โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อภิสิทธิ์’ หวั่น ‘สภาสูง’ เปิดช่องล้างผิดนิรโทษฯ ‘คดีฮั้ว สว.’

เดลินิวส์

อัพเดต 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 0.36 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“อภิสิทธิ์” หวั่น “สภาสูง” เปิดช่องล้างผิดนิรโทษฯ “คดีฮั้ว สว.” ข้องใจใส่มาในบัญชีแนบท้าย เกี่ยวอะไรกับความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา แนะพิจารณาให้ดี-รอบคอบ ปม “เยาวชน” ผิด “มาตรา112” เพื่อความมั่นคงของสถาบันฯ-เกิดความปรองดองสมานฉันท์

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … หลังจากที่วุฒิสภาส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขกลับมาให้สภาพิจารณาว่าจะยืนยันให้ความเห็นชอบหรือไม่ โดยวุฒิสภามีการแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดมาตรา 112 แก่เด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18 ปี

โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า หน้าที่ของเราคือต้องพิจารณาสิ่งที่ สว. แก้ไข สิ่งที่สภาชุดนี้ หรือหลาย ๆ พรรคการเมืองได้เห็นชอบไป มันมีนัยสำคัญอย่างไร ตนมี 2 ประเด็นที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ เห็นสมควรให้พิจารณาเพิ่มเติมคือ 1.การแก้ไขของ สว. ในมาตรา 11 ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนในมาตรา 112 มาตรานี้ไม่ได้ไปยกเว้นมาตรา 3 ที่เป็นมาตราหลัก จะแก้ไขหรือไม่ อย่างไรเสียผู้กระทำความผิดมาตรา 112 ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่มาตรานี้เป็นเรื่องของผู้ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม เพราะเข้าข่ายข้อยกเว้นที่ว่า แต่กระทำความผิดในขณะที่เป็นเยาวชน หลักสำคัญที่สภาเสนอไปยัง สว. คือกรณีเช่นนี้ ด้วยความเป็นเยาวชน เขาควรมีทางเลือก

“พูดง่ายๆ คือในมาตรา 11 ต้องเป็นเฉพาะกรณีที่เขาร้องขอจากคณะกรรมการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาทำแผนบำบัดฟื้นฟูให้กับเขาได้หรือไม่ ถ้าเขาไม่ขอ เขาก็ถูกดำเนินคดีเหมือนเดิม ถึงเขาขอ เขาก็ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เขาได้มองเห็นแล้วว่าเขาต้องการการบำบัดฟื้นฟู และกฎหมายฉบับนี้เปิดทางให้ ถ้าเราอยากสร้างความสันติสุขจริงๆ เยาวชนควรได้รับโอกาสในการบำบัดฟื้นฟูหรือไม่ เราคิดว่าความสัมพันธ์กับเยาวชนกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จะมีความแน่นแฟ้นดีขึ้น จากกระบวนการนี้หรือไม่ หรือเราคิดว่าการไปเขียนข้อยกเว้นจากวุฒิสภา จะสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันฯ มากกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนเข้าใจว่าเราอาจมีความเห็นแตกต่างหลากหลาย แต่มันไม่ใช่จะสรุปได้ว่าฝ่ายหนึ่งถูก ฝ่ายหนึ่งผิด ฝ่ายหนึ่งจงรักภักดี ฝ่ายหนึ่งไม่จงรักภักดี ตนคิดว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่จะเข้ามาช่องทางนี้ น่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้ความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ลดลง ส่วนที่มีสมาชิกบางรายอภิปรายว่าถ้าทำเช่นนี้จะเป็นการส่งเสริมให้คนทำผิดในวันข้างหน้านั้น ไม่เกี่ยว เพราะใครทำผิดตั้งแต่วันนี้ก็ต้องรับโทษ ไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆ ทั้งสิ้น พรรคประชาธิปัตย์จึงเห็นควรให้พิจารณาอย่างรอบคอบ อย่างถ่องแท้ เพื่อความมั่นคงของสถาบันหลักชาติและให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ในประเด็นที่ 2 คือการที่ สว. ไปเพิ่มในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มีการกำหนดเงื่อนไขว่าเฉพาะที่ไม่เกี่ยวพันกับการเลือกโดยทุจริต การเลือกที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ ตนรู้สึกประหลาดใจ และไม่สบายใจ เพราะไม่เคยทราบเลยว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เรากังวลกันทุกวันนี้ ไปเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ครั้งที่ผ่านมาอย่างไร ยังไม่มีใครบอกตนได้เลยว่ามีใครที่จะมีปัญหาในคดีนี้ที่เป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมือง แต่เมื่อมีการใส่เรื่องนี้เข้ามา ต่อไปหากใครถูกดำเนินคดี เรื่องนี้ก็สามารถให้คณะกรรมการที่มีนายกฯ เป็นประธาน ชี้ขาดได้ว่าสมควรได้รับการนิรโทษกรรมหรือไม่

“ที่บอกว่าฮั้ว สว. อาจเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่เป็นธรรม ผมขอชวนคิดว่า การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมหรือมีการทุจริต ก็จะไปจบลงที่การวินิจฉัยของ กกต. ว่าต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องให้ใบเหลืองใบแดงใคร หรือเพิกถอนสิทธิใครอย่างไร แต่มันมีความผิดอื่นตามกฎหมายว่าด้วยเลือก สว. เช่น กรณีที่พรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องสนับสนุน สมมุติว่าวันข้างหน้า ในการดำเนินคดีเกี่ยวกับ สว. กกต. อาจดูเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วบอกว่าไม่มีปัญหาทุจริต แต่พบหลักฐานชัดเจนว่ามีคนของพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง คนที่ไปเกี่ยวข้องก็จะอ้างว่านี่เป็นความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ แต่ไม่เกี่ยว เพราะการเลือกตั้งไม่ได้ถูกวินิจฉัยว่าทุจริต ก็จะได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมตามกฎหมาย ผมอาจตีความผิดก็ได้ แต่เป็นประเด็นที่สภาต้องพิจารณาให้ถ่องแท้และสบายใจ เพราะหากไม่พิจารณา 2 ประเด็น สุดท้ายจะสร้างปมขัดแย้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องเกี่ยวข้องสถาบันสูงสุด และอีกเรื่องจะบานปลายเป็นการใช้อำนาจของนักการเมือง หากเกิดเหตุตามสิ่งที่ตนพูด ใครในสภาที่เห็นชอบน่าจะปฏิบัติขัดกับรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการทำหน้าที่ขัดกันของผลประโยชน์ ตามข้อห้ามมาตรา 114 ของรัฐธรรมนูญ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...