“เอกราช” ชี้คลิปเสียง “ทราย สมุทร” ใช้เป็นหลักฐานได้ หากพิสูจน์ที่มา-ไม่ใช่ AI
“เอกราช” ชี้คลิปเสียง “ทราย สมุทร” ใช้เป็นหลักฐานได้ หากพิสูจน์ที่มา-ไม่ใช่ AI ย้ำต้องแยก “ข้อมูล” กับ “พยานหลักฐาน” พร้อมไล่ไทม์ไลน์ประกอบคดี
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ที่บ้านพระอาทิตย์ นายเอกราช นามโภคิน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ เปิดเผยก่อนร่วมดูหลักฐานจาก นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สมุทร กรณีคลิปเสียงหลักฐานการสนทนาปัญหาภายในครอบครัว ว่า ตั้งแต่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน รู้ว่าทาง นายสิริณัฐ จะเข้ามา ได้มีการติดต่อมาในเรื่องของการพิสูจน์หลักฐาน ประกอบด้วย คลิปเสียง และแชทไลน์ต่างๆ เพราะฉะนั้นหากหลักฐานมีน้ำหนักในการนำไปใช้ในคดี ก็ต้องมีการพิสูจน์และไล่เรียงไทม์ไลน์ต่างๆ ซึ่งตนจะมาช่วยในวันนี้ แต่ก็ต้องดูก่อน เพราะเราอาจต้องแยกกันระหว่างข้อมูลกับหลักฐาน ซึ่งวันนี้เรารู้ว่าทางนายสิริณัฐ มีข้อมูลอยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่านำมาใช้เป็นหลักฐานได้หรือไม่ จึงต้องพิสูจน์ในวันนี้
เมื่อถามว่าตอนทำข้อมูลถึงกับร้องไห้จริงหรือไม่นั้น นายเอกราช เผยว่า ก็ไม่เชิงขนาดนั้น แต่น่าจะเหมือนกับทุกคน เวลาที่เรารับรู้เรื่องราวใครสักคนนึงที่ถูกกระทำมาแล้ว เมื่อเห็นหลักฐานก็ทำให้เรารู้สึกว่าถ้าคดีนี้หรือกรณีนี้เราสามารถพิสูจน์ความจริงได้ แล้วความจริงปรากฏ ก็จะเป็นมาตรฐานในคดีอื่นๆ อีก
เมื่อถามว่าปกติคลิปเสียงใช้ในชั้นศาลได้มากน้อยแค่ไหน นายเอกราช ระบุว่า เราอย่าพึ่งบอกว่าคลิปเสียงใช้ในชั้นศาลไม่ได้ จริงๆ มีหลายคดีที่พิสูจน์มาแล้ว ซึ่งอย่างที่ตนบอกต้องแยกให้ออกก่อนระหว่างข้อมูลกับหลักฐาน บางคนมีข้อมูลมากมายแต่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานได้ แต่คลิปเสียงเนื่องจากเป็นความจริงที่ปรากฏ เราก็ต้องพิสูจน์ที่มาที่ไป ทางด้านดิจิทัลก็ต้องพิสูจน์ว่าเป็น ai หรือไม่ ซึ่งหากเป็นคลิปเสียงที่อัดไว้ก่อนหน้านี้ซัก 6-7 ปีที่แล้ว ก็สามารถพิสูจน์ง่ายขึ้น จริงๆ พิสูจน์ไม่ได้ยาก แต่การใช้คลิปเสียงเดียวในการเป็นพยานหลักฐานในสำนวนก็ต้องเอาไปประกอบอื่นๆ ด้วย เพื่อให้หลักฐานทั้งหมดมีน้ำหนัก
เมื่อฉันวาดคลิปเสียงที่มีในตอนนี้เป็นแบบไหนบ้าง นายเอกราช กล่าวว่า ก็เป็นอย่างที่ทุกคนได้ยินแล้ว คือคลิปเสียงการสนทนากัน ซึ่งวันนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้ในชั้นศาลได้หรือไม่ หรือใช้เป็นหลักฐานได้หรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับว่าหลักฐานอื่นๆ จะมาประกอบทำให้คลิปเสียงมีน้ำหนักมากขึ้นหรือไม่