‘เราอย่าได้หวัง’
เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาวาระญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์)
โดยเหล่า สส.ต่างก็อภิปรายข้อมูลที่ได้มีการเตรียมมา ทั้งสนับสนุนและไม่สนับสนุน รวมถึงข้อเสนอที่จะให้กับทางรัฐบาล เพื่อนำไปประกอบการพิจารณา
ในการอภิปราย แต่ละพรรคการเมืองก็จะมีข้อมูล เมื่อถึงตาของ “จูรี นุ่มแก้ว” สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ การอภิปรายของเจ้าตัวไม่เคยทำให้คนในพรรคผิดหวัง เพราะเมื่อ “จูรี” ได้ลุกขึ้นพูด “กรณ์” ที่นั่งอยู่ด้านหน้า ได้เผยยิ้มออกมา
เพราะช่วงหนึ่งที่ “จูรี” ได้อภิปรายในเรื่องดังกล่าว พร้อมกับยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า “ผมขอสมมติภายใต้ข้อเท็จจริงที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง ว่า หากเรือมาจากต่างชาติและมาจอดที่ระนองเพื่อใช้แลนด์บริดจ์ไทย คำถามต่อไปคือแล้วคนใต้ได้อะไร ในเมื่อว่าระหว่างเรือของต่างชาติแล้วผ่านแดนของไทยเราไป คนใต้อีกทั้งภาคจะได้อะไรจากโครงการนี้ บอกว่าจะมีแรงงานเกิดขึ้น 2 แสนตำแหน่ง แต่เมื่อปล่อยโควตาให้ต่างชาติ เช่น จีน เขาจะขนองคาพยพของเขาจากจีนมาที่ไทยทั้งหมด เราอย่าได้หวังสักตำแหน่ง แม้แต่ออฟฟิศอุปกรณ์ต่างๆ เขายังซื้อมาจากจีน ประทานโทษนะครับ แม้แต่ส้วมเขาก็ยังเอามาจากจีน ไทยไม่ได้แอ้มเขาไปสักนิดเดียว อย่าไปหวังถึงตำแหน่งอะไรต่างๆ 2 แสนกว่าตำแหน่งที่มีการพูดถึง หมายถึงแรงงานที่ขายที่ท่าเรือหรือเปล่า วิศวกรจริงๆ ลูกหลานที่จบ เรียนสูงๆ ดีๆ มา จะได้ทำงานตำแหน่งดีๆ สักกี่ตำแหน่ง นี่คือสิ่งที่พี่น้องชาวใต้เป็นห่วงอย่างยิ่ง”
อภิปรายสไตล์ “จูรี” คือการทำให้เห็นภาพ เพราะจากเรื่องยากเจ้าตัวทำให้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย สมแล้วที่เป็นตัวตึงของพรรคประชาธิปัตย์.
เจ้าพระพาย