หุ้นเทคกลับมาคึกคัก ดันตลาดสหรัฐ บวก ยุโรปพักฐานหลังปรับขึ้นแรง
#ทันหุ้น – ดัชนี Dow Jones ปิดที่ 53,055.91 จุด เพิ่มขึ้น 155.84 จุด (+0.29%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,537.43 จุด เพิ่มขึ้น 54.19 จุด (+0.72%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,121.16 จุด เพิ่มขึ้น 288.49 จุด (+1.12%) โดยได้แรงหนุนหลักจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ท่ามกลางความหวังว่าธุรกิจด้าน AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะถัดไป ส่งผลให้ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 2.2% ฟื้นตัวหลังร่วงลงติดต่อกัน 2 วันทำการก่อนหน้า
ด้านหุ้นรายตัว Broadcom (AVGO) พุ่งขึ้น 3.7% หลังตกลงกับ Apple ในการขยายระยะเวลาข้อตกลงพัฒนาและจัดหาชิปแบบสั่งทำพิเศษออกไปจนถึงปี 2574 ขณะที่ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายอื่นปรับตัวขึ้นตาม นำโดย Western Digital (WDC) ที่ทะยานขึ้น 7% Teradyne (TER) พุ่งขึ้น 2.8% และ Oracle (ORCL) เพิ่มขึ้น 2.5% ในทางกลับกัน หุ้น Microsoft (MSFT) ปรับตัวลง 0.6% หลังประกาศปลดพนักงานราว 4,800 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 2.1% ของพนักงานทั้งหมด ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 650.50 จุด ลดลง 2.27 จุด (-0.35%) หลังนักลงทุนขายทำกำไรจากที่ตลาดปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อน แม้ระหว่างวันจะเคยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 654.44 จุดก็ตาม โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและเฮลธ์แคร์เป็นแรงกดดันหลัก ปรับตัวลง 1.81% และ 1.80% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ดัชนี DAX เยอรมนีสวนทางตลาดโดยรวม ปิดที่ 25,817.89 จุด เพิ่มขึ้น 38.58 จุด (+0.15%) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และปรับตัวขึ้น
ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 หลังยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมของเยอรมนีออกมาดีกว่าคาด
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในเช้าวันนี้โดยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมเดือนมิถุนายนของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพื่อหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในปีนี้ โดยตลาดหลักในภูมิภาคปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ นำโดยเกาหลีใต้ที่ร่วงลงแรงที่สุด ที่น่าสนใจคือหุ้น Samsung Electronics (005930) ยังคงปรับตัวลงราว 5% แม้เปิดเผยประมาณการกำไรไตรมาส 2/2569 ที่ 89.4 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 1,181% (YoY) โดยแรงกดดันหลักมาจากความขัดแย้งภายในองค์กร หลังพนักงานในแผนกสมาร์ตโฟน โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เตรียมรวมตัวประท้วงในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ เพื่อคัดค้านกรณีที่พนักงานในแผนกชิปได้รับเงินโบนัสก้อนใหญ่สะท้อนความไม่พอใจเรื่องความเหลื่อมล้ำของผลตอบแทนภายในบริษัทเดียวกัน
สำหรับตลาดหุ้นไทย คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในทิศทาง Sideway โดยในช่วงเช้าปรับตัวลดลงกว่า 15 จุด ใกล้หลุดระดับ 1,600 จุด เคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ที่ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายในหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่เป็นปัจจัยกดดันหลัก
หุ้นเด่นวันนี้คือ CPN หลังประกาศจับมือกับมิตซูบิชิ เอสเตท บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เดินหน้าพัฒนาโครงการ CenTRal cENtrAL มูลค่าการลงทุน 11,000 ล้านบาท บริเวณสี่แยกปทุมวัน ใจกลางกรุงเทพฯ โดยโครงการนี้เป็นรูปแบบ Mixed-Use หรือการพัฒนาพื้นที่แบบผสมผสานหลายประเภทการใช้งานไว้ในที่เดียวกัน ทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และโรงแรม บนพื้นที่รวม 7 ไร่ โดย CPN ตั้งเป้าให้โครงการนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก และมีกำหนดเปิดให้บริการส่วนศูนย์การค้าในเฟสแรก ภายในไตรมาส 2/2570
วันนี้มุมมอง GOLD Online Futures (GOM26) indicators ระบุดังนี้ PBC (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม วันนี้มีทิศทาง ขาลง Break Low และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน วันนี้มีทิศทาง Sideway ดังนั้น จึงมองว่า ระยะกลาง-ยาวมองว่ามีโอกาสลง