โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘FETCO’ ลุยถกคลังเข็น ‘TISA’ ชี้วิกฤตอินโตไม่สะเทือนหุ้นไทย

ไทยโพสต์

อัพเดต 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19.45 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

FETCO’ ลุยถกคลังหวังเข็น ‘TISA’ เพิ่มช่องทางการลงทุน-สภาพคล่องตลาดทุนในระยะยาว ชี้วิกฤตอินโดนีเซียไม่สะเทือนตลาดหุ้นไทย ย้ำฐานพื้นฐานหุ้นยังม่ีข้อได้เปรียบ

11 มิ.ย. 2569 - นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยก่อนการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางและมาตรการต่าง ๆ ในการสนับสนุนตลาดทุน ว่า ภาคตลาดทุนจะเสนอให้เร่งให้ดำเนินการมาตรการส่งเสริมการลงทุน และการออมผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งรวมถึงโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (Thailand Individual Saving Account: TISA) ที่ค้างคาจากรัฐบาลชุดก่อน โดยมองว่า TISA เป็นช่องทางที่จะเพิ่มการลงทุน และเพิ่มสภาพคล่องในตลาดทุนที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

“TISA ถือเป็นประเด็นที่เคยค้างและพูดคุยในรัฐบาลชุดที่แล้ว คงมานำเสนอรายละเอียด โดยมองว่า TISA เป็นช่องทางที่จะเพิ่มการลงทุน และเพิ่มสภาพคล่องในตลาดทุนที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ส่วน TISA จะออกมาได้เมื่อไหร่นั้น ต้องอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลัง แต่หน้าที่ของ FETCO คือ การนำเสนอแนวคิดและแนวทาง แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ออกมาเร็วที่สุด โดยวันนี้ตลาดทุนหากสามารถต่อยอดได้ ก็ไม่อยากให้ขาดไปในเรื่องของสภาพคล่อง หากดึงสภาพคล่องในประเทศเข้ามาเสริมได้ในช่วงนี้ให้มากขึ้นได้ จะทำให้ตลาดทุนมีศักยภาพที่จะสามารถช่วยรัฐบาลได้ในหลายเรื่อง” นายไพบูลย์ กล่าว

สำหรับ TISA ถือเป็นเรื่องของการลงทุนในระยะยาว ไม่ใช่การทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นในระยะสั้น โดยข้อดีจะเป็นการปลูกฝังการลงทุนในประเทศ คงเป็นเรื่องระยะยาวมากกว่า และระยะยาวมองว่าจะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ส่วนระยะสั้นขึ้นอยู่กับนักลงทุนในปัจจุบันมากกว่าว่าจะมีความมั่นใจต่อไปหรือไม่ และตลาดทุนสามารถเป็นกระบอกเสียง หรือกระจกสะท้อนให้รัฐบาล คงคนละประเด็น แต่หากทำได้เร็วก็น่าจะมีส่วนเข้ามาด้วย โดยในระยะสั้นที่อาจจะช่วยตลาดทุนบ้าง แต่ผลที่หวังคือระยะยาว เกี่ยวกับความต่อเนื่องของเม็ดเงินที่จะเข้ามา

นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงกรณีวิกฤตที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียว่าจะมีผลต่อตลาดทุนไทยหรือไม่ ว่า วันนี้ตลาดทุนไทยอยู่ในข้อได้เปรียบของตลาดหุ้นต่างชาติ เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อของไทยไม่ได้รุนแรงเท่าที่อื่น โดยปัญหาเรื่องพลังงานเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกที่แต่ต้นเหตุในหลายประเทศ มีเงินเฟ้อจากภาคส่วนอื่นที่สูงด้วย ขณะที่ไทยยังไม่ได้มีแรงกดดันมากนัก ดังนั้น นักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุน จึงเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยยังไม่ขึ้น เมื่อเทียบกับที่อื่น และส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยน่าจะไปได้ดีกว่าที่อื่นต่อไปอีก และของไทยยังมีความคาดหวังว่ารัฐบาลจะเข้ามาปลุกเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้ โดยไตรมาสแรกอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจของไทย (จีดีพี) สูงกว่าที่ประเมินไว้ ส่งผลให้ทุกคนคาดหวังว่าจะดีอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้กลไกตลาดทุนถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล เพราะเราเชื่อว่ารัฐบาลตอนนี้ค่อนข้างที่จะเหนื่อยในการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย และตลาดทุนมีศักยภาพที่จะสามารถช่วยขับเคลื่อนนโยบายต่างๆของรัฐบาลได้พอสมควร” นายไพบูลย์ ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...