ปลดล็อกศักยภาพสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง จับมือกรมธนารักษ์ขยายสิทธิบริหารพื้นที่เช่าสูงสุด 30 ปี
23 มิ.ย.2569- นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค โดยสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 28 แห่งในสังกัดกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว และการลงทุน ตามแนวทาง “Airport for Regional Development” เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างยั่งยืน
รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามและผลักดันมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับท่าอากาศยานภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้จากกิจการการบิน (Aeronautical Revenue) และรายได้จากกิจการอื่น (Non-Aeronautical Revenue) โดยที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและกรมท่าอากาศยานได้ร่วมมือกับสายการบินทั้งในและต่างประเทศ นำเสนอศักยภาพของสนามบินภูมิภาคเพื่อดึงดูดการเปิดเส้นทางบินใหม่ เส้นทางข้ามภูมิภาค และเส้นทางระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มการเชื่อมโยงการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยาน นายภัทรพงศ์ได้เร่งรัดให้กรมท่าอากาศยานร่วมกับกรมธนารักษ์หาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดด้านขั้นตอนราชการที่ส่งผลให้การดึงดูดผู้ประกอบการและการลงทุนใหม่ ๆ ใช้เวลานาน จนนำไปสู่การจัดทำบันทึกความตกลง (MOU) ระหว่างกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม และกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อมอบอำนาจให้กรมท่าอากาศยานสามารถบริหารจัดการพื้นที่ราชพัสดุภายในบริเวณท่าอากาศยานภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น
รองโฆษกฯ ระบุว่า สาระสำคัญของ MOU ฉบับดังกล่าว คือ การมอบอำนาจให้กรมท่าอากาศยานสามารถลงนามสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนกับภาคเอกชนได้โดยตรง สำหรับโครงการที่มีมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 500 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาการใช้ประโยชน์พื้นที่จากเดิมที่จำกัดไม่เกิน 3 ปี เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมกับลักษณะการลงทุนมากขึ้น โดยพื้นที่ภายในท่าอากาศยานสามารถให้เช่าได้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี ส่วนพื้นที่ภายนอกท่าอากาศยานสามารถให้เช่าได้สูงสุด 20 ปี หรือ 30 ปี ตามขนาดพื้นที่และประเภทกิจกรรมที่ดำเนินการ นอกจากนี้ ยังให้อำนาจกรมท่าอากาศยานดำเนินคดีในกรณีผู้เช่าฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญาได้โดยตรง
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ครั้งนี้ จะช่วยลดขั้นตอนทางราชการ เพิ่มความรวดเร็วในการนำร้านค้า บริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เข้ามาให้บริการภายในสนามบิน ส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ และช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค
“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการมอบอำนาจและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารพื้นที่ของท่าอากาศยานภูมิภาค จะช่วยปลดล็อกศักยภาพการลงทุน ดึงดูดผู้ประกอบการรายใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับสนามบินภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ได้อย่างแท้จริง” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว.