"ชาญชัย" มั่นใจ คำชี้แจงเพิ่มเติมถึง ศาลรธน. มัด กกต.จัดเลือกตั้งใช้บัตรมี “บาร์โค้ด -คิวอาร์โค้ด” ขัด รัฐธรรมนูญ ม.85 ขัดหลักการ “ต้องทำโดยลับ”
"ชาญชัย" มั่นใจ คำชี้แจงเพิ่มเติมถึง ศาลรธน. มัด กกต.จัดเลือกตั้งใช้บัตรมี “บาร์โค้ด -คิวอาร์โค้ด” ขัด รัฐธรรมนูญ ม.85 ขัดหลักการ “ต้องทำโดยลับ” งัดคำชี้แจงของ กกต. มัดตัวเอง เพราะยอมรับว่า บัตรเลือกตั้งสส. สืบย้อนถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ซ้ำยังทำผิดเงื่อนไขTOR ชี้ “คนคุมกฎทำผิดเอง” พ่วงเรียก "สมชัยและคณะ" เป็นพยานเพิ่ม
วันที่ 20 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการ กรุงเทพฯ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตผู้สมัคร สส.นครนายก นำคำชี้แจงเพิ่มเติม ในฐานะพยานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต. ) จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์ โค้ด( QR code )และบาร์โค้ด( barcode )ทำให้การเลือกตั้งสส.ทั่วไปไม่เป็นตามหลักการโดยลับว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายชาญชัย กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญส่งหนังสือให้ตนชี้แจงเพิ่มใน 5 ประเด็น อาทิ ได้พบเห็นการใช้บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดในวันเลือกตั้งหรือไม่ และการพิสูจน์ว่าการมีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจะทำให้การเลือกตั้ง ไม่เป็นไปโดยการลับอย่างไร ซึ่งตนชี้แจงว่า ได้พบเห็นบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดหรือคิสอาร์โค้ดตั้งแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งผิดสังเกตจากบัตรเลือกตั้งสส.จากทุกครั้ง ทั้งนี้ ตนเคยตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน จึงได้นำหลักฐานบัตรเลือกตั้งในอดีตที่ไม่มีบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด มาส่งให้ศาลพิจารณาด้วย
มีประเด็นที่น่าสนใจคือ กรณีที่ กกต. กกต. ยอมรับเองในการชี้แจง
ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ฉบับลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 เรื่องร้องเรียนเลขดำที่
544/2569 เรื่องร้องเรียนแดงที่ 342/2569 ปรากฏในหน้าที่ 8 บรรทัดที่ 24และหน้าที่ 9 บรรทัดที่ 26 โดยยอมรับว่า รหัสคิวอาร์ดังกล่าวสามารถสแกนข้อมูลได้ เพื่อตรวจสอบบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์ ป้องกันการเกิดบัตรเขย่ง หรือโกงการเลือกตั้งเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร จึงถือเป็นข้อยุติได้ว่า การพิมพ์บัตรเลือกตั้ง มีรหัสแสดงบาร์โค้ด และคิวอาร์ บนบัตรเลือกตั้งสามารถสืบค้น
ย้อนกลับ เพื่อระบุตัวตนของผู้มีสิทธิลงคะแนนได้ ที่สำคัญคือ หลักฐานใน TOR การว่าจ้างซื้อจัดจ้างให้พิมพ์บัตรเลือกตั้ง
สส.ครั้งนี้ ระบุขัดว่า เพื่อป้องกันการทุจริต เช่น การปลอมแปลง,การพิมพ์เกินจำนวน,การนำบัตรไปใช้นอกเขต ซึ่งเขียนว่า "ขั้นต่ำ" อย่างน้อยต้องมี 6 ข้อ และในข้อ 2 ระบุว่า การจัดพิมพ์บัตรด้วยหมึก หรือลวดลาย หรือวิธีการอื่นลงบนบัตรเพื่อป้องกันการปลอมแปลง โดยTOR ห้ามไม่ให้ผู้รับจ้างพิมพ์บัตรให้จัดทำบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ยึดหลักการสำคัญคือ ต้องใช้หมึกที่มองไม่เห็นและป้องกันการสแกน
เท่ากับว่า กกต.ทำผิดTOR ในการจัดซื้อจัดจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งนี้เสียเอง และยังยอมรับบัตรดังกล่าวมาใช้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้ขัดต่อหลักการตามมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่“ นายชาญชัย กล่าว
นายชาญชัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนยังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเชิญบุคคลที่จะมาเป็นพยานในศาลคือ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.,นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์,นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์และนายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย ซึ่งเป็นคณะบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในกรณีการกำหนดรหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์ต่อศาลในเชิงประจักษ์ ว่า บัตรเลือกตั้งหากสแกนแล้วสามารถสืบไปถึงต้นตอผู้ลงคะแนนได้เพื่อศาลจะได้เห็นว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมเพราะอะไร
เมื่อถามว่า กกต.ได้ชี้แจงกับผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่ถึงเงื่อนไขการสแกนบัตรที่จะสามารถสืบฝนถึงผู้ลงคะแนนได้ นายชาญชัย กล่าวว่า กกต.ยอมรับว่าเป็นการป้องกันการปลอมแปลงและมีกฎหมายให้อำนาจ ซึ่งตนเห็นว่าเรามีกฎหมายห้ามซื้อเสียง แต่เราก็ไม่สามารถป้องกันการซื้อเสียงได้ โดยตนเคยฟ้องศาลให้นำบัตรมาทั้งหมด ได้มาทั้งบัตรที่ใช้แล้วและยังไม่ได้ใช้ เรารู้ทันทีเลยว่าใครเลือกใคร กรณีนี้ถามว่า เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่เป็นคนแจกบัตรรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนรับบัตรหมายเลขอะไร และถ้าคนทุจริตมานั่งเฝ้าตอนที่ขานคะแนน ก็จะทราบอีกว่าบัตรนี้เป็นของใครลงคะแนน
“ผมได้เขียนชี้แจงบรรยายแต่ละขั้นตอนให้ศาลได้เห็น วิธีการแบบนี้เรารู้มานานแล้วว่าถ้ามีการไปใส่รหัสในบัตรจะสามารถสืบเสาะได้ ฉะนั้นถ้าบอกว่ากฎหมายทำให้เข้าไม่ถึง จริงๆรู้ตั้งแต่วันเลือกตั้งแล้ว เชื่อว่าศาลต้องการข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย และมั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างละเอียดมาก เพราะเป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง มีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ เพราะถ้าการเลือกตั้งไม่สุจริต ยุติธรรมและเปิดเผยความลับได้ ระบบจะเสียหาย ไม่มีใครเชื่อถือ ระบบการเลือกตั้งจะกลายเป็นระบบที่ทำลายประชาธิปไตย และผู้ที่ทำลายระบบการเลือกตั้งคือผู้ที่ควบคุมการเลือกตั้งเอง และขอขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่รับเรื่องนี้ไว้พิจารณา และขอบคุณผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ส่งเรื่องนี้มายังศาล เพราะการชี้แจงของ กกต.ที่ส่งไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น ตรงกับที่เรารู้อยู่แล้ว เพียงแต่ อยากจะฟังจากปากของ กกต.เองว่า เขาจะแก้เรื่องนี้อย่างไร ที่ทำพลาดไปแล้ว” นายชาญชัย กล่าว