาษีประชาชน หน้าที่ในการปกป้องระบอบที่ถูกต้องของคนธรรมดาอย่างพวกเรา
ส่วนกรณีที่บอกว่าหากวันนี้นายชัชชาติ ไม่ลงสมัครจะยังไม่มีการตรวจสอบนั้น นายคริส ชี้แจงว่า วันนี้ประชาชนหลายคนถามว่าทำไมมาทำตอนนี้ ตนบอกว่าหากเป็นผู้ว่าฯ อีกรอบ สิ่งที่ทำใน 4 ปีที่แล้ว ก็ต้องมาพูดถึงผลงานที่ทำว่าทำดีหรือทำไม่ดีอย่างไร คนที่จะมาลงเป็นผู้ว่าฯ คนใหม่จะต้องชี้ให้เห็นว่าจะสามารถทำให้กรุงเทพฯ ดีขึ้นได้อย่างไร วันนี้การตรวจสอบเป็นเพียงการชี้ให้เห็นว่ากรุงเทพฯ ยังขาดอะไรบ้าง และสิ่งที่เราเห็นคือกรุงเทพฯ ขาดระบอบการแต่งตั้งข้าราชการที่มีคุณธรรม ขาดการตรวจสอบสำนักงานเขตต่างๆ ขาดการตรวจสอบการทำงานของสำนักงานเขตที่ไปรีดไถกับประชาชน วันนี้หลายคนที่เป็น สก.ควรทำหน้าที่นี้ แต่ก็ไม่ได้ทำ มันต้องมาถึงมือนักการเมืองระดับชาติอย่างนายจิรายุ และตนในฐานะ สส. วันนี้ประชาชนจำนวนมากทราบอยู่แล้วว่ากรุงเทพฯ มีปัญหา คนเห็นห้วยขวางว่ามีแรงงานต่างด้าวเต็มไปหมด เป็นหน้าที่ของเทศกิจโดยตรง แต่ที่ไม่จับ เพราะการจ่ายส่วย เพราะมี ผอ.เขตมีปัญหา ฉะนั้นวันนี้การที่จะตามหาคนแต่งตั้ง ผอ.เขตที่มีปัญหาโดยถามหาความรับผิดชอบจากผู้ว่าฯ ที่เป็นคนเซ็นคำสั่งแต่งตั้งเอง ตนคิดว่าเรื่องนี้แฟร์
เมื่อถามต่อว่า สก. ของพรรคเศรษฐกิจจะสามารถทำงานร่วมกับผู้ว่าได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ นายชัชชาติ คือตัวเต็งของผู้สมัคร นายคริส ระบุว่า หาก สก.จากพรรคเศรษฐกิจได้รับเลือกตั้งเข้าไปนั้น ซึ่งจริงๆ สก.ไม่ใช่จะต้องเข้าร่วมกับผู้ว่าฯ ทุกประการ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตรวจสอบผู้ว่าฯ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อพรรคเศรษฐกิจและพวกตนนั่งทำงาน แล้วเห็นว่าการทำงานของผู้ว่าฯ ในรอบที่ผ่านมามีความไม่โปร่งใส หาก สก.ของพรรคเศรษฐกิจเข้าไปได้ ก็ต้องตรวจสอบผู้ว่าฯ ต่อ แต่หากเป็นโครงการที่มีประโยชน์จริง ไม่มีการกินงบประมาณ สก.พรรคเศรษฐกิจก็พร้อมเข้าร่วมงานอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งจริงๆ สก. ก็คือสมาชิกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หากผู้ว่าราชการจะทำอะไรก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากตัวแทนของประชาชนนั่นก็คือ สก. เพราะฉะนั้นต้องถามว่าชุดที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีเพียงใด ถึงเกิดการทุจริตมากมายใน กทม. ฉะนั้นวันนี้ที่พรรคเศรษฐกิจเสนอตัวเข้าไป 40 กว่าคน หากมีใครหลุดเข้าไปได้ก็จะต้องเข้าไปตรวจสอบผู้ว่าฯ อย่างเต็มที่ ซึ่งเราไม่ได้ปิดทางที่จะร่วมงานกัน หากเสนอโครงการที่ดีที่ควรจะทำเราก็พร้อม อาทิ การทำฟุตปาธ แต่หากจะเสนอโครงการทำสะพานทางเท้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา พรรคเศรษฐกิจไม่มีทางสนับสนุนของแบบนี้ ตลก ไม่รู้ทำทำไม ดีไม่ดีก็กินงบประมาณกันอีก
เมื่อถามว่า ข้อมูลที่ยื่น จะชี้ชัดหรือไม่ว่าอากงคือใคร นายจิรายุ กล่าวว่า เป็นเอกสารสำคัญยิ่ง และเชื่อว่า กทม. เราไม่ต้องพูดถึงระบอบอากง เพราะเดี๋ยวผู้ว่าฯ จะลอยตัว จริง ๆ โฟกัสของผู้นำสูงสุดขององค์กรในองค์กรใดก็แล้วแต่ ต้องรับรู้รับทราบเมื่อรับรู้แล้ว ต้องยับยั้ง แต่หากไม่ยับยั้ง และปล่อยผ่าน ทำซ้ำแบบนี้ แสดงว่ามีเจตนาจงใจปฏิบัติ และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นการขัดต่อกฎหมาย หากระดับนโยบายแก้ไขเรื่องนี้ได้ ไม่มีการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ไม่วางขุมกำลัง เชื่อว่าคนกทม. จะได้ประโยชน์ เพราะผู้อำนวยการเขตบางคน ก็ไม่ต้องรับนโยบาย ไม่ต้องจ่าย ซึ่งข้อมูลเข้ามาเยอะ ว่าจ่ายต่อเดือนกี่บาท จึงเกิดทางเท้าเดินไม่ได้ ในปัจจุบันเกิดส่วยโยธา หากบอกว่าใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ก็เกิดชาวบ้านบ้านช่อง ย้ำว่า ถ้าหัวไม่ส่าย ข้างล่างไม่มีใครกล้า หากโปร่งใสทุกคน ไม่มีต้นทุน เขาก็ทำงานได้ปกติ ไม่ต้องตั้งเป้าว่าต้องส่งเท่านั้นเท่านี้ อย่ามาพูดอีกว่าพูดลอย ๆ ไม่มีหลักฐานก็มาวันนี้เพราะมีหลักฐาน และทุกวันนี้ก็ยังเผชิญปัญหาแบบเดิมทั้งทางเท้า และน้ำ การระบาย ดังนั้น ใจร่ม ๆ แบบที่ผู้ว่าฯ กล่าวและชี้แจงไป ท่านก็ดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องก็ กทม.
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า เอกสารที่นำมาในวันนี้ลงนามโดยผู้ว่าฯ ชัดเจน ซึ่งที่มาวันนี้เนื่องจาก มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการเขต และผู้ตรวจ 17 คน หลังจากนั้นผู้ตรวจ ได้แต่งตั้งเพิ่มอีก 2 คน ตอนนี้ไม่รู้ว่าทำอะไรกันข้างใน เพราะบางทีเอกสารก็ปกปิด ไม่เปิดเผยในเว็บไซต์ แต่สุดท้ายแล้วก็มีผู้ไปร้อง ว่ากระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนวันที่ 23 มี.ค. มีคำวินิจฉัยออกมา ซึ่งคำวินิจฉัยผูกพันทุกองค์กรใน กทม. ว่าผิดกฎหมาย จากนั้น เปิดคัดสรรใหม่ 17 เม.ย. ลงนามวันที่ 30 เม.ย. ประกาศ 1 พ.ค. หมายความว่ารถหน่วยกรุงเทพมหานครนี้วิ่งเร็ว 10 กว่าวันวัน ได้รายชื่อทั้งหมด 17 คนเหมือนเดิม และผู้ว่าฯ ก็ลงนามเหมือนเดิม ทั้งหมดก็เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหลังจากนั้น ผู้ว่าฯ ก็ลาออก ก็มีคนไปร้องใหม่เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาพิจารณาว่าผิดหรือไม่ และต้องนำเอกสารมาประกอบสำนวนโดยหากพบว่ามีอีกก็จะเดินทางมาร้องอีก
เมื่อถามว่า นางสาวทวิดา กมลเวชช อดีตของผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ก็มาชี้แจงว่าเรื่องการร้องเรียนครั้งแรก เป็นเรื่องการคัดเลือกหลักเกณฑ์ที่ไม่มีชัดเจน จึงต้องดำเนินการใหม่นั้น นายจิรายุ กล่าวว่ารองผู้ว่าฯ สุภาพสตรี ไม่แปลกที่ต้องมาแก้ต่างแทนผู้ว่าฯ เพราะเป็นคณะเดียวกัน เป็นข้าราชการการเมืองเหมือนกัน แต่ที่สำคัญ ถามจริง ๆ ท่านเป็นรองผู้ว่าฯ เป็นผู้ว่าฯ ตั้งแต่ ปี 65 แต่งตั้งมากี่คนไม่รู้จริง ๆ หรือว่ากฎเกณฑ์เป็นอย่างไร อันนี้คือสิ่งที่น่าสงสัย เมื่อบอกว่าเขาชี้แนะ ตนเองบอกเลยว่าอย่ามาเลี่ยงบาลี เป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระในการพิจารณา ที่บอกว่าชี้แนะ แต่คณะกรรมการ บอกว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็คือทำผิดกฎหมาย ก็ไปแก้ให้ถูกต้อง ก็ไม่รู้แก้อย่างไรให้ได้คนเดิม ซึ่งก็มีการร้องเข้าไปใหม่ โดยผู้ร้องเป็น 1 ในกระบวนการคัดสรร คนที่ไม่ได้มี 40 - 50 คน เขาก็ร้องว่าเมื่อคณะกรรมการชี้มูลวินิจฉัยไปแล้ว ก็ยังทำเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการทำทำร้ายหัวใจของข้าราชการ กทม. ที่เค้ารักความเป็นธรรมบางคนทำงานอย่างตรงไปตรงมาไม่กินส่วย เขาก็รู้สึกท้อแท้ หากไม่มีเป้า ไม่มีตั๋ว ต้นทุนเหล่านี้ไม่มี คนที่นะไม่เดือดร้อนคือประชาชน
ส่วนเรื่องคลิปเสียง หรือแชตไลน์นั้น ที่เรียกน้องเข้าไปจัดการ ขอรอครั้งต่อไป เพราะพยานหลักฐานเข้ามาเรื่อย ๆ ขอรอเอกสารให้ครบก่อน โดยจะมีการเข้ามายื่นอีกครั้ง ส่วนจะก่อนเลือกตั้งหรือไม่ หากมาเมื่อไหร่ ก็จัดเมื่อนั้น เพราะตอนนี้ก็ก่อนเลือกตั้งอยู่แล้ว ขณะที่ข้อมูลบางส่วน เป็นเอกสารลับ หากเปิดไปก่อน จะทำให้น้ำหนักลดลง
“สุดท้ายไม่ว่าผู้ว่าฯ จะชื่อชัชชาติหรือใครก็แล้วแต่ หากยังโยงใยกับระบอบอากง ซึ่งมันมีถึงอาม่า แต่ผมไม่อยากใช้คำพวกนี้ แต่ถ้าระบอบยังกลับเข้ามา ผมก็ขอตั้งตนเป็นผู้ตรวจสอบกรุงเทพมหานครต่อไป เพราะฉะนั้น ข้าวจะเข้าปาก ก็คงจะยากหน่อย ที่ผ่านมา ผมเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบกรุงเทพมหานครนัก จริง ๆ แล้วมีเรื่องมากมาย การมีระบอบประชาธิปไตยแบบนี้ ถูกทางแล้ว เมื่อใครเข้าไปตรวจสอบ ใครเขามีหลักฐาน ผมไม่ใช่นักร้อง ผมเป็นนักตรวจสอบ ดังนั้น ต่างคนต่างให้ให้กำลังใจกัน ท่านชอบ ก็ชอบ หากไม่ชอบ ก็ต้องฟังอย่างใจเป็นธรรม ถ้าทำดีก็เลือก ถ้าไม่ดี ก็ไม่เลือก“ นายจิรายุ กล่าวทิ้งท้าย