แฉปมตึก สตง.ถล่ม-ร้าง! “ไอซ์ รักชนก” ไล่บี้สอบสัญญาส่อพิรุธ “ผู้ว่าฯ” แจงยิบติดหล่มกฎหมาย-งบสะดุดทำสร้างต่อไม่ได้
”รักชนก“ เผย ผล ถก สตง. รับทราบสาเหตุ สตจ.พะเยา-ชลบุรี สร้างไม่เสร็จ ติดช่วงโควิด และทางผู้ว่าฯสตง. รับปาก จะไม่ปกป้องผู้ใดในสตง.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตึก สตง. ถล่ม ขณะที่ “มณเฑียร” แจง ไม่สามารถให้ ข้อมูลหลักฐานที่อยู่ในสำนวนได้ อ้างอยู่ระหว่างกระบวนการศาล ยังไม่ของบสร้างตึก สตจ.ต่อ เพราะรบ.ขอลดงบสิ่งปลูกสร้าง เสนอต่อกมธ.เกี่ยวกับการถอดบทเรียนอาคารขนาดใหญ่ถล่ม ชี้ ผู้รับจ้าง-ผู้รับผิดชอบ ควรมีวิชาชีพมาตรฐานสูงกว่าปกติ
วันนี้ (12 มิ.ย. 69) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการหารือกับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน นานกว่า 3 ชั่วโมง ในประเด็นแรกเกี่ยวกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด หรือ สตจ. ที่สร้างหลายหลายจังหวัด แต่บางจังหวัดถูกทิ้งร้าง สร้างไม่เสร็จ ว่า วันนี้ตนได้ทราบความคืบหน้าว่า แต่ละสถานที่จะมีการบริหารจัดการอย่างไรต่อไป และ สตง. ขอความร่วมมือจากสภา ว่างบประมาณปี 2570 ขอพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล
ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องของความคืบหน้าการสอบสวนสาเหตุตึก สตง. ถล่ม ซึ่งกรรมาธิการได้รับทราบข้อมูลจาก สตง. โดยมีบางเรื่องที่กรรมาธิการไม่สามารถเข้าถึงรายงานของกรมโยธาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยเป็นเอกสารลับ เพราะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี โดยเห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญที่จะทำให้กรรมาธิการรับรู้รับทราบเรื่องราวว่ามีเหตุอะไรที่เกิดขึ้นบ้าง
ส่วนเรื่องอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีปัญหา ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทราบว่าอาจปี 2571 ที่จะมีการตั้งงบประมาณ เข้ามาเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ ด้วยเพราะติดขัดว่าปีนี้รัฐบาลมีนโยบายลดงบประมาณสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ สตง. ยังไม่ได้ยื่นคำขอในส่วนนี้ ทั้งที่ถูกตั้งคำถาม สตจ. จังหวัดพะเยา นครนายก ผู้รับเหมาทิ้งงานหรือมีปัญหา โดยทราบข้อมูลล่าสุดว่าที่จังหวัดนครนายกเสร็จสิ้นแล้ว และเปิดใช้งานแล้ว ส่วนที่จังหวัดพะเยามี 2 ช่วง ในช่วงแรกที่เกิดปัญหาสถานการณ์ โควิด-19 และช่วงที่สองที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านพลังงานน้ำมัน ทำให้การได้มาซึ่งผู้รับเหมาใช้ช่องว่างทางกฎหมายเลิกสัญญา
นางสาวรักชนก ระบุว่า ผู้ว่า สตง. ยืนยันว่าไม่ว่าใครใน สตง. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุหรือไม่ได้มีการปกป้อง เมื่อมีการส่งเข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช. หรือกระบวนการใดก็ยินดีให้ความร่วมมือ
ด้าน นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่าในส่วนของอาคารสำนักงานจังหวัดของ สตง. ได้ของบประมาณไปซึ่งที่ผ่านมาได้เผชิญปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะ สตง. เท่านั้นแต่ส่วนราชการทั้งหมดได้รับผลกระทบหมด แต่เมื่อพ้นสถานการณ์จะกลับมาดำเนินการตัวผู้รับงานก็เกิดปัญหา คือลูกจ้างไม่สามารถเข้ามาทำงานก่อสร้างได้ ขณะนี้เหลือเฉพาะจังหวัดพะเยาที่ยังมีปัญหาในข้อกฎหมายอยู่คาดว่าในสัปดาห์หน้าน่าจะดำเนินการได้
“ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการของข้าราชการไม่สามารถบอกเลิกแล้วจ้างผู้จ้างรายใหม่ได้ทันที แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการบอกเลิกตามกฎหมาย ทำหนังสือแจ้งให้เค้าดำเนินการถึงจะบอกเลิกได้ หากไม่มีเหตุอันสมควร และต้องทวนราคากลางไหม คือระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อราคากลางใหม่ได้ต้องไปขอสำนักงบฯ หากงบต้องเพิ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่ทำให้การก่อสร้างอาคารไม่สามารถดำเนินการต่อได้โดยข้อกฎหมาย” นายมณเฑียรกล่าว
นายมณเฑียร กล่าวถึงเรื่องการสร้างตึก สตง. ใหม่ ว่ารัฐบาลตั้งคณะตรวจสอบฯ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเทคนิคทั้งหมด และสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิศวกรรม และสภาวิชาชีพเป็นกรรมการตรวจสอบ และ ได้มีการแถลงผลการตรวจสอบแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาล เมื่อ 30 มิถุนายน 2568 คือเรื่องของการก่อสร้างผิดแบบ การออกแบบที่ไม่เป็นไปตามหลักการ และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน มีการเรียกสอบสาเหตุตึกถล่มว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ทั้ง สตง. และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงมีใครประมาทร่วมหรือไม่ ซึ่งตำรวจได้ส่งสำนวนไปยังอัยการโดยฟ้องเฉพาะผู้มีวิชาชีพ
“คือบริษัทผู้ออกแบบ บริษัทผู้ก่อก่อสร้าง บริษัทผู้ควบคุมงาน ฟ้องตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งอัยการ ศาลก็ประทับรับฟ้อง และเมื่อ 2 มิถุนายนก็มีการไต่สวนปากแรกแล้ว นี่คือผลสอบของรัฐบาลที่ออกมา และส่งให้พนักงานสอบ อัยการ ศาลดำเนินคดี ส่วนในเรื่องของเจ้าหน้าที่ทุจริตหรือผิดหรือไม่ มีคนไปร้องที่ DSI และส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. เพราะอำนาจอยู่ที่ ป.ป.ช. เรื่องนอมินีก็ดำเนินการส่งDSI ทำเรื่องส่งฟ้อง ศาลไปแล้วในสำนวนนอมินี” นายมณเฑียรกล่าว
นายมณเฑียร กล่าวว่า สตง. ขอเอกสารต้องการได้สำนวนการสอบทั้งหมด แต่ได้รับแจ้งว่าสำนวนเป็นสำนวนในคดีไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกได้ ซึ่งขณะนี้ สตง. ได้ยื่นขอเป็นโจทก์ร่วมในการพิจารณาของศาล เพื่อจะได้รู้ข้อเท็จจริงในสำนวนคดี และรายละเอียดทั้งหมดในสำนวนคดียังไม่ได้เอกสาร
นายมณเฑียร ชี้แจงถึงการก่อสร้างตึกที่ภูตาหลวง จังหวัดชลบุรี ว่า มีปัญหาในข้อกฎหมายจึงต้องดำเนินการเพิกถอนที่ใช้เวลา และจะต้องให้ได้เป็นพื้นที่ของหน่วยงานก่อนถึงจะสามารถดำเนินการของงบประมาณได้ และพึ่งได้เพิกถอนที่เป็นของ สตง. เมื่อปี 2568 และตั้งเป้าที่จะของบประมาณปี 2570 ดำเนินการก่อสร้างแต่รัฐบาลขอความร่วมมือลดเรื่องงบประมาณเกี่ยวกับการก่อสร้าง จึงยังไม่สามารถของงบประมาณได้
น.ส.รักชนก ยังเปิดเผยว่า ได้มีการถอดบทเรียนเรื่องอาคารขนาดใหญ่ถล่ม และได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการติดตามงบเพื่อทำงานร่วมกันกำหนดมาตรการไม่ให้เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ และผู้รับจ้างควรมีวิชาชีพที่สูงกว่าปกติ และคนรับผิดชอบต้องมี มีมาตรฐานสูงกว่าปกติ โดย สตง. ให้ข้อมูลเบื้องต้นต่อกรรมาธิการแล้วส่วนเอกสารที่จะเสนอกรมบัญชีกลางจะนำส่งต่อให้กรรมาธิการเพื่อร่วมการผลักดันเรื่องนี้
#รักชนกศรีนอก #ไอซ์รักชนก #กมธงบประมาณ #สภาผู้แทนราษฎร #พรรคประชาชน #สตง #สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน #มณเฑียรเจริญผล #ตึกสตงถล่ม #ตึกร้าง #งบประมาณปี2570 #งบประมาณแผ่นดิน #ตรวจสอบงบประมาณ #ทุจริตสิ่งปลูกสร้าง #ปปช #DSI #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วนวันนี้ #วิศวกรรมสถาน #ถอดบทเรียนตึกถล่ม #สตจพะเยา #สตจชลบุรี