โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"เกาหลีใต้" แซง "อินเดีย" ขึ้นแท่นตลาดหุ้นใหญ่ อันดับ 6 ของโลก มาร์เก็ตแคปแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์

สยามรัฐ

อัพเดต 37 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการก้าวขึ้นแซงหน้าตลาดหุ้นอินเดีย กลายเป็นตลาดหุ้นที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปชั้นนำของประเทศปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งตลอดปี

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 รายงานข่าวระบุว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้สามารถแซงหน้าตลาดหุ้นอินเดียในด้านมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือมาร์เก็ตแคป หลังได้รับอานิสงส์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ของโลกอย่าง ซัมซุง อิเลคโทรนิกส์ และ เอสเค ไฮนิกซ์ ซึ่งต่างเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก

ข้อมูลที่รวบรวมโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นกว่า 86% ในปี 2569 จนแตะระดับ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นอินเดียลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้เพิ่งสามารถแซงหน้าตลาดหุ้นแคนาดาและหลายประเทศในยุโรปได้ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม AI และผู้ผลิตชิปขั้นสูง ซึ่งกำลังเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก

นักวิเคราะห์มองว่า เกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งเป็นสองศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญของเอเชีย กำลังมีบทบาทมากขึ้นต่อทิศทางตลาดทุนโลก โดยความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ผลักดันให้มูลค่าบริษัทเทคโนโลยีในทั้งสองประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศผู้ผลิตชิปยังสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนบางส่วน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ราคาหุ้นอาจร้อนแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน หากกระแสการลงทุนใน AI เริ่มชะลอตัวในอนาคต

นอกจากปัจจัยด้าน AI แล้ว ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายปฏิรูปภาคธุรกิจของประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ซึ่งมุ่งยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน เพิ่มความโปร่งใส และส่งเสริมมูลค่าผู้ถือหุ้น

ผลจากความเชื่อมั่นดังกล่าวทำให้ดัชนี KOSPI ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 5,000 จุด ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ประธานาธิบดีอีเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่นักวิเคราะห์หลายสำนักในวอลล์สตรีทยังคงมองเชิงบวก และประเมินว่าดัชนีอาจมีโอกาสขยับขึ้นไปแตะระดับ 10,000 จุดได้ในระยะยาว

ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นอินเดียกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งการอ่อนค่าของสกุลเงินรูปี การไหลออกของเงินทุนต่างชาติในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และการขาดแคลนบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI

นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นยังส่งผลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และสร้างความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินเดีย ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติทยอยลดการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปีนี้กองทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นอินเดียไปแล้วประมาณ 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นอินเดียปรับตัวลดลงราว 11% และมีแนวโน้มที่จะปิดลบเป็นปีแรกในรอบกว่าทศวรรษ หลังจากเติบโตต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน

การเปลี่ยนแปลงอันดับของตลาดหุ้นโลกครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระแสการลงทุนในเทคโนโลยี AI กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาดทุนโลก และมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อย ๆ

#เกาหลีใต้ #ตลาดหุ้นเกาหลี #ตลาดหุ้นโลก #อินเดีย #AI #ปัญญาประดิษฐ์ #หุ้นAI #ซัมซุง #SKHynix #Samsung #KOSPI #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวการเงิน #ลงทุนหุ้น #ตลาดทุน #หุ้นเทคโนโลยี #เศรษฐกิจโลก #มาร์เก็ตแคป #เซมิคอนดักเตอร์ #ชิปAI #ข่าวต่างประเทศ #นักลงทุน #หุ้นต่างประเทศ #เศรษฐกิจเอเชีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...