หวั่นไม่จบจริง! "ดร.เลอพงษ์" มองสงครามตะวันออกกลาง มีโอกาสปะทุอีก แค่พักยิงชั่วคราว จับตาอาวุธลับ "อิหร่าน" อาจแรงกว่านิวเคลียร์ ทำ "ทรัมป์" นั่งไม่ติดแน่
หวั่นไม่จบจริง! "ดร.เลอพงษ์" มองสงครามตะวันออกกลาง มีโอกาสปะทุอีก แค่พักยิงชั่วคราว จับตาอาวุธลับ "อิหร่าน" อาจแรงกว่านิวเคลียร์ ทำ "ทรัมป์" นั่งไม่ติดแน่
จากกรณีที่สหรัฐอเมริกากับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และจะลงนามวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ทำให้มีหลายสถานการณ์ของตะวันออกกลาง ให้น่าติดตามอีกครั้ง โดยทางด้านดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาจารย์ภาควิชาอิสลามการเมือง มหาวิทยาลัยนานาชาติอัลมุศฏอฟา ประเทศอิหร่าน และนายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้เปิดเผยถึงประเด็นนี้ ผ่านทางรายจับตาประเทศไทย ทางช่องท็อปนิวส์ ระบุว่า "MOU สันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่กำลังจะลงนาม ยังไม่รวมข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยเรื่องนิวเคลียร์จะถูกแยกไปเจรจาในภายหลังภายในกรอบเวลาประมาณ 60 วัน คำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ว่า อิหร่านยอมให้สหรัฐฯ นำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกนอกประเทศ โดยมองว่ายังไม่มีการยืนยันจากฝั่งอิหร่าน และที่ผ่านมาอิหร่านเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะการเจรจามากกว่า เรื่องที่ทรัมป์พูดเนี่ย ผมเองไม่เคยเชื่ออยู่แล้วนะครับ… ตราบใดก็ตามที่อิหร่านยังไม่ออกมายืนยัน ผมก็ยังคงไม่เชื่อคำพูดของทรัมป์
ถ้าอิหร่านบอกเซ็น ก็คือผมเชื่อว่าเขาเซ็น แต่ถ้าเขาบอกไม่เซ็น ก็คือไม่เซ็น ที่ทรัมป์พูดคือไม่จริง… ถ้าจริงต้องเซ็นเมื่อวาน แต่อิหร่านลากออกไปถึงวันที่ 19 แล้วเขาซีเรียสเรื่องแร่ยูเรเนียมมาก เพราะคิดว่าอิหร่านจะเอาไปผลิตหัวรบนิวเคลียร์ อิหร่านไม่ยอม แล้วก็ถือว่าเป็นนโยบายของชาติ ของผู้นำสูงสุดด้วยว่าแร่ยูเรเนียมเป็นของเรา" เมื่อถามว่าอิหร่านต้องการนิวเคลียร์จริงหรือไม่ ดร.เลอพงษ์ ระบุว่า "ถ้าเขาจะทำจริง ก็ทำไปแล้ว ตั้ง 2 ปีที่แล้ว จะมาเก็บไว้ให้คุณมาโจมตีเพื่ออะไร เก็บไว้เป็นข้อต่อรองคุณหรือเปล่า ศักยภาพการผลิตหัวรบนิวเคลียร์ 400 กิโลกรัมเนี่ย ทำได้ประมาณ 11 ลูกครับ อันนี้คอนเฟิร์ม และที่ผมมองว่าสำคัญกว่าแร่ยูเรเนียม คือขีปนาวุธและคลังแสงใต้ดินของอิหร่าน อิหร่านมีศักยภาพของขีปนาวุธมิสไซล์กับไฮเปอร์โซนิก อันนี้น่ากลัวมากกว่าอาวุธนิวเคลียร์อีก เพราะว่าใช้การได้จริง"
ดร.เลอพงษ์ ย้ำว่า "สิ่งที่สหรัฐฯ กลัวจริง ๆ ไม่ใช่นิวเคลียร์ การมีแร่ยูเรเนียม ถ้าอิหร่านเอาไปทำนิวเคลียร์ มันก็มีไว้เพื่อป้องปราม ไม่ให้ชาติอื่นเข้ามาทำสงคราม ที่ผมมองว่าสำคัญกว่าแร่ยูเรเนียม คือขีปนาวุธและคลังแสงที่อยู่ใต้ดินของอิหร่าน อิหร่านมีศักยภาพของขีปนาวุธมิสไซล์กับไฮเปอร์โซนิก อันนี้น่ากลัวมากกว่าอาวุธนิวเคลียร์อีก นิวเคลียร์มีไว้เพื่อขู่หรือป้องปราม แต่ขีปนาวุธพวกนี้ใช้การได้จริง มีการโยงปมแผ่นดินไหวในอิหร่าน ว่ามีบ่อยมาก เดือนหนึ่งเราจะได้ยินข่าวอย่างน้อยหนึ่งครั้ง มีนักวิเคราะห์บางคนบอกว่าอาจเป็นการทดลองขีปนาวุธ บางคนก็บอกว่าอาจทดลองนิวเคลียร์ ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นการทดลองนิวเคลียร์ ถ้าอิหร่านมีนิวเคลียร์จริง สหรัฐฯ และ IAEA ต้องรู้แน่นอน ผมคิดว่าน่าจะเป็นการทดลองอาวุธหรือขีปนาวุธชนิดอื่นมากกว่า ผู้บัญชาการของอิหร่านเคยพูดว่า ไม่ต้องไปสนใจนิวเคลียร์ เรามีอาวุธที่ร้ายแรงกว่านิวเคลียร์ ผมติดใจกับคำพูดนี้มาก ว่าเขาไปพัฒนาอะไรอยู่ หลังจากนั้นก็มีบทวิเคราะห์จากนักวิชาการด้านอาวุธของสหรัฐฯ ที่พูดถึงอาวุธพลาสมา ผมก็ไปศึกษาอยู่พักหนึ่ง ปรากฏว่าอิหร่านก็มีการวิจัยเกี่ยวกับขีปนาวุธพลาสมาเหมือนกัน" "หลายคนบอกว่าอาวุธชนิดนี้ร้ายแรงกว่านิวเคลียร์ มันสามารถหยุดการทำงานของระบบไฟฟ้าได้ สามารถทำให้ระบบสื่อสารและระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าหยุดทำงานได้ แต่ตอนนี้ยังเป็นเพียงบทวิเคราะห์ ยังไม่มีทฤษฎีหรือหลักฐานที่ชัดเจน ผู้นำอิหร่านยอมรับเองว่ากำลังศึกษาอาวุธที่ร้ายแรงกว่านิวเคลียร์ อิหร่านยังพูดถึงขีปนาวุธอีกชนิดหนึ่งที่ชื่อ 'รอสอฮิส' ผมยังไม่รู้ว่าเป็นอาวุธอะไร ไม่รู้ว่าเป็นพลาสมาหรือเป็นเทคโนโลยีรูปแบบอื่น เขาพูดถึงมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยนำมาใช้ แผ่นดินไหวใต้ดินที่เกิดขึ้น อาจเกี่ยวข้องกับการทดลองอาวุธชนิดนี้ก็เป็นได้" เมื่อถามว่า โอกาสที่สงครามอาจกลับมาอีก มีหรือไม่ ดร.เลอพงษ์ ย้ำว่า "โอกาสที่จะมีสงครามอีกมีนะครับ ถึงแม้ว่าจะตกลงกันแล้ว จะเซ็นกันแล้ว โอกาสที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลจะกลับมาทำสงครามกับอิหร่าน มีแน่นอน อาจจะพักฟื้นกันสักพักหนึ่ง อาจจะ 8-9 เดือน 1-2 ปี หรืออาจจะนานกว่านั้น แต่สงครามหลังจากนี้ ผมมองว่ามีแน่นอน ผมคิดว่าสันติภาพควรจะต้องเกิด ตอนนี้ผลกระทบมันกระจายไปทั่วโลกแล้ว แต่ต้องเป็นสันติภาพที่ทำให้อิหร่านไม่เสียเปรียบทางด้านอำนาจในการต่อรอง สันติภาพต้องอยู่บนความเสมอภาค ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกัน" ขณะที่บทบาทอิสราเอล ดร.เลอพงษ์ เชื่อว่า "ชาวโลกจะต้องเห็นถึงผู้ที่ขัดขวางสันติภาพของโลก คือเนทันยาฮูและอิสราเอลที่ทำให้ทุกอย่างปั่นป่วนไปทั้งโลก ทั้งราคาน้ำมัน ทั้งปัญหาผู้พลัดถิ่น โลกได้เห็นแล้วว่าสันติภาพเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนต้องการ "วันนี้อิหร่านทำให้รู้แล้วว่า สหรัฐอเมริกาไม่ใช่มหาอำนาจเหมือนในอดีต ไม่สามารถสั่งการทุกอย่างได้เหมือนเดิม ถ้าชาติไหนต่อสู้ ก็จะได้สันติภาพที่อยู่บนความเสมอภาค" https://www.youtube.com/watch?v=UQWkRxpruKg&t=98s