โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดโผ 6 ผลไม้ตัวแม่ "วิตามินซีสูงปรี๊ด" ยิ่งกว่ากีวี่ คนไทยคุ้นหน้าดี-บางชนิดกำลังล้นตลาด!

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
กีวี่ยังต้องหลบ! เปิดโผ 6 ผลไม้วิตามินซีสูงปรี๊ด ของดีหากินง่ายในไทย ช่วยต้านแก่-ผิวใสไม่ต้องง้ออาหารเสริม ส้มชิดซ้าย! แฉ 6 ผักผลไม้ลับวิตามินซีสูงทะลุร้อยเปอร์เซ็นต์ บำรุงภูมิคุ้มกัน-กู้ผิวโทรมให้กลับมาเด้งฟู

เปิดโผ 6 ผลไม้ตัวแม่ "วิตามินซีสูงปรี๊ด" ยิ่งกว่ากีวี่ คนไทยคุ้นหน้าดี-บางชนิดกำลังล้นตลาด!

เมื่อพูดถึงผลไม้ที่เป็นตัวแม่เรื่องวิตามินซี หลายคนมักจะนึกถึง "กีวี่" ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในแหล่งวิตามินซีที่ดีที่สุด โดยกีวี่ 1 ถ้วย ให้วิตามินซีสูงถึง 134 มิลลิกรัม หรือคิดเป็น 148% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ทว่ารายงานจากนิตยสารสุขภาพระดับโลกอย่าง Health เผยว่า ยังมีผักและผลไม้อีกหลายชนิดที่มีปริมาณวิตามินซีเทียบเท่า หรือพุ่งสูงกว่าคีวี่หลายเท่าตัว ที่สำคัญบางชนิดคนไทยคุ้นเคยกันดีและกำลังอยู่ในช่วงฤดูกาลพอดีด้วย

และนี่คือ 6 พืชผักผลไม้ที่ทรงคุณค่าด้านวิตามินซี สูงแซงหน้าคีวี่แบบไม่เห็นฝุ่น:

1. พริกหวานสีแดง

  • ปริมาณวิตามินซี: 191 มิลลิกรัม (คิดเป็น 212% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)

  • สัดส่วนต่อการกิน: 1 ถ้วย (หั่นฝอย)

พริกหวานสีแดงจัดเป็นหนึ่งในแหล่งวิตามินซีที่เข้มข้นที่สุดในบรรดาผักทั้งหมด ซึ่งในความจริงแล้วพวกมันมีวิตามินซีมากกว่าส้มสายน้ำผึ้งเสียด้วยซ้ำ เหตุผลที่พริกหวานสีแดงมีวิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าพริกหวานสีเขียวอย่างเห็นได้ชัด เป็นเพราะพวกมันผ่านการสุกแก่เต็มที่บนต้น (ในขณะที่พริกสีเขียวจะถูกเก็บเกี่ยวออกมาก่อนกำหนด)

2. ฝรั่ง (ผลไม้บ้าน ๆ แต่พลังทำลายล้างสูง)

  • ปริมาณวิตามินซี: 376 มิลลิกรัม (คิดเป็น 418% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)

  • สัดส่วนต่อการกิน: 1 ผลกลาง (ปอกเปลือก)

ฝรั่งคือผลไม้เมืองร้อนที่คนไทยคุ้นเคยกันดี มีรสชาติหวานกรอบอมเปรี้ยวจาง ๆ เนื้อด้านในมีทั้งสีขาว สีเหลือง และสีชมพู/แดง (ฝรั่งขี้นก) ฝรั่งถือเป็นแชมป์เก่าเรื่องวิตามินซีในหมู่ผลไม้ไทยรสเปรี้ยว การรับประทานฝรั่งเพียงแค่ลูกเดียวต่อวัน ร่างกายจะได้รับวิตามินซีเกินความต้องการขั้นต่ำไปถึง 4 เท่าตัวเลยทีเดียว

3. แบล็กเคอร์แรนต์ (Blackcurrant)

  • ปริมาณวิตามินซี: 203 มิลลิกรัม (คิดเป็น 225.5% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)

  • สัดส่วนต่อการกิน: 1 ถ้วย

ผลเบอร์รี่ขนาดเล็กสีม่วงเข้มเกือบดำ มีรสชาติเปrี้ยวอมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ แม้จะเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ตัวจิ๋ว แต่อัดแน่นไปด้วยวิตามินซีที่น่าประทับใจ การทานเพียง 1 ถ้วย ให้คุณค่าสารอาหารมากกว่าคีวี่และส้มทั่วไปอย่างชัดเจน

4. คาคาดู พลัม (Kakadu Plum - ผลไม้พื้นเมืองออสเตรเลีย)

  • ปริมาณวิตามินซี: 2,300 – 3,150 มิลลิกรัม (สูงเกิน 2,500% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)

  • สัดส่วนต่อการกิน: 3.5 ออนซ์ (ประมาณ 3/4 ถ้วย)

นี่คือ "ราชาแห่งวิตามินซีที่แท้จริงของโลก" ผลไม้ท้องถิ่นจากประเทศออสเตรเลียชนิดนี้มีปริมาณวิตามินซีสูงที่สุดในโลกตามบันทึกทางโภชนาการ โดยเนื้อสดเพียง 100 กรัม ให้วิตามินซีพุ่งทะลุเกินความต้องการต่อวันไปกว่า 25 เท่า (หรือเทียบเท่าส้มประมาณ 100 ผลเลยทีเดียว) ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าผลบลูเบอร์รี่ถึง 5 เท่า แม้ผลสดจะหากินยากนอกออสเตรเลีย แต่ปัจจุบันมักถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักในสกินแคร์กู้ผิวใสและมีรูปแบบผงชงดื่มวางจำหน่ายออนไลน์อย่างแพร่หลาย

5. ลิ้นจี่ (ผลไม้ฤดูร้อนขวัญใจคนไทย)

  • ปริมาณวิตามินซี: 136 มิลลิกรัม (คิดเป็น 151% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)

  • สัดส่วนต่อการกิน: 1 ถ้วย

ลิ้นจี่ ผลไม้เศรษฐกิจที่มีต้นกำเนิดในเอเชียและประเทศไทยเราปลูกกันเป็นจำนวนมาก รสชาติหวานฉ่ำชื่นใจนี้ซ่อนสารประกอบโพลีฟีนอล (Polyphenol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด วิตามินซีที่สูงในลิ้นจี่มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์

6. พริกขี้หนู / พริกชี้ฟ้า

  • ปริมาณวิตามินซี: 364 มิลลิกรัม (คิดเป็น 404% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน)

  • สัดส่วนต่อการกิน: 1 ถ้วย (ซอยหรือหั่นเต๋า)

นอกจากรสชาติที่เผ็ดร้อนจัดจ้านถึงใจแล้ว พริกเม็ดเล็ก ๆ แซ่บ ๆ นี้ยังเป็นแหล่งวิตามินซีชั้นเลิศที่หลายคนไม่เคยรู้ โดยมีปริมาณวิตามินซีต่อน้ำหนักมากกว่าคีวี่หลายเท่าตัว ยิ่งไปกว่านั้นในพริกยังมีสาร "แคปไซซิน" (Capsaicin) สารให้ความเผ็ดที่มีคุณสมบัติช่วยเผาผลาญไขมันและต่อต้านการอักเสบในร่างกาย

ทำไมร่างกายของเราถึง "ขาดวิตามินซีไม่ได้"?

วิตามินซีจัดเป็นวิตามินประเภท "ละลายในน้ำ" หมายความว่าร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ และไม่สามารถกักเก็บสะสมไว้ในระบบได้เป็นเวลานาน ส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะในทุก ๆ วัน เราจึงจำเป็นต้องเติมวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินอาหารในทุกวัน

แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย เน้นย้ำว่า วิตามินซีคือกลไกสำคัญในการกระตุ้นการสร้าง "คอลลาเจน" ซึ่งเป็นโปรตีนหลักที่ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผิวพรรณ ช่วยให้แผลหายเร็ว บำรุงกระดูกและข้อต่อ ทั้งยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้น สำหรับใครที่อยาก "ต้านความชรา หน้าเด็ก และผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย" การเลือกรับประทานวิตามินซีสด ๆ จากผักและผลไม้ในมื้ออาหารประจำวันคือวิธีธรรมชาติที่ดีและปลอดภัยที่สุด

ปริมาณที่เหมาะสม: โดยทั่วไปผู้ใหญ่ต้องการวิตามินซีประมาณ 75 - 120 มิลลิกรัมต่อวัน (ขึ้นอยู่กับเพศ อายุ และภาวะร่างกาย เช่น สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร) การได้รับวิตามินซีธรรมชาติอย่างเพียงพอมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด รวมถึงมะเร็งปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ

ที่มาข้อมูล: รายงานการวิเคราะห์สารอาหารเชิงลึกจากนิตยสาร Health และข้อมูลวิชาการด้านการชะลอวัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...