โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ท่องเที่ยวไทย’ ไม่หวั่นวิกฤต ปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ Value-Driven Growth

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสม 13,428,857 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 653,986 ล้านบาท

โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน รองลงมาคือ มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ (ดูกราฟิกประกอบ)

ภาพรวมอยู่ในระดับเดียวกับปี’68

“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า แม้ภาคการท่องเที่ยวของไทยจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 แต่ในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-เมษายน 2569) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยในส่วนของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลผู้ประกอบการประเมินว่า ยอดจองสำหรับช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ยังอยู่ในระดับที่ดี

“วันนี้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านซัพพลายไซด์และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของสินค้าและบริการทั่วโลก ทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกยังอยู่ในภาวะ Wait & See นักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังมากขึ้น”

ท่องเที่ยว

“สแกนฯ-ยุโรปตะวันออก” โต

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเชิงลึกจะพบว่าในช่วงดังกล่าวตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลจากอเมริกาและยุโรปยังคงมีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และในบางตลาดยังคงมีการเติบโต อาทิ ตลาดสแกนดิเนเวีย และยุโรปตะวันออก แม้สถานการณ์ความตึงเครียดจะเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยกลุ่ม Leisure ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง ขณะที่กลุ่ม Ultra Luxury กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบ

คาดปลายปียอดจองอยู่ในระดับดี

สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 เป็นช่วงที่ปกตินักท่องเที่ยวตลาดยุโรปส่วนใหญ่มักเดินทางภายในกลุ่มประเทศยุโรปกันเอง ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ส่งผลให้หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ Seat Capacity เข้าสู่ประเทศไทยลดลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ททท.ยังคงเดินหน้าสร้าง Top of Mind อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตลาดให้มีการเติบโตสม่ำเสมอจนถึงช่วงปลายปี

ทั้งนี้ ในช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมินว่า ยอดจองยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ยังมีความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์อยู่บ้าง แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติเชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่ม Quality Leisure

ตลาดจีนนำโด่ง +18%

สำหรับภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้นั้น “ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. บอกว่า ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-17 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้เดินทางเข้าประเทศไทยติดลบ 3.82% มีจำนวน 8.29 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 64% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด

โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 3.73 ล้านคน ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ มีนักท่องเที่ยวสะสมรวม 4.5 ล้านคน และคาดว่าตลอดปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้เดินทางเข้าประเทศไทยรวมประมาณ 21.87 ล้านคน

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงดังกล่าวคือ ตลาดจีน มีอัตราเติบโตสูงสุดถึง 18.79%โดยมีจำนวนรวม 2,151,861 คน ถือเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาคอย่างชัดเจน โดยมีเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (ดูกราฟิกประกอบ)

เช่นเดียวกับไต้หวันที่ยังคงรักษาทิศทางการเติบโตในระดับบวก โดยมีนักท่องเที่ยวสะสม 410,785 คน เพิ่มขึ้น 3.68% และเป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวแบบ FIT และ Repeat Visitor สูง ซึ่งทั้ง 2 ประเทศได้รับแรงหนุนจากช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 รวมทั้งผลจากการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว (Shift Destination) จากประเทศญี่ปุ่น

“อินเดีย-เมียนมา” สัญญาณดี

ขณะเดียวกันตลาดอินเดียยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในฐานะตลาดศักยภาพขนาดใหญ่ โดยมีนักท่องเที่ยวสะสมจำนวน 941,331 คน เพิ่มขึ้น 8.80% ส่วนตลาดเมียนมาและฟิลิปปินส์ก็ยังเติบโตดี โดยตลาดเมียนมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยสะสมจำนวน 291,913 คน เพิ่มขึ้น 24.47% ส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาล ศึกษาต่อ และติดต่อธุรกิจ

“แม้จะมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ภายในประเทศแต่ยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่ตลาดฟิลิปปินส์มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยแล้วจำนวน 244,375 คน เพิ่มขึ้น 2.21% และประเทศไทยยังคงติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยม 1 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของภูมิภาคเอเชีย”

คาด Q3 กลับมาโตได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ ประเมินว่าในช่วงไตรมาส 3/2569 ตลาดระยะใกล้มีแนวโน้มทรงตัวถึงขยายตัวเล็กน้อย จากแรงหนุนของช่วงวันหยุด School Holidays ของหลายประเทศอาเซียนในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม รวมถึงช่วง Summer Holiday ของตลาดสำคัญโดยเฉพาะตลาดจีน

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวสูงขึ้นของราคาบัตรโดยสารมีแนวโน้มทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางระยะใกล้หรือภายในภูมิภาคมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น

โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 นี้จะเป็นจังหวะสำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และช่วงชิง Capacity ด้วยการปรับกลยุทธ์จากแนวคิด Volume Recovery สู่ Value-Driven Growth

กล่าวคือ จะเน้นการสร้างมูลค่าจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังมีศักยภาพในการเดินทาง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวที่จะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ท่องเที่ยวไทย’ ไม่หวั่นวิกฤต ปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ Value-Driven Growth

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...