โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"Made in Thailand" มาแล้ว สภาอุตฯ เร่งเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างสินค้าไทย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ส.อ.ท. เร่งขับเคลื่อนโครงการ Made in Thailand เพิ่มการใช้สินค้าไทยในภาครัฐและเอกชน ตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 200,000 ล้านบาท ยกระดับอุตสาหกรรมไทย

เอกชน ดัน "Made in Thailand" เร่งจัดซื้อจัดจ้างสินค้าไทย ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 2 แสนล้านบาท

สภาอุตฯ เร่งผลักดันใช้สินค้าและบริการผลิตในประเทศ พร้อมอุดช่องว่าง Supply Chain ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่เวทีโลก

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เดินหน้าผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้สินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศ ผ่านโครงการ Made in Thailand (MiT) โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 200,000 ล้านบาท พร้อมเร่งแก้ปัญหาช่องว่างในห่วงโซ่อุปทานของประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการผลิตไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ว่า ส.อ.ท. พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนเสียงของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อรับมือกับความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การแข่งขันทางการค้า และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

ทั้งนี้ ส.อ.ท. จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวบรวมข้อเสนอจากผู้ประกอบการ ถ่ายทอดปัญหาและโอกาสทางธุรกิจไปยังภาครัฐ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการที่ช่วยลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ สร้างบรรยากาศการลงทุนที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

"Made In Thailand" หมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศ

สำหรับหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ ส.อ.ท. เตรียมผลักดันผ่านกลไก กรอ. คือ โครงการ Made in Thailand (MiT) ซึ่งมุ่งส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น

ส.อ.ท. ประเมินว่า หากการใช้สินค้าไทยในระบบจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 200,000 ล้านบาท และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานในประเทศ

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา “Missing Link” หรือช่องว่างสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของประเทศ ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยจะผลักดันการพัฒนาวัตถุดิบภายในประเทศ การเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงการยกระดับระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต และการบริหารจัดการต้นทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Supply Chain ของไทยในระยะยาว

หนุนใช้เทคโนโลยี และเอไอ คู่อุตสาหกรรมสีเขียว

นางพิมพ์ใจกล่าวเพิ่มเติมว่า ส.อ.ท. จะเดินหน้าสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดโลก

พร้อมกันนี้ จะเร่งเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก และผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิต การค้า และการลงทุนของภูมิภาคในอนาคต

ส.อ.ท. เชื่อว่า กลไกของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) จะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ ช่วยเร่งผลักดันมาตรการที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...