โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

'หมิงเฉิน ซัน' หนุ่มจีนคลังแสง พ้นวิกฤตแล้ว แต่ยังนอน รพ.ต่อ ราชทัณฑ์-ตร. ตรึงเข้ม 24 ชม.

Khaosod

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'หมิงเฉิน ซัน' หนุ่มจีนคลังแสง พ้นวิกฤตแล้ว แต่ยังนอนรักษาที่ รพ.ต่อ ราชทัณฑ์-ตำรวจ ตรึงเข้ม 24 ชม. เผยต้องรอแพทย์ดูอาการให้ปลอดภัย ก่อนคุมตัวกลับเรือนจำ

จากกรณีเมื่อวันที่ 11 พ.ค.69 เรือนจำพิเศษพัทยา มีการรับตัวนายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด ควบคุมไว้ภายในเรือนจำฯ ก่อนที่ในวันเดียวกัน เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ส่งตัวนายหมิงเฉิน ซัน ออกไปรักษาพยาบาลฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอาการชักเกร็งและหมดสติ

โดยเข้ารับการรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (โรงพยาบาลบางละมุง) จากนั้นในเวลา 21.00 น. โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ได้ดำเนินการย้ายผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อเนื่อง ณ หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ชั้น 2 ตึกอุบัติเหตุ ในเบื้องต้น เรือนจำพิเศษพัทยาได้ตรวจหาสารเสพติดและสารพิษในร่างกาย แต่ไม่พบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) และกัญชา

เจ้าหน้าที่พยาบาลประจำเรือนจำได้ดำเนินการจัดทำหนังสือราชการเพื่อขอรับเอกสารยืนยันผลการตรวจสารเสพติดอย่างเป็นทางการจากทางโรงพยาบาล โดยทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างส่งตรวจไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์

แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด จึงได้ทำการใส่สายยางทางจมูกเพื่อล้างระบบทางเดินอาหาร โดยพบของเหลวสีฟ้าและได้ทำการฉีดยาต้านพิษ ส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัว มีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้น และสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก ส่วนผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ผลตรวจสารเสพติด ผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดทางห้องปฏิบัติการ เพื่อตรวจกลุ่มสาร alcohol, Benzodiazepine, ยาฆ่าแมลง คาดว่าจะทราบผลภายใน 5-15 วัน

ความคืบหน้าวันที่ 18 พ.ค. 2569 นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยอาการล่าสุดโดยรวมว่า สำหรับการรักษาพยาบาล ทางผู้ต้องขังได้รับการประเมินอนุญาตให้ออกจากหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันนอนพักรักษาตัวเดี่ยว ๆ อยู่ที่วอร์ดผู้ป่วย (Ward) ซึ่งค่อนข้างมีความมั่นคงสูง

โดยยังคงมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราผู้ต้องขังอย่างใกล้ชิด พร้อมกับกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมปฏิบัติภารกิจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนการเยี่ยมของญาติ ยังไม่สามารถอนุญาตได้ เพราะผู้ต้องขังยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล สำหรับอาการล่าสุดดีขึ้น เริ่มรู้สึกตัว เริ่มแข็งแรงขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่พบปัญหาว่าผู้ต้องขังยังทานอาหารไม่ได้นั้น แต่หลังจากนี้เชื่อว่าจะเริ่มทานอาหารได้เล็กน้อย

ส่วนที่ผู้ต้องขังมีอาการชักเกร็งหมดสติในวันเกิดเหตุ ก็เชื่อว่ามาจากการทานยาประจำตัวเกินขนาด ในระหว่างก่อนที่จะถูกควบคุมตัวมาคุมขังยังเรือนจำฯ ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการใช้สารเสพติด ทั้งนี้ ผู้ต้องขังเองก็มีประวัติแจ้งว่ารักษาอาการซึมเศร้าอีกด้วย แต่ก็เป็นเรื่องของทางแพทย์ที่จะให้การวินิจฉัยรักษาตามขั้นตอน

สำหรับเรื่องผลตรวจเลือดต่างๆ อย่างเป็นทางการ จะเป็นในส่วนของแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของสำนวนคดีรับผิดชอบข้อมูล ส่วนในเรื่องของความวิตกกังวลหรือความเครียดสูงผิดปกติของผู้ต้องขังระหว่างการนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่น่าเป็นกังวลมากนัก

นายยุทธนา เปิดเผยอีกว่า หากจะต้องนอนพักรักษาตัวที่ รพ. นานเพียงใดนั้น ตามขั้นตอนแล้วก็เป็นดุลพินิจแพทย์ แต่ในทางปฏิบัติอีกมิติหนึ่ง ราชทัณฑ์และตำรวจก็มีหน้าที่ต้องจัดกำลังไปเฝ้าดูติดตาม จึงทำให้อาจมีช่องว่างหรือโอกาสความไม่ปลอดภัย การเสี่ยงหลบหนีได้ จึงต้องพิจารณาเรื่องนี้ประกอบกับทางการรักษาของแพทย์ไปด้วย

ทำให้หากราชทัณฑ์จะต้องนำตัวผู้ต้องขังกลับเรือนจำฯ ก็ต้องดูความเห็นของแพทย์ประกอบกับความปลอดภัยของผู้ต้องขังคู่ขนานกัน แต่ในตอนนี้ยังคงต้องนอนพักรักษาตัวที่ รพ.พัทยาปัทมคุณ ไปก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 'หมิงเฉิน ซัน' หนุ่มจีนคลังแสง พ้นวิกฤตแล้ว แต่ยังนอน รพ.ต่อ ราชทัณฑ์-ตร. ตรึงเข้ม 24 ชม.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...