ขนหัวลุกกลางวันแสกๆ! เด็กช็อกวิ่งป่าราบ อ้างเห็น "หัวผีผู้หญิง" ร่วงจากต้นไม้
วานนี้ (23 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเรื่องราวชวนขนลุกขึ้นในพื้นที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น หลังมีกลุ่มเด็กนักเรียนวิ่งหนีแตกตื่นร้องไห้โฮออกมาจากสนามเด็กเล่นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยต่างอ้างเป็นเสียงเดียวกันว่าพบเห็นสิ่งลี้ลับคล้าย “ผีผู้หญิงผมยาว” หล่นลงมาจากต้นไม้ ท่ามกลางความตกใจของผู้ปกครองและชาวบ้านที่ต้องรีบเข้ามาปลอบขวัญเป็นการด่วน
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Ann Washi" ได้โพสต์คลิปวิดีโอนาทีชีวิตของกลุ่มเด็กนักเรียนประมาณ 5-6 คน ที่วิ่งหนีออกมาจากบริเวณสนามเด็กเล่นของ โรงเรียนบ้านศิลานาโพธิ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้วยอาการหวาดกลัวจนสติหลุด
จากการสอบถามเด็กนักเรียนจำนวน 5 คนที่อยู่ในคลิป ซึ่งยังคงอยู่ในอาการตื่นตระหนกตกใจ บางรายถึงกับร้องไห้ไม่หยุด ได้ร่วมกันยืนยันและสาบานว่าเป็นเรื่องจริง โดยเล่าว่า ระหว่างที่พากันเดินเข้าไปเล่นบริเวณสนามเด็กเล่นของโรงเรียน ได้ยินเสียงดัง "แกร๊ก" คล้ายกิ่งไม้หัก เมื่อหันไปมองกลับเห็น "ศีรษะของผู้ใหญ่เพศหญิง ผมยาว" ร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ทันที จากนั้นก็เห็นร่างผู้หญิงผมยาวนั่งกอดต้นไม้ระแวกนั้น และบางคนยังเห็นหัวโผล่ทะลุกำแพงออกมา ด้วยความกลัวสุดขีดเนื่องจากเป็นการเจอ "ผีหลอก" ต่อหน้าต่อตากลางวันแสกๆ กลุ่มเด็กๆ จึงพากันวิ่งหนีสุดชีวิตเพื่อมาแจ้งให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านช่วยเหลือ
หลังเกิดเหตุการณ์ชวนผวา ทางผู้ใหญ่และชาวบ้านในชุมชนได้เข้ามาปลอบใจเด็กๆ พร้อมให้ทุกคนร่วมกันสวดมนต์เพื่อทำจิตใจให้สงบ จากนั้นได้จัด พิธีบายศรีสู่ขวัญ (ผูกแขนเรียกขวัญ) ตามความเชื่อโบราณของชาวอีสานทันที โดยชาวบ้านได้ผูกด้ายสายสิญจน์ที่ข้อมือเด็กๆ พร้อมกล่าวคำเรียกขวัญสืบต่อกันมาว่า "มาเด้อขวัญเอ้ย มาเด้อขวัญมา ให้ขวัญกลับมาอยู่เนื้อกับตัวเด็กๆ" เพื่อช่วยเยียวยาจิตใจและไม่ให้เด็กๆ ต้องล้มป่วยจากอาการจับไข้หัวโกรก
นอกจากนี้ แกนนำชาวบ้านยังได้แนะนำให้เด็กๆ นำเรื่องนี้ไปแจ้งแก่คณะครูบาอาจารย์ เพื่อเสนอให้มีการจัดงานทำบุญครั้งใหญ่ของโรงเรียนตามความเชื่อ เพื่อความเป็นสิริมงคล และสร้างความสบายใจให้กับตัวเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงคนในชุมชน
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความเชื่อและคำบอกเล่าจากปากของเด็กๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ได้ว่าสิ่งที่เด็กๆ พบเห็นคือสิ่งใด ผู้รับชมและรับฟังข่าวสารจึงควรใช้วิจารณญาณในการรับชม