โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อว. จับมือ 32 ภาคี เปิดพิมพ์เขียว Sandbox ดันนวัตกรรมแพทย์ไทยบุกตลาดโลก

The Better

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
ยศชนัน ดัน อว. จับมือ 32 ภาคีเครือข่าย ปลดล็อกสตาร์ทอัพแพทย์ไทย มอบหมาย NIA เปิด Sandbox ชูโรงพยาบาลย่านโยธี-สวนดอก-กังสดาล เป็น Living Lab ทดสอบเครื่องมือจริง ดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์โลก

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับความมั่นคงทางสาธารณสุขไทย เปลี่ยนผ่านประเทศจากผู้ซื้อเทคโนโลยีสู่ผู้ส่งออกนวัตกรรม ล่าสุด ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ ระหว่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กับ 32 ภาคีเครือข่ายยักษ์ใหญ่ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลชั้นนำ และภาคเอกชน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical Innovation Hub) เนื่องจากมีความแข็งแกร่งด้านบริการที่ได้รับการยอมรับระดับสากล มีความหลากหลายทางชีวภาพ และทุนทางวัฒนธรรม โดยคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนคือ “การตั้งโจทย์วิจัยที่ตอบโจทย์ตลาด” และการสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

“การพัฒนานวัตกรรมทำคนเดียวไม่ได้ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ การยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการ การทดสอบทางคลินิก การจดสิทธิบัตร ตลอดจนการปรับปรุงกฎระเบียบและข้อจำกัดต่าง ๆ รวมถึงการเปิดพื้นที่ทดสอบ (Sandbox) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้นวัตกรรมไทยก่อนขยายผลสู่ตลาดโลกต่อไป” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวเสริมว่า NIA ได้ขับเคลื่อนพื้นที่ทดสอบเชิงกำกับดูแล (Regulatory Sandbox) ผ่านย่านนวัตกรรมทางการแพทย์สำคัญ อาทิ ย่านโยธี ย่านสวนดอก และย่านกังสดาล โดยเปิดพื้นที่โรงพยาบาลจริงให้เป็น “Living Lab” เพื่อให้นวัตกรรมของไทยได้รับการประเมินมาตรฐานทางคลินิก และสร้างการยอมรับจากบุคลากรทางการแพทย์ผู้ใช้งานจริง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างกรอบยุทธศาสตร์ผลักดันเทคโนโลยีฝีมือคนไทยไปสู่การใช้งานจริงในสถานพยาบาลนำร่อง ช่วยลดความแออัดในระบบสาธารณสุข และสร้างความมั่นคงทางการแพทย์ในระยะยาว

สำหรับความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้ ได้รับการผนึกกำลังจาก 32 หน่วยงานชั้นนำ อาทิ กรมการแพทย์, อย., สวทช., สปสช., กลุ่มมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำ (จุฬาฯ, มหิดล, ธรรมศาสตร์, เชียงใหม่, ขอนแก่น), ยักษ์ใหญ่โรงพยาบาลเอกชน (BDMS, ธนบุรี เฮลท์แคร์, บำรุงราษฎร์, พระรามเก้า, รามคำแหง) ตลอดจนชีวาศรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเมดิคัลเทคไทยอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...