โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หมอเผยเคสอุทาหรณ์ ด.ช. 13 ปวดท้องหนัก เข้าผ่าตัดด่วน อึ้ง! ที่แท้อุบัติเหตุจาก "แตงกวา"

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เด็กชาย 13 ปวดท้องหนัก ครอบครัวหามส่งโรงพยาบาลด่วน อึ้ง พบต้นเหตุจาก แตงกวา

อุทาหรณ์วัยรุ่น! เด็กชาย 13 ปวดท้องหนัก หลังสอดแตงกวาเข้าทวารหนัก แพทย์เตือนเสี่ยงอันตรายร้ายแรง

แพทย์เตือนถึงอันตรายจากการสอดสิ่งแปลกปลอมเข้าทางทวารหนัก หลังเกิดกรณีเด็กชายวัย 13 ปีในเมืองไฮฟอง ประเทศเวียดนาม ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนด้วยอาการปวดท้องน้อยและไม่สบายตัว ก่อนพบสาเหตุว่ามีแตงกวาขนาดเกือบ 20 เซนติเมตรติดลึกอยู่ภายใน ซึ่งเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยโรงพยาบาลเด็กไฮฟอง ระบุว่า เด็กชายมีอาการปวดบริเวณท้องส่วนล่างและรู้สึกผิดปกติ ก่อนเข้ารับการตรวจรักษา หลังซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์พบว่าเด็กได้สอดแตงกวาทั้งลูกเข้าไปทางทวารหนัก แต่ไม่สามารถนำออกได้ เนื่องจากวัตถุเคลื่อนลึกเข้าไปและติดอยู่ภายใน

แพทย์เร่งผ่าตัด หลังพบสิ่งแปลกปลอมติดลึก เสี่ยงกระทบระบบทางเดินอาหาร

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารได้ประเมินอาการ พร้อมตรวจเพิ่มเติม ก่อนสรุปว่าวัตถุแปลกปลอมอยู่ลึกในทวารหนักและอาจก่อความเสียหายต่อระบบทางเดินอาหาร หากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

จากนั้นแพทย์ได้ทำการผ่าตัดส่องกล้องและสามารถนำแตงกวาขนาดประมาณ 3 x 20 เซนติเมตรออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้เด็กพ้นภาวะเสี่ยงอันตรายจากการบาดเจ็บภายในหรือการติดเชื้อรุนแรง

แพทย์เตือน สอดสิ่งแปลกปลอมทางทวารหนัก เสี่ยงตั้งแต่บาดเจ็บถึงติดเชื้อรุนแรง

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า การสอดสิ่งแปลกปลอมเข้าทางทวารหนักสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฉีกขาดของทวารหนัก ความเสียหายของไส้ตรง เลือดออกในระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ทะลุ เยื่อบุช่องท้องอักเสบ หรือภาวะติดเชื้อรุนแรง ซึ่งในบางกรณีอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน

แพทย์ยังชี้ว่า ในช่วงวัยรุ่น ความอยากรู้อยากเห็นตามวัย การขาดความเข้าใจเรื่องสุขภาพทางเพศ หรือการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ อาจกลายเป็นปัจจัยที่นำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงโดยไม่ตั้งใจ

ห้ามดึงออกเองที่บ้าน หากสงสัยมีสิ่งแปลกปลอม ควรรีบพบแพทย์

แพทย์แนะนำว่า ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารเรื่องเพศศึกษาและสุขภาพที่เหมาะสมกับวัย เปิดพื้นที่พูดคุยอย่างไม่ตัดสิน เพื่อให้เด็กกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ

หากเด็กมีอาการ เช่น ปวดท้อง ปวดทวารหนัก มีเลือดออก หรือแสดงท่าทีผิดปกติและไม่กล้าเล่าเรื่อง ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและรีบพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว

สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรพยายามนำสิ่งแปลกปลอมออกเองที่บ้าน เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บมากขึ้น หรือผลักวัตถุเข้าไปลึกกว่าเดิม เพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดและการติดเชื้อภายใน

ไม่ใช่เคสแรก เคยมีชายวัย 19 ปีประสบเหตุคล้ายกัน

ก่อนหน้านี้ แพทย์จากแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินอาหารของโรงพยาบาลเหงียน ตรี ฟอง ในนครโฮจิมินห์ เคยรักษาผู้ป่วยชายวัย 19 ปี ที่มีแตงกวาความยาวมากกว่า 10 เซนติเมตรติดอยู่ในทวารหนัก

ผู้ป่วยให้ข้อมูลว่า เขาสอดแตงกวาเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เกิดหลุดลึกเข้าไปภายในจนไม่สามารถนำออกเองได้ แพทย์ระบุว่า กรณีลักษณะนี้พบไม่บ่อยนัก แต่หากรักษาไม่ทัน หรือพยายามแก้ไขเองอย่างไม่ถูกวิธี อาจนำไปสู่ภาวะลำไส้อุดตัน ลำไส้แตก ติดเชื้อรุนแรง และในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

แพทย์ย้ำว่า หากสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดค้างในระบบทางเดินอาหารหรือทวารหนัก การพบแพทย์เฉพาะทางโดยเร็วคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและลดความเสี่ยงต่ออวัยวะภายใน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...