โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทย.” คาดปีหน้ารายได้เพิ่มเท่าตัว 600 ล้านต่อปี ได้อำนาจบริหารพื้นที่เช่าได้สูงสุด 30 ปี

เดลินิวส์

อัพเดต 23 มิถุนายน 2569 เวลา 1.55 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ทย. คาดปีหน้ารายได้เพิ่มเท่าตัว เป็น 600 ล้านต่อปี หลัง “กรมธนารักษ์” ให้อำนาจขยายอายุเช่าพื้นที่สูงสุด 30 ปี ลุยดึงร้านค้า ร้านอาหาร เข้ามาให้บริการ นำร่องประมูลอาคารจอดรถ สนามบินกระบี่

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้ลงนามบันทึกความตกลงกับกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นการบูรณาการงานรัฐ ขยายกรอบเวลาให้มีความยืดหยุ่น ลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ที่จะได้รับการบริการที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยสนามบินภูมิภาคในสังกัด ทย. จะสามารถดึงแบรนด์สินค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ เข้ามาให้บริการได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสให้ชุมชนมีพื้นที่หมุนเวียนสำหรับสินค้าวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัด ช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นการแข่งขันที่เป็นธรรม ผู้โดยสารจะได้สินค้า และบริการคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล และเพิ่มทางเลือก รวมถึงโอกาสในการรองรับการเดินทางทางอากาศในธุรกิจใหม่ด้วย อาทิ การให้บริการเครื่องบินน้ำ (Seaplane)

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า การมอบอำนาจครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทางใหม่ในการบริหารทรัพย์สินของรัฐ ทำให้ ทย. มีความคล่องตัวในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ และยกระดับบริการสนามบินภูมิภาค รองรับการเติบโตของการเดินทาง และเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เป็นไปตามเป้าหมายในการผลักดันให้ท่าอากาศยานภูมิภาคเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาระดับภูมิภาค เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค

ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดี ทย. กล่าวว่า การมอบอำนาจครั้งนี้ ทย. สามารถลงนามสัญญาเช่า หรือสัญญาต่างตอบแทนกับเอกชนได้โดยตรง สำหรับโครงการมูลค่าไม่เกิน 500 ล้านบาท มีกรอบระยะเวลาจากเดิมจำกัดครั้งละไม่เกิน 3 ปี ให้ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม โดยพื้นที่ภายในอาคารเช่าได้สูงสุด 10 ปี (ร้านค้าปลอดภาษีสูงสุด 15 ปี) พื้นที่ภายนอกอาคารไม่เกิน 2 ไร่ เช่าได้สูงสุด 20 ปี และเกิน 2 ไร่ เช่าได้สูงสุด 30 ปี

นอกจากนี้ยังให้มีอำนาจบริหารสัญญา และดำเนินคดีได้ทั้งคดีแพ่ง อาญา และปกครอง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ โดย ทย. จะใช้โอกาสนี้พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสาร อาทิ การเพิ่มร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ รวมถึงจัดพื้นที่หมุนเวียนสำหรับวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สนามบินเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เชื่อมโยงการเดินทางกับการสร้างรายได้ในจังหวัดต่อไป

ปัจจุบัน ทย. มีรายได้จากการบริหารพื้นที่ และกิจกรรมต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี โดยในจำนวนนี้ 90% นำส่งกระทรวงการคลัง ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10% หรือประมาณ 300 ล้านบาท เข้ากองทุนหมุนเวียนของ ทย. เพื่อนำไปใช้ในการบริหาร และพัฒนาท่าอากาศยาน ทย. เบื้องต้นคาดว่าในปี 2570 ทย. จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเดิมประมาณปีละ 300 ล้านบาท เป็น 600 ล้านบาท จะเริ่มนำร่องประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ในการจัดทำอาคารจอดรถ ที่ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งขณะนี้เปิดประมูลไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ เพราะมองว่าไม่คุ้มค่าการลงทุน อย่างไรก็ตามการลงนามครั้งนี้ จะต้องรอกรมธนารักษ์ส่งคำสั่งมอบอำนาจมาอย่างเป็นทางการก่อน คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน

ด้านนายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การจัดทำบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เป็นการปรับกลไกการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาท่าอากาศยานในปัจจุบัน โดยการมอบอำนาจให้ ทย. สามารถบริหารจัดการพื้นที่และจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุได้อย่างคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ภายใต้กรอบกฎหมายที่ราชพัสดุ หลักธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลของกรมธนารักษ์ ทั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของรัฐในพื้นที่สนามบินภูมิภาคทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชน ผู้โดยสาร และผู้ประกอบการในพื้นที่

ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ร่วมกัน โดยสามารถสร้างทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจ คุณค่าทางสังคม และประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...