“ยุโรป” หวังพึ่งพลังงานสะอาด มุ่งเปลี่ยนผ่านเต็มรูปแบบ ลดใช้ฟอสซิลรับมือโลกเดือด
คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมเสนอเป้าหมายสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในพลังงานขั้นสุดท้ายของสหภาพยุโรป และจะผลักดันให้มีผลผูกพันทางกฎหมายผ่าน Energy Union จากเดิมที่เน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลัก สู่มุมมอง "การใช้ไฟฟ้า" คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก หลังจากสหภาพยุโรปต้องแบกรับต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นถึง 50,000 ล้านยูโร ภายในเวลาเพียง 111 วัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยแนวทางที่เสนอครอบคลุมทุกภาคส่วน ตั้งแต่การเร่งเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า การส่งเสริมการติดตั้งเครื่องทำความร้อนแบบ Heat Pump แทนหม้อต้มก๊าซ การใช้เครื่องจักรไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน ผลักดันให้มีการติดตั้ง Heat Pump ในอาคารสาธารณะมากขึ้น ลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในระบบทำความร้อน
แม้ปัจจุบันไฟฟ้าประมาณ 70% ของยุโรปจะมาจากแหล่งพลังงานสะอาดภายในภูมิภาค แต่การเปลี่ยนผ่านกลับดำเนินไปช้ากว่าที่คาด สาเหตุสำคัญคือ ค่าไฟฟ้าในหลายประเทศยังมีราคาสูงกว่าก๊าซธรรมชาติ ทำให้ครัวเรือนและภาคธุรกิจยังไม่จูงใจที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือระบบกักเก็บพลังงาน นอกจากนี้ ระบบสายส่งไฟฟ้าในหลายพื้นที่ยังรองรับพลังงานหมุนเวียนได้ไม่เพียงพอ และการเชื่อมต่อโครงข่ายยังใช้เวลานาน โดยอัตราการใช้ไฟฟ้าของสหภาพยุโรปคิดเป็นเพียง 23% ของการใช้พลังงานทั้งหมด และแทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ขณะที่หลายประเทศในเอเชียมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าสูงกว่า 30%
นอกจากนี้ ยังมีแผนปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้า ลดภาษีและค่าธรรมเนียมที่ทำให้ค่าไฟสูง ยุติการอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิลหลังปี 2030 และใช้รายได้จากระบบซื้อขายคาร์บอนของสหภาพยุโรป เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า การขยายสถานีชาร์จ การพัฒนารถบรรทุกไฟฟ้า และการส่งเสริมระบบทำความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงในอาคารที่อยู่อาศัย
นักวิเคราะห์มองว่า หากสหภาพยุโรปสามารถผลักดันมาตรการเหล่านี้ได้สำเร็จ จะไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจยุโรป ทำให้ภูมิภาคมีความมั่นคงด้านพลังงานมากขึ้น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า และสร้างระบบพลังงานที่พร้อมรับมือกับความผันผวนของโลกในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ปี 2026 ยุโรปเผชิญกับเดือนมิถุนายนที่ร้อนสุด ทำลายสถิติช่วงปี 1970
- จับตาปลายปี 69–70 ไทยเสี่ยงเผชิญอากาศสุดขั้ว รุนแรงกว่าที่เคย
- ฝรั่งเศสเดือด! ร้อนจัด 41 องศาฯ แม่น้ำแห้งจนเห็นสันทราย
- ฤดูหนาวไม่หนาวอีกต่อไป! "ส้มยูซุ" งอกงามในฝรั่งเศส สะท้อนโลกกำลังเปลี่ยน
- โลกเดือด ภูเขาพัง! นักวิทย์เตือน "ดินถล่ม" ถี่และรุนแรงขึ้นจากวิกฤตโลกร้อน