YLG เปิดสถานะซื้อทอง หากราคาไม่หลุด 4,505-4,453 ดอลลาร์
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,512.17 – 4,570.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5%ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 70,000 บาทต่อบาททองคำ ราคาเพิ่มขึ้น 500 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับราคา 69,500 บาทต่อบาททองคำ
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้(20 พ.ค.)ปิดปรับตัวขึ้น 61.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังที่เพิ่มขึ้นต่อการคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกำลังเข้าสู่ “ขั้นตอนสุดท้าย” ส่งผลให้ตลาดเริ่มประเมินว่าความเสี่ยงด้านพลังงานอาจลดลง หากสถานการณ์นำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพหรือการเปิดเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซได้ในระยะถัดไป ความคาดหวังดังกล่าวช่วยกดดันราคาน้ำมันให้ผ่อนคลายลง และมีส่วนลดแรงกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดการเงินในช่วงก่อนหน้า ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ทำให้แรงกดดันต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยลดลงชั่วคราว ปัจจัยนี้จึงช่วยหนุนให้ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในระหว่างวัน
อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของราคาทองคำยังถูกจำกัดจากสัญญาณเชิงเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) หลังรายงานการประชุมเฟดประจำเดือนเมษายนสะท้อนว่า เจ้าหน้าที่หลายคนยังคงกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจกระตุ้นแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยเฉพาะผ่านราคาพลังงาน หากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก ความเสี่ยงดังกล่าวทำให้ผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่มองว่า อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น หากเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% มุมมองดังกล่าวทำให้ตลาดยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปได้ทั้งหมด โดยข้อมูลจาก CME FedWatch Tool สะท้อนว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 48.6% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ซึ่งยังเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมักหนุนค่าเงินดอลลาร์และเพิ่มต้นทุนโอกาสในการถือครองทองคำ
สำหรับการเคลื่อนไหวล่าสุด ราคาทองคำยังทรงตัวเหนือระดับ 4,530 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดยังแกว่งตัวตามปัจจัยสองด้าน ด้านหนึ่ง ทองคำได้รับแรงหนุนจากความหวังต่อความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านพลังงานและเงินเฟ้อ แต่อีกด้านหนึ่ง ราคายังคงถูกสกัดจากการฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดย Reuters รายงานว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี กลับมาปรับขึ้นสู่ระดับ 4.578% หลังลดลงต่อเนื่องก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดยังคงระมัดระวังต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
ในระยะถัดไป ทิศทางราคาทองคำจึงยังขึ้นอยู่กับความชัดเจนของการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นสำคัญ หากการเจรจามีความคืบหน้าและช่วยลดความเสี่ยงด้านพลังงานได้จริง อาจบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อและลดแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ ซึ่งเป็นบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดการยกระดับความขัดแย้ง ราคาน้ำมันอาจกลับมาปรับตัวขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้ออีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้เฟดจำเป็นต้องคงท่าทีเข้มงวดต่อไป นักลงทุนจึงควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ และคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และราคาทองคำในระยะถัดไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน
- สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะซื้อ หากราคาไม่หลุด 4,505-4,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่าน 4,587 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่าน 4,587 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 4,453 ดอลลาร์ต่อออนซ์