ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย
วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล
ดังนั้น SMEไทยไม่ได้หยุดพัฒนา หลายธุรกิจยิ่งทำยิ่งเก่ง แต่ยิ่งเก่งก็ยิ่งเหนื่อย และสุดท้าย…ธุรกิจกลับไม่เติบโตถึงไหน จากข้อมูลพบว่า แม้ SMEเป็นธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศ และมีการจ้างงานกว่า 30-36 ล้านคน แต่สร้างมูลค่า GDPได้เพียงประมาณ 35-40%ของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ 87%ของ SMEเริ่มใช้ดิจิทัลแล้ว และ 63%ใช้งานได้ในระดับหนึ่ง แต่มีเพียง 30%เท่านั้นที่ใช้ได้เต็มศักยภาพ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “การลงมือทำ” แต่คือช่องว่างระหว่าง “ความพยายาม” กับ“การเติบโตจริง” finbiz by ttb เผยข้อมูลเชิงลึกที่ทีทีบีสำรวจจากผู้ประกอบการ พบว่า SMEไทยยังติดอยู่กับ5จุดล็อกสำคัญที่ทำให้ SMEไทยยัง “ไปได้ไม่ไกลกว่าเดิม”
ล็อก 1 : คิดเพื่ออยู่รอด…แต่ไม่คิดเพื่อชนะ SMEไทยส่วนใหญ่มีแผนระยะสั้น ปีต่อปี ไม่เกิน 2 ปี และวางแผนเพื่ออยู่รอด แต่ไม่ใช่โตในระยะยาว ส่งผลให้ไม่กล้าลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทำให้ธุรกิจยังอยู่ได้ แต่โตยาก
ล็อก 2 : ใช้ดิจิทัล…แต่ยังไม่พลิกเกม พบว่า SMEส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือดิจิทัลแล้ว แต่แค่ “พื้นฐาน” ส่วน AI ถูกใช้เพื่อ ช่วยงานง่ายๆ แต่ไม่ได้ใช้เพื่อเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจส่งผลให้ธุรกิจทำงานได้เร็วขึ้นจริง แต่ไม่ได้อยู่ในจุดที่สร้างการเติบโตในระยะยาว
ล็อก 3 : รู้กำไรขาดทุน…แต่ไม่สามารถบริหารความเสี่ยง ธุรกิจมองเห็นตัวเลขแต่ไม่ได้ประมาณการเงินในอนาคต ทำให้มีปัญหาสภาพคล่อง ไม่รู้ต้นทุนที่แท้จริง ควบคุมอนาคตไม่ได้
ล็อก 4 : เติบโตที่ขนาด…แต่ไม่โตที่ประสิทธิภาพ ธุรกิจเติบโตแค่ยอดขาย…แต่ระบบภายในยังไม่พร้อม กระบวนการทำงานยังไม่มั่นคง สินค้าบางส่วนขาดคุณภาพ และต้องพึ่งบุคคลสำคัญหรือ Keyman เป็นหลัก ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ยังไม่มีทักษะที่จำเป็น ส่งผลให้ธุรกิจขยายต่อได้ยาก
ล็อก 5: อยากเติบโตต่อ…แต่ขาดแผนที่ชัดเจน ขาดข้อมูลตลาด ขาดที่ปรึกษา และไม่มีทิศทางที่แน่นอน ทำให้การวางแผนเติบโตไม่แม่นยำ�และขาดเป้าหมายที่ชัดเจน
แม้ว่า 5จุดล็อกที่เป็น “กับดัก” ทำให้ SMEยิ่งพยายามก็ยิ่งเหนื่อย และธุรกิจไม่โตจริง แต่การปลดล็อก SMEไม่ใช่แค่ทำให้มากขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงาน โดยต้องมี 3 ปัจจัย ได้แก่
1.Growth & Transformation Mindset เจ้าของหรือผู้บริหารต้องเปลี่ยนจาก “สู้เพื่ออยู่รอด” สู่ “คิดเพื่อชนะ” 2.Digital & AI Empowerment ใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI ให้เหมาะสม เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโต และ 3.Strategic Risk Management วางแผนกระจายความเสี่ยงและเตรียมพร้อมล่วงหน้า เพื่อควบคุมทิศทางธุรกิจ
ถ้า SMEยังทำธุรกิจแบบเดิม ถึงจะเก่งขึ้นแค่ไหนก็อาจจะไปได้ไม่ไกลกว่าเดิม แต่ถ้ารู้วิธีแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ธุรกิจจะมีโอกาสเติบโตและก้าวไปข้างหน้าได้จริง
อย่างไรก็ตาม ทีทีบีมุ่งมั่นยกระดับสู่บทบาท “SMEGrowth Navigator” เพื่อช่วยผู้ประกอบการมองเห็นทางออกและปลดล็อกการเติบโตอย่างเป็นระบบผ่านทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ และคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้ SMEไทยไม่ต้องอยู่ที่เดิม แต่สามารถเติบโต “ไปได้ไกลกว่าเดิม” อย่างแท้จริง
ในขณะที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หน่วยงานที่กำกับดูแล SMEโดย ปณิตาชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการ สสว. ได้เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงสัมมนาธุรกิจสีเขียว (Green Business) ภายใต้ “โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SMEตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ประจำปีงบประมาณ 2569” ครบถ้วนทั้ง 7 รุ่นทั่วประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากผู้ประกอบการภาคการผลิตและภาคบริการ เข้าร่วมรับการพัฒนาทักษะและความรู้รวมทั้งสิ้น 246 ราย เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 225ราย สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและการปรับตัวครั้งสำคัญของภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) ไทย ในการเผชิญหน้ากับกติกาการค้าโลกใหม่ในยุคปัจจุบัน.