โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะเบื้องหลัง ซีรีส์ทนายปีศาจ กับการดันซีรีส์ไทย แบบไม่ต้องลดทอนตัวตน

SpringNews

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การหยิบยกกระบวนการยุติธรรมมาตีแผ่บนหน้าจอ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกภาพยนตร์- ซีรีส์ แต่สำหรับบริบทสังคมไทย นี่คือการกล้าตั้งคำถามกับความยุติธรรมในสังคม
หัวใจสำคัญในการสร้างซีรีส์ 'ทนายปีศาจ' ไม่ใช่เพียงการทำซีรีส์แนวขึ้นโรงขึ้นศาล (Courtroom Drama) เพื่อหาคนถูกหรือผิด แต่มันคือการสร้างพื้นที่จำลองเพื่อชำแหละระบบยุติธรรมที่เต็มไปด้วยรอยร้าว อำนาจนอกกฎหมาย และการตั้งคำถามตัวโตๆ ว่าในโลกที่กฎหมายไม่ได้ปกป้องทุกคนเท่ากัน ใครกันแน่คือปีศาจ
เบื้องหลังความสำเร็จที่พุ่งทะยานติดอันดับโลกบนNetflix และกลายเป็นไวรัลในประเทศไทย รวมถึงต่างประเทศ มันเกิดจากการขัดเกลาบทนานกว่า 7 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากความไม่เข้าใจในระบบยุติธรรมของตัวผู้สร้างเอง สู่ผลงานที่กล้า 'ทดสอบเพดาน' ทางความคิด นำเสนอประเด็นอ่อนไหวอย่างตรงไปตรงมา ผ่านมุมมองของ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ (ผู้กำกับ), แซม-จักริน เทพวงค์ (ผู้เขียนบท) และ ซัน-ทรงพล จันทรสม (โปรดิวเซอร์)

หัวใจของการสร้าง: ไม่ปรุงแต่งเพื่อเอาใจใคร แต่ทำให้คนไทยดู

เมื่อถูกตั้งคำถามว่า ซีรีส์ที่มีแพลตฟอร์มระดับโลกเป็นผู้เผยแพร่ ต้องปรับแต่งเนื้อหาเพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจง่ายขึ้นหรือไม่ คำตอบจากทีมผู้สร้างสะท้อนความชัดเจนในจุดยืนอย่างหนักแน่น
"ทำหนังแบบนี้มันต้องเริ่มที่เราอินกับมันก่อน แล้วเข้าใจมันก่อน เราไม่ได้มานั่งคิดว่าคนที่เวสต์เวอร์จิเนียดูแล้วจะอินกับประเด็นนี้มั้ย… แล้วเราก็ปรับทุกอย่าง ไดลูททุกอย่างให้มันกลายเป็นอาหารไทยที่ทุกคนทั่วโลกกินได้ มันก็ไม่อร่อยหรอก" — ไก่ ณฐพล

สารตั้งต้นของเรื่องนี้คือการหยิบเอาความสนใจส่วนตัวเรื่องสิทธิมนุษยชน คดีคนสูญหาย และการทุจริต มาประกอบร่างกัน พวกเขาเลือกที่จะเล่าเรื่องด้วยความสัตย์จริงต่อบริบทสังคมไทย แม้ว่าผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้ผู้ชมต่างชาติเกิดความสงสัยก็ตาม

.

เสียงจากสื่อต่างชาติ : ความจริงที่ดูเหมือนนิยาย

หลังซีรีส์ออกฉาย มีเสียงวิจารณ์จากผู้ชมต่างชาติ และสื่อต่างชาติว่า ตัวละครอย่าง 'ผู้พิพากษา' ดูลำเอียงอย่างโจ่งแจ้งเกินไป หรือตัวร้ายอย่าง 'บิ๊กอนันต์' ดูเป็นผู้ร้ายที่แสดงออกชัดเจนจนเกินพอดี (เช่น ซีนหักไม้จิ้มฟัน) แต่สำหรับทีมผู้สร้าง นี่คือความจริงที่ผ่านการลงพื้นที่รีเสิร์ชมาแล้วและหาจุดที่ลงตัวระหว่างการทำงานกันมาแล้ว

"ผมว่าแม้แต่ของคนไทยเอง มีฉากที่รู้สึกว่าผู้พิพากษาทำไมดูชัดเจนไปหน่อย ซึ่งจริงๆ ถ้าคุยกับคนที่ทำงานในศาล มันเป็น Process นึงในการที่เขาต้องการรู้ทิศทางเพื่อจะเทกเรา แต่มันอาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ ลำเอียงหรือเปล่า… ซึ่งไม่ใช่เลย ปกติคืออย่างงั้น" — แซม จักริน ผู้เขียนบทร่วมเผย

ในขณะที่พฤติกรรมสุดโต่งของอนันต์ ผู้กำกับอธิบายว่ามันคือการใส่รายละเอียด (Element) เล็กๆ เพื่อสร้างมิติให้ตัวละคร ซีนหักไม้จิ้มฟันที่ไม่ได้อยู่ในบทตั้งแต่แรก แต่กลับกลายเป็นจังหวะที่เพิ่มความเร้าใจและสร้างภาพจำของความวิปริตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเนี้ยบได้อย่างแยบคาย

เบื้องหลังระบบแคสติ้งที่หาตัวละครได้อย่างเหมาะสม

ความสมจริงของทนายปีศาจ ไม่ได้มาจากแค่นักแสดงนำ แต่รวมถึงตัวละครแวดล้อมที่ทรงพลัง หนึ่งในตัวละครที่แคสต์ยากที่สุดคือ "เล่" ชาวประมงนิ้วขาด ทีมงานเลือกที่จะไม่ใช้นักแสดงอาชีพ แต่ลงพื้นที่ไปแคสต์ 'ชาวประมงตัวจริง' จากศรีราชา เพื่อให้ได้แววตาและน้ำเสียงการให้สัมภาษณ์ที่ออกมาจากกระดูกและประสบการณ์จริง

นอกจากการหานักแสดง การออกแบบงานสร้างยังเต็มไปด้วยสัญญะ รถยนต์ Land Rover สีแดงเลือดหมูของ ทนายจิตตรี ไม่ได้ถูกเลือกมาเพียงเพราะความสวยงาม แต่มันสะท้อนฟังก์ชัน ความแข็งแกร่ง และวิถีชีวิตที่ต้องอยู่ในชุมชน Low Profile เพื่อความปลอดภัย ในขณะที่ห้องพักของ "เมฆ" ถูกเซ็ตอัปอย่างละเอียดด้วยถุงผ้า NGO และตู้ปลาที่สะท้อนความสัมพันธ์ที่พังทลาย แม้กล้องอาจจะแพนผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม (บางคนก็อาจมองไม่เห็นด้วยซ้ำ)

อีกหนึ่งตัวละครที่สร้างสีสันคือ 'แก๊ปโบ้' ที่หลายคนเปรียบเทียบว่ามีจังหวะคล้ายน้าค่อม แห่งปี 2026 ซึ่งทีมงานเผยว่าเกิดจากการผสมผสานระหว่างบทที่เขียนไว้ และการเปิดพื้นที่ให้นักแสดงได้ 'ด้นสด' อย่างเป็นธรรมชาติภายใต้กรอบคาแรกเตอร์ที่ตกลงกันไว้

เบื้องหลังน้ำตาของความแข็งแกร่ง ที่หลายคนสงสัยของทนาย จิตตรี

ซีนอารมณ์ที่ทนายจิตตรีช็อกจากการตายของอนันต์ เป็นหนึ่งในฉากที่ทรงพลังที่สุด แซม จักริน เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจสำคัญของความรู้สึกนี้ มาจากการได้พูดคุยกับคุณประทับจิต นีละไพจิตร บุตรสาวของคุณสมชาย นีละไพจิตร ทนายความที่ถูกอุ้มหาย

"เวลาเขาพูดเรื่องพ่อ น้ำตาเค้าจะไหลลงมาแบบเป็นเหมือนเรื่องธรรมดาของเขา… ผมรู้สึกว่าทนายจิตตรีมันไม่ต่างกัน ในการที่เขาไม่ได้คำตอบว่าพ่อเค้าอยู่ไหน ไอ้ภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งข้างในนั้นนะ จริงๆ มันช้ำ มันไหลจนชินไปแล้ว" — แซม จักรินบอก

การเคารพสิทธิมนุษยชนที่หน้าเซ็ตถ่ายหนัง

ในซีรีส์ที่พูดเรื่องสิทธิมนุษยชน ย่อมต้องเคารพสิทธิของผู้ปฏิบัติงาน ทีมสร้างทนายปีศาจยกระดับมาตรฐานกองถ่ายไทยด้วยการใช้ Intimacy Coordinator (IC) เพื่อดูแลฉากละเอียดอ่อนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฉากเลิฟซีน หรือฉากเปลื้องผ้าในเรือนจำ

"การทำงานในกองถ่ายซีรีส์เรื่องนี้ให้ความสำคัญกับระบบระเบียบและมาตรฐานขั้นสูง โดยเฉพาะฉากในเรือนจำที่มีการเปลื้องผ้า เห็นก้น ถอดกางเกง ก็ต้องมีการเซ็นยินยอมกันทุกคน ไม่ใช่แค่ตัวหลัก แต่ตัวละครรอบๆ ทั้งหมด (Extra) ก็ต้องยอมรับด้วย" — ซัน ทรงพล เผย
นอกจากนี้ยังมีการแบ่งโซนการทำงาน (Closed Set) อย่างชัดเจน และห้ามส่งภาพหน้ามอนิเตอร์ในฉากที่อ่อนไหวออกไปโดยเด็ดขาด นี่คือข้อตกลงที่ปกป้องทั้งนักแสดงและผู้กำกับอย่างเท่าเทียม

เพลงดำสนิท: บทสรุปของความขัดแย้ง

ความลงตัวในช่วงท้ายของซีรีส์ (Montage) ที่รวบรวมบทสรุปของตัวละครต่างๆ ถูกร้อยเรียงด้วยเพลง "ดำสนิท" แม้ในตอนแรกจะมีการทดลองใช้ดนตรีประกอบแบบอื่น แต่เมื่อนำเพลงนี้มาทำเวอร์ชันใหม่ (Rearrange) ให้เข้ากับจังหวะของเรื่อง มันกลับกลายเป็นชิ้นส่วนที่ประกอบภาพรวมทั้งหมดให้สมบูรณ์แบบในดราฟต์แรกโดยไม่ต้องแก้ไข

ทุนสร้างกับคุณภาพ: อย่าใช้ประเด็นเงินเป็นข้ออ้าง

หลายคนเชื่อว่า "บทที่ดี คือบทที่มีเงิน" แต่ทีมผู้สร้างทนายปีศาจมองลึกลงไปกว่านั้น เงินคือตัวช่วยสร้างความเป็นไปได้ แต่เวลาและอิสระในการทำงานคือสิ่งที่ทำให้งานออกมามีคุณภาพ

"หลายคนพูดเรื่องเงินโดยใช้เป็นข้ออ้าง ในการบอกว่ามันไม่ดีเพราะไม่มีเงิน… ผมว่ามันต้องเริ่มจากราก (การรีเสิร์ชและการเขียนบท) ก่อน แน่นอนว่าเงินเป็นข้อจำกัดนะ แต่จงอย่าใช้เป็นข้ออ้าง" — ไก่ ณฐพล

"สิ่งที่ผมได้ก็คือว่า มันไม่มีใครบอกผมว่าต้องทำอะไรยังไง… เราไม่ได้อยู่ในกรอบใครที่มาบอกว่า ตัวละครต้องอย่างงั้นอย่างงี้ อิสระบางอย่างช่วยให้งานมันออกได้อะไรใหม่ๆ" — แซม จักริน

ความยุติธรรมที่แท้จริง: มากกว่าคำว่าแพ้หรือชนะ

ท้ายที่สุดแล้ว 'ทนายปีศาจ' ไม่ได้ต้องการชี้นำว่าใครถูกหรือผิด แต่อยากชวนให้สังคมตั้งคำถามและทำความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น

"ความยุติธรรมที่แท้จริงสำหรับผมนะ มันคือการที่ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจกัน… ไม่ใช่ว่าเราจะบอกว่าเราชนะคดีนี้ คนที่แพ้เขาอาจจะยังไม่รู้สึกว่าเขาได้ความยุติธรรมก็ได้… อย่างน้อยซีรีส์นี้ ถ้าคุณดู เราอยากให้ฉุกคิดว่า อย่าเพิ่งรีบตัดสินใคร เราทำความเข้าใจกันก่อนมั้ยว่าเหตุผลที่เขาทำมันเพราะอะไร" — แซม จักริน

แม้กระบวนการยุติธรรมในโลกแห่งความเป็นจริงอาจยังเต็มไปด้วยสีเทา แต่สิ่งที่ 'ทนายปีศาจ' ได้ทำสำเร็จแล้ว คือการจุดคบเพลิงส่องสว่างเข้าไปในมุมมืดเหล่านั้น และพิสูจน์ให้เห็นว่า คอนเทนต์ไทยที่มีคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องลดทอนตัวตนเพื่อไปสู่ระดับโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...