โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สยามพิวรรธน์ดึง 4 พันธมิตรโลกปั้น “ลักชัวรีอีโคซิสเต็ม” มัดใจเศรษฐีกำลังซื้อสูง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 พ.ค. เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. เวลา 02.53 น.

ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับบนของภูมิภาค แซงหน้าสิงคโปร์-เวียดนาม ข้อมูลอินไซต์พบลูกค้ากระเป๋าหนักมียอดใช้จ่ายต่อปีสูงกว่ากลุ่มทั่วไปถึง 35 เท่า สยามพิวรรธน์เบนเข็มสู่ประสบการณ์เฉพาะบุคคล หลังพบกลุ่ม Ultra HNWIs โตกว่า 50%

การแข่งขันในตลาดสินค้าและบริการระดับบนของโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังยกระดับขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางลักชัวรี (Luxury Destination) อันดับต้นๆ ของโลก โดยนางสาวนาดา รูวีแยร์ ประธาน INSIGNIA ได้ระบุถึงสถานการณ์นี้ว่า “หากมองในมุมลักชัวรี ประเทศไทยกำลังกลายเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาค สิงคโปร์แข็งแกร่งเรื่องระบบการเงินและ Family Office ส่วนเวียดนามเป็นตลาดใหม่ที่ต้องจับตา แต่ในแง่ Luxury Lifestyle ตอนนี้ประเทศไทยคือศูนย์กลางสำคัญ”

ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวระดับบนจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่เริ่มเปลี่ยนทิศทางอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มักเดินทางไปยุโรปตอนใต้ในช่วงวันหยุด ได้เปลี่ยนมารวมศูนย์จับจ่ายและท่องเที่ยวในเอเชีย โดยมีประเทศไทยเป็นจุดหมายหลัก

สยามพิวรรธน์กางยุทธศาสตร์ผนึก 4 บิ๊กแบรนด์ระดับโลก

จากแนวโน้มการเติบโตของตลาดลักชัวรีโลกดังกล่าว ส่งผลให้ภาคธุรกิจไทยต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับเม็ดเงินหมุนเวียนจากมหาเศรษฐีทั่วโลก ล่าสุด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม กับ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดและยอดขายสินค้าลักชัวรีในสัดส่วนกว่า 70% ของตลาดรวมในประเทศไทย ได้ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์ระยะยาวในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ “Global Privilege Partnership” ร่วมกับ 4 พันธมิตรผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมลักชัวรีระดับโลก

ประกอบด้วย BELMOND (LVMH) เครือข่ายโรงแรมและรถไฟหรู, GALERIES LAFAYETTE ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของฝรั่งเศส, INSIGNIA ผู้ให้บริการดูแลสมาชิกมหาเศรษฐี และ MJETS ผู้ให้บริการด้านการบินส่วนบุคคล เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศธุรกิจไร้พรมแดน (Global Luxury Ecosystem) บูรณาการฐานข้อมูลและการมอบเอกสิทธิ์ข้ามอุตสาหกรรม

ปรับโมเดลธุรกิจรีเทล มุ่งตอบโจทย์ประสบการณ์เฉพาะบุคคล

นางสรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Customer Centricity & Relationship บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า “การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของธุรกิจรีเทลไทย หลังบริษัทศึกษาเชิงลึกทั้งข้อมูลภายในและข้อมูลตลาดต่างประเทศ พบว่าลูกค้าระดับบนไม่ได้ต้องการเพียงการช้อปปิ้งอีกต่อไป แต่ต้องการ “Lifestyle Experience” ที่เชื่อมโยงทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่การเดินทาง การพักผ่อน การบริการส่วนตัว ไปจนถึงการเข้าถึงสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคลทั่วโลก”

ส่งผลให้บริษัทปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการให้สิทธิประโยชน์ในรูปแบบส่วนลดหรือคะแนนสะสมแบบเดิม ไปสู่การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Experience-based Privilege) โดยใช้ฐานข้อมูลพฤติกรรมลูกค้ามาวิเคราะห์และออกแบบบริการให้ตรงกับไลฟ์สไตล์จริงของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งนางสรัลธรย้ำว่า “ลูกค้าแต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ต่างกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การให้ส่วนลด แต่คือการสร้าง Personalized Experience ที่ตรงกับชีวิตจริงของแต่ละคน นี่คือ Game Changer ของเรา”

เปิดตัวเลขกำลังซื้อกลุ่ม Ultra HNWIs ในไทย

เมื่อพิจารณาข้อมูลสถิติตัวเลขทางธุรกิจ พบว่าฐานลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (Ultra High Net Worth) ของสยามพิวรรธน์มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยนับตั้งแต่ปี 2565 ถึงปี 2568 จำนวนลูกค้ากลุ่มนี้เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 50% และมียอดการใช้จ่ายคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 80% ของยอดขายรวมทั้งหมดภายในศูนย์การค้าในเครือ ทั้งนี้ ข้อมูลตลาดระบุว่าในประเทศไทยมีกลุ่ม Ultra High Net Worth หรือผู้ที่มียอดใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อปี อยู่ประมาณ 9,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีกว่า 5,000 คน หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดรวมที่เป็นฐานสมาชิกของสยามพิวรรธน์ โดยมีสมาชิกระดับบนสุดบางกลุ่มมียอดสะสมการใช้จ่ายสูงถึงวันละ 1.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ ข้อมูลผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงพลังการจับจ่ายของลูกค้าระดับบนได้อย่างชัดเจน โดยสมาชิกกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงมียอดจับจ่ายมากกว่า 1 ล้านบาทต่อครั้ง และมียอดใช้จ่ายรวมต่อปีมากกว่ากลุ่มลูกค้าทั่วไปถึง 35 เท่า จากฐานสมาชิกวันสยามทั้งหมดที่มีอยู่ 2 ล้านราย ขณะที่พันธมิตรระดับโลกอย่าง INSIGNIA ซึ่งปัจจุบันดูแลลูกค้ากลุ่ม Ultra High Net Worth อยู่ราว 700 ครอบครัวทั่วโลก ระบุว่ามีกลุ่มลูกค้าระดับสูงสุดที่มีสินทรัพย์ขั้นต่ำ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 1,000 ล้านบาท อยู่ประมาณ 100 ครอบครัว ซึ่งกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีความต้องการบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงและการดูแลที่ไร้รอยต่อ

สิทธิประโยชน์ข้ามพรมแดน

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนกลยุทธ์ร่วมกับ 4 พันธมิตรใหม่ในครั้งนี้ จะเน้นการเชื่อมต่อการบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในทุกจุดของการใช้ชีวิต ประกอบด้วย เครือ BELMOND ยกระดับบริการผู้ช่วยส่วนตัวแบบ 1-1 ในการวางแผนการเดินทางและให้การต้อนรับระดับ VIP ณ โรงแรมและรถไฟหรูทั่วโลก ทางด้าน INSIGNIA มอบบริการดูแลลูกค้ารายบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าถึงกิจกรรมและร้านอาหารระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ขณะที่ MJETS เข้ามาเติมเต็มด้านการเดินทางผ่านบริการเครื่องบินส่วนตัว เลานจ์พิเศษที่สนามบิน และรถรับส่งจากรันเวย์ตรงสู่ศูนย์การค้า และ GALERIES LAFAYETTE มอบสิทธิพิเศษในปารีสแก่สมาชิก ONESIAM ระดับ Black, Platinum และ Scarlet ให้สามารถเข้าใช้ Private Personal Shopping Lounge บริการผู้ช่วยช้อปปิ้งส่วนบุคคล และการคืนภาษีแบบเร่งด่วน

นอกเหนือจาก 4 พันธมิตรล่าสุด ปัจจุบันเครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศของสยามพิวรรธน์ยังครอบคลุมศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในโกลบอลเดสติเนชั่น ทั้ง PARCO (ญี่ปุ่น), TAIPEI 101 (ไต้หวัน), Hong Kong Times Square (ฮ่องกง), ION Orchard (สิงคโปร์), Pavilion Kuala Lumpur (มาเลเซีย), Plaza Indonesia (อินโดนีเซีย), FOSUN (จีน) และ Hyundai Department Store (เกาหลีใต้) โดยกลยุทธ์ทั้งหมดนี้มุ่งเน้นการแบ่งปันฐานข้อมูลร่วมกันเพื่อทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalization) นำมาซึ่งการเติบโตแบบไร้พรมแดน (Borderless Growth) และดึงดูดเม็ดเงินหมุนเวียนจากต่างประเทศเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...