โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ยุโรป” หวังพึ่งพลังงานสะอาด มุ่งเปลี่ยนผ่านเต็มรูปแบบ ลดใช้ฟอสซิลรับมือโลกเดือด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ท่ามกลางวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่ทำให้ทั่วโลกต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่รุนแรงมากขึ้นและถี่ขึ้น ทำให้สหภาพยุโรปเตรียมใช้แผนปฏิรูปภาคพลังงานครั้งใหญ่ เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าทุกภาคส่วน ภายในปี 2040 โดยหากทำได้ตามแผนจะสามารถประหยัดงบประมาณการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลได้มากถึง 2 แสนล้านยูโรต่อปี

คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมเสนอเป้าหมายสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในพลังงานขั้นสุดท้ายของสหภาพยุโรป และจะผลักดันให้มีผลผูกพันทางกฎหมายผ่าน Energy Union จากเดิมที่เน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลัก สู่มุมมอง "การใช้ไฟฟ้า" คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก หลังจากสหภาพยุโรปต้องแบกรับต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นถึง 50,000 ล้านยูโร ภายในเวลาเพียง 111 วัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยแนวทางที่เสนอครอบคลุมทุกภาคส่วน ตั้งแต่การเร่งเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า การส่งเสริมการติดตั้งเครื่องทำความร้อนแบบ Heat Pump แทนหม้อต้มก๊าซ การใช้เครื่องจักรไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน ผลักดันให้มีการติดตั้ง Heat Pump ในอาคารสาธารณะมากขึ้น ลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในระบบทำความร้อน

แม้ปัจจุบันไฟฟ้าประมาณ 70% ของยุโรปจะมาจากแหล่งพลังงานสะอาดภายในภูมิภาค แต่การเปลี่ยนผ่านกลับดำเนินไปช้ากว่าที่คาด สาเหตุสำคัญคือ ค่าไฟฟ้าในหลายประเทศยังมีราคาสูงกว่าก๊าซธรรมชาติ ทำให้ครัวเรือนและภาคธุรกิจยังไม่จูงใจที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือระบบกักเก็บพลังงาน นอกจากนี้ ระบบสายส่งไฟฟ้าในหลายพื้นที่ยังรองรับพลังงานหมุนเวียนได้ไม่เพียงพอ และการเชื่อมต่อโครงข่ายยังใช้เวลานาน โดยอัตราการใช้ไฟฟ้าของสหภาพยุโรปคิดเป็นเพียง 23% ของการใช้พลังงานทั้งหมด และแทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ขณะที่หลายประเทศในเอเชียมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าสูงกว่า 30%

นอกจากนี้ ยังมีแผนปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้า ลดภาษีและค่าธรรมเนียมที่ทำให้ค่าไฟสูง ยุติการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลหลังปี 2030 และใช้รายได้จากระบบซื้อขายคาร์บอนของสหภาพยุโรป เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า การขยายสถานีชาร์จ การพัฒนารถบรรทุกไฟฟ้า และการส่งเสริมระบบทำความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงในอาคารที่อยู่อาศัย

นักวิเคราะห์มองว่า หากสหภาพยุโรปสามารถผลักดันมาตรการเหล่านี้ได้สำเร็จ จะไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจยุโรป ทำให้ภูมิภาคมีความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า และสร้างระบบพลังงานที่พร้อมรับมือกับความผันผวนของโลกในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...