โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย

ไทยโพสต์

อัพเดต 25 มิถุนายน 2569 เวลา 7.21 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล

ดังนั้น SMEไทยไม่ได้หยุดพัฒนา หลายธุรกิจยิ่งทำยิ่งเก่ง แต่ยิ่งเก่งก็ยิ่งเหนื่อย และสุดท้าย…ธุรกิจกลับไม่เติบโตถึงไหน จากข้อมูลพบว่า แม้ SMEเป็นธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศ และมีการจ้างงานกว่า 30-36 ล้านคน แต่สร้างมูลค่า GDPได้เพียงประมาณ 35-40%ของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ 87%ของ SMEเริ่มใช้ดิจิทัลแล้ว และ 63%ใช้งานได้ในระดับหนึ่ง แต่มีเพียง 30%เท่านั้นที่ใช้ได้เต็มศักยภาพ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “การลงมือทำ” แต่คือช่องว่างระหว่าง “ความพยายาม” กับ“การเติบโตจริง” finbiz by ttb เผยข้อมูลเชิงลึกที่ทีทีบีสำรวจจากผู้ประกอบการ พบว่า SMEไทยยังติดอยู่กับ5จุดล็อกสำคัญที่ทำให้ SMEไทยยัง “ไปได้ไม่ไกลกว่าเดิม”

ล็อก 1 : คิดเพื่ออยู่รอด…แต่ไม่คิดเพื่อชนะ SMEไทยส่วนใหญ่มีแผนระยะสั้น ปีต่อปี ไม่เกิน 2 ปี และวางแผนเพื่ออยู่รอด แต่ไม่ใช่โตในระยะยาว ส่งผลให้ไม่กล้าลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทำให้ธุรกิจยังอยู่ได้ แต่โตยาก

ล็อก 2 : ใช้ดิจิทัล…แต่ยังไม่พลิกเกม พบว่า SMEส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือดิจิทัลแล้ว แต่แค่ “พื้นฐาน” ส่วน AI ถูกใช้เพื่อ ช่วยงานง่ายๆ แต่ไม่ได้ใช้เพื่อเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจส่งผลให้ธุรกิจทำงานได้เร็วขึ้นจริง แต่ไม่ได้อยู่ในจุดที่สร้างการเติบโตในระยะยาว

ล็อก 3 : รู้กำไรขาดทุน…แต่ไม่สามารถบริหารความเสี่ยง ธุรกิจมองเห็นตัวเลขแต่ไม่ได้ประมาณการเงินในอนาคต ทำให้มีปัญหาสภาพคล่อง ไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริง ควบคุมอนาคตไม่ได้

ล็อก 4 : เติบโตที่ขนาด…แต่ไม่โตที่ประสิทธิภาพ ธุรกิจเติบโตแค่ยอดขาย…แต่ระบบภายในยังไม่พร้อม กระบวนการทำงานยังไม่มั่นคง สินค้าบางส่วนขาดคุณภาพ และต้องพึ่งบุคคลสำคัญหรือ Keyman เป็นหลัก ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ยังไม่มีทักษะที่จำเป็น ส่งผลให้ธุรกิจขยายต่อได้ยาก

ล็อก 5: อยากเติบโตต่อ…แต่ขาดแผนที่ชัดเจน ขาดข้อมูลตลาด ขาดที่ปรึกษา และไม่มีทิศทางที่แน่นอน ทำให้การวางแผนเติบโตไม่แม่นยำ�และขาดเป้าหมายที่ชัดเจน

แม้ว่า 5จุดล็อกที่เป็น “กับดัก” ทำให้ SMEยิ่งพยายามก็ยิ่งเหนื่อย และธุรกิจไม่โตจริง แต่การปลดล็อก SMEไม่ใช่แค่ทำให้มากขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงาน โดยต้องมี 3 ปัจจัย ได้แก่

1.Growth & Transformation Mindset เจ้าของหรือผู้บริหารต้องเปลี่ยนจาก “สู้เพื่ออยู่รอด” สู่ “คิดเพื่อชนะ” 2.Digital & AI Empowerment ใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI ให้เหมาะสม เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโต และ 3.Strategic Risk Management วางแผนกระจายความเสี่ยงและเตรียมพร้อมล่วงหน้า เพื่อควบคุมทิศทางธุรกิจ

ถ้า SMEยังทำธุรกิจแบบเดิม ถึงจะเก่งขึ้นแค่ไหนก็อาจจะไปได้ไม่ไกลกว่าเดิม แต่ถ้ารู้วิธีแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ธุรกิจจะมีโอกาสเติบโตและก้าวไปข้างหน้าได้จริง

อย่างไรก็ตาม ทีทีบีมุ่งมั่นยกระดับสู่บทบาท “SMEGrowth Navigator” เพื่อช่วยผู้ประกอบการมองเห็นทางออกและปลดล็อกการเติบโตอย่างเป็นระบบผ่านทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ และคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้ SMEไทยไม่ต้องอยู่ที่เดิม แต่สามารถเติบโต “ไปได้ไกลกว่าเดิม” อย่างแท้จริง

ในขณะที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หน่วยงานที่กำกับดูแล SMEโดย ปณิตาชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สสว. ได้เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงสัมมนาธุรกิจสีเขียว (Green Business) ภายใต้ “โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SMEตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ประจำปีงบประมาณ 2569” ครบถ้วนทั้ง 7 รุ่นทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากผู้ประกอบการภาคการผลิตและภาคบริการ เข้าร่วมรับการพัฒนาทักษะและความรู้รวมทั้งสิ้น 246 ราย เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 225ราย สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการปรับตัวครั้งสำคัญของภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) ไทย ในการเผชิญหน้ากับกติกาการค้าโลกใหม่ในยุคปัจจุบัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...