โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

EPGโชว์กำไรปี68/69โตกระฉูด62% เตรียมปันผล13สต.จ่อจ่ายก.ค.

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น – ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ในปีบัญชี 68/69 (เม.ย.68 -มี.ค.69) บริษัทมียอดขาย 13,508 ล้านบาท ลดลง จากปีก่อน 2% และมีกำไรสุทธิ 1,312 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 17% สำหรับผลการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจ มีดังนี้

ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขายในปีบัญชี 68/69 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าฉนวนที่ยังเติบโตทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดภายในประเทศ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มระบบ HVAC และ Air Ducting System รวมถึงความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและ Data Center

สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา ยอดขายยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าฉนวนเกรดพรีเมียม รวมถึงสินค้ากลุ่ม Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าโครงการในอุตสาหกรรม Semiconductor/ Cloud/ Data Center และยานยนต์ ซึ่งยังคงมีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งกระแส Reshoring ในสหรัฐอเมริกายังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและความต้องการใช้งานสินค้าฉนวนในระยะยาว ขณะที่ตลาดภายในประเทศ ยอดขายของแอร์โรเฟลกซ์ ลดลงเล็กน้อย สะท้อนภาวะที่ภาคเอกชนยังคงระมัดระวังการลงทุน อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในบางกลุ่มอุตสาหกรรม และยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มความต้องการสินค้าฉนวนในประเทศจากโครงการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและอาคารเชิงพาณิชย์ในระยะถัดไป

ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขายปรับตัวลดลง 10% จากปีก่อน สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ยังไม่เต็มที่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลีย สำหรับการผลิตและจำหน่ายให้แก่กลุ่มลูกค้า OEM ของแอร์โรคลาส ยังคงได้รับแรงกดดันจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เดินหน้าปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไป

ด้านตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลียและยุโรป ยังคงได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์

สำหรับธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย บริษัทได้ดำเนินมาตรการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องใน Aeroklas Asia Pacific Group Pty.,Ltd. ซึ่งเริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จากความต้องการสินค้าใหม่ทั้งในประเทศออสเตรเลียและตลาดต่างประเทศ

ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มียอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน แม้ยังเผชิญภาวะการแข่งขันที่สูง อย่างไรก็ตาม บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด ยังคงได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง จากจุดแข็งด้านมาตรฐานการผลิตระดับสากล เช่น มอก./ GHP/ HACCP และ BRC ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและรองรับความต้องการของลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม

บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 34% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในหลายประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารต้นทุนเฉลี่ยได้อย่างเหมาะสม แม้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการ Supply Chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีวัตถุดิบเพียงพอรองรับการผลิตและการขายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ปรับตัวลดลง 4% จากปีก่อน เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างองค์กรและเสริมวินัยด้านต้นทุน อีกทั้งบริหารเงินทุนหมุนเวียนและกำลังการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทมีผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 95 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากรายการลูกหนี้การค้าของ บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ซึ่งจำหน่ายวัตถุดิบเพื่อใช้ผลิตสินค้าให้แก่ธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้ ทั้งนี้ธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้ได้รับผลกระทบชั่วคราวในระยะสั้น เนื่องจากการหยุดสายการผลิตของลูกค้ารายสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตรุ่นใหม่ โดยกลับมาผลิตอีกครั้งในเดือนเมษายน 2569

ในปีบัญชีนี้บริษัทได้รับผลกระทบเชิงบวกจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 15 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงจำนวน 74 ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 89 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจำนวน 327 ล้านบาท ซึ่งมาจากผลการดำเนินงานของธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ

ดร.เฉลียว กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 364 ล้านบาท โดยกำหนดจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 และหากที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติ บริษัทจะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2569

ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 และหากรวมกับเงินปันผลในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิ (Payout Ratio) ที่ 42.6%

บริษัทเดินหน้าบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ภายใต้นโยบาย “USE” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...