อว. จับมือ 32 ภาคี เปิดพิมพ์เขียว Sandbox ดันนวัตกรรมแพทย์ไทยบุกตลาดโลก
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้ายกระดับความมั่นคงทางสาธารณสุขไทย เปลี่ยนผ่านประเทศจากผู้ซื้อเทคโนโลยีสู่ผู้ส่งออกนวัตกรรม ล่าสุด ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ ระหว่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กับ 32 ภาคีเครือข่ายยักษ์ใหญ่ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลชั้นนำ และภาคเอกชน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงมากในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical Innovation Hub) เนื่องจากมีความแข็งแกร่งด้านบริการที่ได้รับการยอมรับระดับสากล มีความหลากหลายทางชีวภาพ และทุนทางวัฒนธรรม โดยคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนคือ “การตั้งโจทย์วิจัยที่ตอบโจทย์ตลาด” และการสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
“การพัฒนานวัตกรรมทำคนเดียวไม่ได้ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งทุนทั้งในและต่างประเทศ การยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการ การทดสอบทางคลินิก การจดสิทธิบัตร ตลอดจนการปรับปรุงกฎระเบียบและข้อจำกัดต่าง ๆ รวมถึงการเปิดพื้นที่ทดสอบ (Sandbox) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้นวัตกรรมไทยก่อนขยายผลสู่ตลาดโลกต่อไป” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวเสริมว่า NIA ได้ขับเคลื่อนพื้นที่ทดสอบเชิงกำกับดูแล (Regulatory Sandbox) ผ่านย่านนวัตกรรมทางการแพทย์สำคัญ อาทิ ย่านโยธี ย่านสวนดอก และย่านกังสดาล โดยเปิดพื้นที่โรงพยาบาลจริงให้เป็น “Living Lab” เพื่อให้นวัตกรรมของไทยได้รับการประเมินมาตรฐานทางคลินิก และสร้างการยอมรับจากบุคลากรทางการแพทย์ผู้ใช้งานจริง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างกรอบยุทธศาสตร์ผลักดันเทคโนโลยีฝีมือคนไทยไปสู่การใช้งานจริงในสถานพยาบาลนำร่อง ช่วยลดความแออัดในระบบสาธารณสุข และสร้างความมั่นคงทางการแพทย์ในระยะยาว
สำหรับความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้ ได้รับการผนึกกำลังจาก 32 หน่วยงานชั้นนำ อาทิ กรมการแพทย์, อย., สวทช., สปสช., กลุ่มมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำ (จุฬาฯ, มหิดล, ธรรมศาสตร์, เชียงใหม่, ขอนแก่น), ยักษ์ใหญ่โรงพยาบาลเอกชน (BDMS, ธนบุรี เฮลท์แคร์, บำรุงราษฎร์, พระรามเก้า, รามคำแหง) ตลอดจนชีวาศรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเมดิคัลเทคไทยอย่างยั่งยืน