ภูมิใจไทยกางโรดแมปเลือกตั้งหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จปี 73 “นิกร”เป็นไทม์ไลน์รื้อกติกาเก่า กอดหลักการเลือกส.ส.ร. ป้องกันอั้วเสียงข้างมากกินรวบ
ภูมิใจไทยกางโรดแมปเลือกตั้งหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จปี 73 “นิกร”เป็นไทม์ไลน์รื้อกติกาเก่า กอดหลักการเลือกส.ส.ร. ป้องกันอั้วเสียงข้างมากกินรวบ
เมื่อวันที่ 24 พ.ค 69 นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ หนึ่งในแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวThe Room 44 ถึงการเลือกส.ส.ร.ด่านสุดท้ายยึดหลักการเป็นไปตามสัดส่วนของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และสภาผู้แทนราษฎรว่า รายละเอียดการเลือกต้องหารือในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ หลังผ่านขั้นตอนรับหลักการในวาระ1 มาแล้ว หรือ ตามร่างระบุให้เป็นปตามที่รัฐสภากำหนด โดยประธานรัฐสภาต้องเรียกวุฒิสภา ฝ่ายค้าน รัฐบาลมาหารือ โดยเป็นไปตามหลักการสัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เลือกทั้งหมดส.ส.ร. 100 คน สำรอง 300 คน รวมเป็น 400 คน ที่ต้องมีสำรอง กรณีมีล้มหายตายจาก ถูกฟ้องหลุดออกไป กลายเป็นคนล้มละลายก็หายไป สำรองก็ขึ้นไปแทนจังหวัดใครจังหวัดมัน หรือนักวิชาการเข้าไปแทน รวมถึงสำรองมีไว้สำหรับกรณีเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ร่าง) และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น (กมธ.รับฟัง) โดยกมธ.ร่าง มาจากส.ส.ร. 30 คนและสำรอง 15 คน รวม 45 คน สำหรับกมธ.รับฟัง 45 คนมาจาก 3 ส่วน ส่วนแรกมาจากส.ส.ร. 15 คน ส่วนสองมาจากสำรอง 15 คน ส่วนสาม 15 คน ให้ส.ส.ร.ไปกำหนดว่าจะเอาใคร เป็นประชาชน ตัวแทนประชาชนหรือ เยาวชน เพื่อออกไปรับฟังประชาชนให้มากที่สุด
เมื่อถามว่าแก้ฮั้วเลือกส.ส.ร.จะทำได้อย่างไร นายนิกรตอบว่า พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ โดยมีเป้าหมายต้องการทำให้เสร็จ ไม่ใช่แค่เสนอร่างแก้ไข ดังนั้นที่มีของส.ส.ร.ยึดหลักโลจิก มีเหตุมีผล ส่วนส.ส.ร.จะมาอย่างไร ต้องเข้าใจส.ส.ร.ไม่ใช่คนของพรรค อาจมีโดยแฝงที่อาจรู้จักกัน ดังนั้นการเลือกส.ส.ร.อย่างไรในที่ประชุมรัฐสภา ต้องไปหารือในชั้นกมธ. โดยหลักการต้องเป็นไปตามสัดส่วนถึงแฟร์ เมื่อถามว่ามีโอกาสเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ปั๊บ อาจเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เช่น ยุบสภา เลือกตั้งกลับมาพรรคประชาชนได้เสียงอันดับหนึ่ง ทำให้สัดส่วนเลือกส.ส.ร.มากกว่าพรรคอื่น นายนิกรตอบว่า ใช่ คือ ล้มลงปากแตก เมื่อถามว่าทำไมพรรคภูมิใจไทยมันใจร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สำเร็จ ที่ผ่านมาไม่เคยทำสำเร็จ มีอันเป็นไปก่อนหมด นายนิกรตอบว่า ส่วนตัวยังมีความหวัง ในฐานะมีประสบการณ์น่าจะช่วยได้เยอะให้มันสำเร็จ เมื่อถามว่ารัฐธรรมนูญ 60 เอื้อต่อฝ่ายอนุรักษ์นิยม จะฝ่าด่านตรงนี้อย่างไร นายนิกรตอบว่า ประเทศไทยคนส่วนใหญ่ยังเป็นอนุรักษ์นิยม สัดส่วนอำนาจยังเป็นไปตามสภาพประเทศ แต่ต้องเคารพเสียงข้างน้อย
เมื่อถามถึงตามโรดแมปปี 73 ต้องทำพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 11 ฉบับ ถึงจะมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ นายนิกรตอบว่า ต้นปี 73 ต้องทำกฎหมายลูก จุดสำคัญอยากให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ตรงนี้กลัวว่าถ้าสภาเกิดยุบอะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้นจุดสำคัญอยู่ที่หลังจากพรรคภูมิใจไทยยื่นร่างไปแล้ว ต้องรอร่างจากพรรคอื่นด้วย พอรอแล้วแต่กลางเดือนมิ.ย.ไม่ทัน ต้องประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขแล้ว พิจารณาเสร็จ ต่อจากนั้นอีก60-70 วัน วาระ 2 เสร็จเป็นรายมาตรา ที่นี้ไปหารือกันว่าจะเลือกส.ส.ร.อย่างไร ที่เป็นรายละเอียด ไม่ได้เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ มีแต่หลักการที่เขียนไป อาจมีการปรับกันไปมาแล้วโหวตสาระ 3 ครั้งนี้ยังต้องใช้เสียงสว. 1ใน 3 คือ 67 เสียง ตรงนี้ต้องคุยกับวุฒิสภา เพราะอำนาจอยู่ในมือเขา จะไปหักอำนาจในมือเขา จึงเป็นที่มาการผ่านร่างรธน.ใหม่สรุปใช้เสียงสว. 1 ใน 4 น่าจะคุยกับสว.ได้ เกิดผ่านขึ้นมาก็ไปยื่นให้กกต.ตั้งคำถามประชามติที่ 2 จะเสร็จราวเดือนต.ค. 69 กกต.ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน ก็ราว 3 เดือนกว่า เพื่อทำประชามติ คำนวณดูแล้วน่าจะเดือนม.ค.70 ถ้าประชาชนเห็นชอบ นำขึ้นทูลเกล้าฯ สมมติลงปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับรอยต่อ เท่ากับจัดการให้ส.ส.ร.มีชีวิตชีวา สภาจะยุบหรือไม่ยุบไม่สำคัญ ส.ส.ร.ต้องเดินหน้าต่อ ตรงนี้เป็นจุดคริติคอล พอยต์ ที่ต้องดึงไปให้ถึงฝั่งให้ได้ แม้เป็นทางวิบากที่เดินในป่า ต่อจากนั้นอีก 2 ปีถึงได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่.