โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กองทัพสหรัฐโจมตีอิหร่านเพิ่มอีก หลังทรัมป์ลั่นเอ็มโอยู “สิ้นสุดแล้ว”

เดลินิวส์

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.36 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ อ้างเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่า ศูนย์บัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (เซนต์คอม) ออกแถลงการณ์ว่า กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม โดยยังคงเน้นเป้าหมายในภาคใต้ของอิหร่าน และปฏิบัติการเกิดขึ้นเพื่อรักษาเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า สหรัฐต้องการให้อิหร่านรับผิดชอบต่อการกระทำอันไร้เหตุผลครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นการโจมตีเรือพาณิชย์และลูกเรือพลเรือน จากเรือ 3 ลำ ที่ใช้เส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐกล่าวว่า ปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ "จะมีขนาดใหญ่กว่ามาก" เมื่อเทียบกับการโจมตีเมื่อคืนวันอังคาร ต่อเนื่องวันพุธที่ผ่านมา พร้อมทั้งย้ำว่า หากอิหร่านยังไม่หยุดโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพสหรัฐจะปฏิบัติการโจมตีในระดับที่รุนแรงขึ้นไปอีกเช่นกัน

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ว่าโดยส่วนตัวเชื่อว่า บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่ลงนามร่วมกับอิหร่าน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. "สิ้นสุดแล้ว" แต่ไม่ได้หมายความว่า สงครามจะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง แม้ยอมรับว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่า การเจรจารอบต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หลังไม่มีข้อสรุปจากการหารือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่กาตาร์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...